ข้อเสนอเพี้ยน ๆ ในวันคุ้มครองโลก

563474_494404103929770_1618557107_n

วันที่ 22 เมษายน ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองโลก ในประเทศไทยเป็นวันที่ร้อนมากที่สุดวันหนึ่งของปี ถ้าเชื่อกรมอุตุฯ วันที่ร้อนที่สุดที่จะเป็นวันที่ 23-24 เมษายน เป็นวันที่น่าจะมีการใช้ไฟฟ้าเปลืองมากที่สุดวันหนึ่ง ผมจึงอยากจะเสนอว่า แทนที่เราจะเล่นสาดน้ำสงกรานