Deadly Rainfall in the Southern Thailand

Data from NASA’s Tropical Rainfall Measuring Mission or TRMM satellite was used to create a rainfall map of the severe rains that fell in Thailand recently. More than 20 people have been killed in southern Thailand over the past week due to flooding and mudslides caused by extremely heavy rainfall.

TRMM is a satellite managed by both NASA and the Japanese Space Agency, JAXA. It is a unique satellite because its advanced technology enables it to measure rainfall from space.

A Multi-satellite Precipitation Analysis (TMPA) analysis was made using data that were calibrated with TRMM precipitation data. These data are calculated and stored at NASA’s Goddard Space Flight Center in Greenbelt, Md. and are available within a few hours after being received by satellites. The analysis showed that rainfall for the past week over the Malay Peninsula was particularly extreme with totals of almost 1200 mm (~47 inches).

TRMM satellite data revealed that rainfall in that area was frequently falling at a rate of over 50 mm/hr (~2 inches). According to reports from CNN, since March 26 the southern province of Surat Thani received 855 mm (34 inches) of rain. Normally, the province receives about 2 inches of rainfall over the entire month of March. Heavy rain amounts (from satellite data) and flood inundation calculations (from a hydrological models) are updated every three hours globally with the results shown on the “Global Flood and Landslide Monitoring” TRMM web site pages, at http://trmm.gsfc.nasa.gov/.

Hal Pierce SSAI/NASA’s Goddard Space Flight Center, Greenbelt, Md.

แผ่นดินไหวครั้งใหญ่อันดับ 5 นับตั้งแต่ ค.ศ.1900 Earthquake and Tsunami near Sendai Japan

วันที่ 11 มีนาคม 2554 เวลา 2.46 นาฟิกา ตามเวลาท้องถิ่น แผ่นดินไหวขนาด 8.9 ตามมาตราริกเตอร์เกิดขึ้นนอกชายฝั่งทะเลของญี่ปุ่นที่ละติจูด 38.3 องศาเหนือ และลองติจูด 142.4 องศาตะวันออก ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากตะวันออกของเซ็นได 130 กิโลเมตร และ 373 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงโตเกียว หากการวัดในเบื้องต้นได้รับการยืนยัน เหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นแผ่นดินไหวครั้งที่ใหญ่ที่สุดลำดับที่ 5 นับตั้งแต่ ค.ศ.1900 เป็นต้นมา และเป็นครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น

แผนที่ด้านบนแสดงตำแหน่งที่ตั้งของแผ่นดินไหวในวันที่ 11 มีนาคม 2554 รวมถึงก่อนแผ่นดินไหว(เส้นประ) และหลังแผ่นดินไหว(เส้นทึบ) ขีดวงกลมบอกถึงขนาดของแผ่นดินไหว แผนที่ยังแสดงถึงข้อมูลความสูงต่ำของแผ่นดินจากข้อมูลของ NASA’s Shuttle Radar Topography Mission และความลึกของท้องทะเลจาก British Oceanographic Data Center

ข้อมูลจาก U.S. Geological Survey (USGS) แผ่นดินไหวเกิดขึ้น ณ ความลึก 24.4 กิโลเมตรใต้ทะเล  แผ่นดินไหววันที่ 11 มีนาคม  นั้นมีแผ่นดินไหวขนาดเล็กกว่าเกิดขึ้นก่อนในวันที่ 9 มีนาคม รวมถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด M7.2  USGS รายงานว่า แผ่นดินไหวเกิดขึ้นจากผลของ thrust faulting ที่อยู่ด้านบนหรืออยู่ใกล้ subduction zone ที่เชื่อมต่อกับแนวของเพลทเปลือกโลก

แผ่นดินไหวครั้งนี้ส่งผลให้เกิดคลื่นสึนามิเข้าถล่มชายฝั่งของญี่ปุ่นและแผ่กระจายไปทั่งชายขอบมหาสมุทรแปซิฟิก ชายฝั่งและอ่าวรูปจันทร์เสี้ยวใกล้ๆ กับเซ็นได สามารถช่วยตีวงคลื่นสึนามิเมื่อมาถึงชายฝั่งได้ แต่ด้วยเหตุที่ชั้นความสูงของแผ่นดินมีลักษณะต่ำและราบเรียบเกือบตลอดแนวชายฝั่ัง พื้นที่หลายแห่งจะมีความล่อแหลมเป็นพิเศษ

กรมอุตนิยมวิทยารายงานว่า ความสูงของคลื่นสึนามิราว 4.1 เมตรที่ Kamaishi เมื่อเวลาบ่าย 3 โมง 21 นาที  และ 7.3 เมตร เมื่อเวลาบ่าย 3 โมง 50 นาทีที่ Soma และ 4.2 เมตร เมื่อเวลา 4 โมง 52 นาทีที่ Oarai

The U.S. Pacific Tsunami Warning Center (PTWC) รายงานว่า คลื่นสึนามิสูง 2.79 เมตรเกิดขึ้นที่สถานีสังเกตการณ์ Hanasaki ฮอกไกโดเมื่อเวลาบ่าย 3 โมง 57 นาที รายงานของ PTWC ในพื้นที่อื่น ๆ เช่น

  • 1.27 เมตร เวลา 10:48 ที่ Midway Island
  • 1.74 เมตร เวลา 13:72 ที่ Kahului, Maui ฮาวาย
  • 1.41 เมตร เวลา 14:09 ที่ Hilo ฮาวาย
  • 0.69 เมตร เวลา 15:42 ที่ Vanuatu
  • 1.88 เมตร เวลา 16:54 ที่ Port San Luis แคลิฟอร์เนีย
  • 2.02 เมตร เวลา 16:57 ที Crescent City แคลิฟอร์เนีย

ที่มาข้อมูล

  1. Japan Meteorological Agency (2011, March 11). Latest Tsunami Information. Accessed March 11, 2011.
  2. Pacific Tsunami Warning Center (2011, March 11). Tsunami Messages for the Pacific Ocean. Accessed March 11, 2011.
  3. U.S. Geological Survey (2011, March 11). Magnitude 8.9 – Near The East Coast of Honshu, Japan. Accessed March 11, 2011.

NASA Earth Observatory image created by Robert Simmon and Jesse Allen, using earthquake and plate tectonics data from the USGS Earthquake Hazard Program, land elevation data from the Shuttle Radar Topography Mission (SRTM) provided by the University of Maryland’s Global Land Cover Facility, and ocean bathymetry data from the British Oceanographic Data Center’s Global Bathmetric Chart of the Oceans(GEBCO). Caption by Michael Carlowicz.

Instrument : Seismograph

 

ขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต: เครื่องมือเพื่อการออกแบบการผลิตที่สะอาดขึ้น

ความรับผิดชอบของผู้ผลิตครอบคลุมไปถึงการจัดการกับของเสียที่เกิดจากผลิตภัณฑ์ด้วย เครื่องมือที่ใช้ผลักดันเรื่องนี้คือ ขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility – EPR) ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบทางการเงินและทางกายภาพในการรับคืนผลิตภัณฑ์ของตนเมื่อผลิตภัณฑ์นั้นหมดอายุการใช้งานแล้ว กิจกรรมที่ดำเนินไปภายใต้แนวความคิดนี้ก็เช่น การที่ผู้ผลิตรับผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุใช้งานของตนกลับคืนจากผู้บริโภค (นั่นคือเมื่อทิ้งแล้ว) ซึ่งอาจดำเนินการโดยผู้ผลิตเองหรือบุคคลอื่นก็ได้ ศัพท์อื่นที่ใช้ในกิจกรรมนี้ได้แก่  “รับคืน (take-back)” “พันธะผลิตภัณฑ์ (product liability” หรือ “การรับผิดชอบผลิตภัณฑ์ (product responsibility)”

ขอบเขตความรับผิดชอบ

โดยหลักการแล้ว  วิธีที่ดีที่สุดในการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตคือการเช่าซื้อ  ด้วยวิธีนี้ ผู้ผลิตยังคงเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์นั้นอยู่ ดังนั้นความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์จึงยังไม่หมดไป บริษัทหลายแห่ง เช่น ซีร็อกซ์  ใช้การเช่าซื้อกับผลิตภัณฑ์ของตน เพราะการเช่าซื้อทำให้บริษัทสามารถควบคุมวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ได้ทั้งหมด สามารถซ่อมแซมและใช้ซ้ำชิ้นส่วนต่างๆ ได้ อย่างไรก็ตามการกระทำเช่นนี้ ไม่สามารถใช้ได้กับผลิตภัณฑ์อีกหลายประเภท  จึงต้องใช้วิธีการอื่นแทน  เช่น

  • ความรับผิดชอบทางกายภาพ โดยผู้ผลิตมีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการทางกายภาพของผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้ว หรือผลกระทบจากผลิตภัณฑ์โดยการพัฒนาทางเทคโนโลยีหรือปรับปรุงการบริการ
  • ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ คือผู้ผลิตรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการของเสียเมื่อหมดอายุการใช้งาน (อันได้แก่การจัดเก็บ ผ่านกระบวนการ บำบัดหรือกำจัด)
  • ความรับผิดชอบต่อความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากผลิตภัณฑ์ ทั้งในระหว่างการผลิต การใช้งานและการกำจัดทำลาย เป็นของผู้ผลิต

ความรับผิดชอบเรื่องข้อมูล โดยผู้ผลิตต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และผลที่เกิดจากผลิตภัณฑ์  ในทุกขั้นตอนตลอดวงจรชีวิตของมัน

 

เมื่อชาวประจวบฯ ขอกำหนดอนาคตของตัวเอง

ผมได้หนังสือเล่มนี้เป็นอภินันทนาการจากคุณสุรีรัตน์ แต้ชูตระกูล ผู้เขียน ซึ่งนอกจากแถมลายเซ็นตัวเองมาให้แล้ว ยังมีลายเซ็นของคุณจินตนา แก้วขาว นักสู้หญิงเหล็กแห่งบ้านกรูดแถมมาด้วย ซึ่งถือเป็นเกียรติอย่างสูง และหยิบขึ้นมาก็อ่านรวดเดียวจบแบบวางไม่ลง (Unputdownable)

หนังสือเล่ม “ชาวประจวบขอกำหนดอนาคตตนเอง” พิมพ์ครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2553 จำนวน 5,000 เล่ม อาจเรียกได้ว่าใช้เวลาเขียนกว่า 10 ปี ก็ว่าได้ เรื่องเวลาในการเขียนนี้ผมยกอุปมาขึ้นมาเอง เพราะถ้าเราอ่านจนจบ จะพบว่านี่คือผลงานทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ของ “ชาวบ้านเสื้อเขียว” ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นับตั้งแต่มีโครงการพลังงานถ่านหินสกปรกเกิดขึ้นในบ้านกรูดและบ่อนอกเมื่อ 13 ปีก่อน

ที่เรียกว่าเป็นผลงานทางประวัติศาสตร์มิใช่เพียงเพราะว่าเป็นเรื่องเล่าในอดีต หากแต่บรรจุวิสัยทัศน์แห่งอนาคตเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยมและมุ่งมั่น ตามชื่อของหนังสือ และไม่มีใครสามารถทำได้เช่นนี้ นอกจาก “ชาวบ้านเสื้อเขียว”

หนังสือเล่าว่าประจวบคีรีขันธ์มีอะไรอยู่บ้าง แล้วขยายความว่าแล้วสิ่งที่ประจวบคีรีขันธ์มีอยู่กลายเป็นประเด็นขัดแย้งได้อย่างไร  เมื่อพิจารณาถึงกระบวนทัศน์การพัฒนากระแสหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แผนพัฒนาภาคใต้ การขยายอุตสาหกรรมเหล็กและแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า และนำเสนอตบท้ายด้วยว่า ทิศทางการพัฒนาที่ยั่งยืนที่พูดกันมาเป็นเวลา 30-40 ปี นั้นทำได้อย่างไร จะปรับแผนพัฒนาภาคใต้อย่างไร ที่นำไปสู่สังคมปรองดองและเป็นธรรม

เป็นการสังเคราะห์ประสบการณ์การต่อสู้และยั่วแย้งข้อมูลของหน่วยงานรัฐ อย่างเช่น สภาพัฒน์ฯ เบบกินขาดและโดนใจขาโจ๋เป็นอย่างยิ่ง !

หนังสือเล่มนี้ยังบรรจุประสบการณ์ตรงของชุมชนในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและชี้ให้เห็นด้วยว่าจะแก้ไขมันได้อย่างไร

“โลกร้อนแก้ได้ด้วยมือและตีนของพวกเราทุกคน” เออ…ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ตามสไตล์ของชาวเสื้อเขียวแห่งประจวบฯ

ที่เด็ดที่สุดน่าจะเป็น การเล่าเรื่องเส้นทางสาย “สโลว์ฟู้ด” ของชาวเสื้อเขียว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของเรื่องที่ต้องก้มหัวคารวะ เท่านั้นยังไม่พอยังแถมสูตรการทำอาหารเด็ด ๆ มาให้ด้วย

หนังสือตบท้ายเรื่องสโลว์ฟู้ดด้วยการแถม “เมนูยัดเยียด (ไม่อยากกินก็ต้องกิน)” คือ ผัดฉ่าโรงไฟฟ้าบ่อนอก และส้มตำโรงไฟฟ้านรกครกแตก อันนี้ตกยกนิ้วให้ในความคิดสร้างสรรค์สุด ๆ

หนังสือปิดท้ายด้วยการหยิบยกวาทะของผู้นำชุมชนชาวเสื้อเขียว ซึ่งจะขอขกตัวอย่างวาทะของคุณกรณ์อุมา พงษ์น้อย ที่กล่าวว่า

“ชาวบ้านตื่นรู้…รัฐบอกว่า…ต้องสร้างความเข้าใจ

ชาวบ้านเท่าทัน…รัฐบอกว่าไม่มีเหตุผล

ชาวบ้านไม่ยอม…รัฐบอกว่าดื้อแพ่ง

ชาวบ้านลุกขึ้นสู้…รัฐบอกว่าเป็นกบฎ ต้องการเป็นรัฐอิสระ

คนทั่วไปมักพูดถึงของดีของแต่ละจังหวัดว่ามีทรัพยากรหรือผลผลิตอะไรบ้าง สำหรับประจวบฯ ของดีที่คนทั่วไปพูดถึงอย่างโดเด่นคือคำว่า “ชุมชนเข้มแข็ง” และชาวบ้านที่อื่นไม่เหมือนชาวบ้านประจวบฯ

แต่เราคิดว่าถ้าชาวบ้านที่อื่นได้เรียนรู้เล่ห์เหลี่ยมของรัฐ ก็สามารถเป็นเหมือนชาวบ้านประจวบฯ ได้เช่นกัน”

ใครที่ยังไม่มี กรุณาซื้อหามาอ่าน แล้วจะพบว่า ท่ามกลางความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวของชาวบ้านประจวบฯ เราจะพบความหวัง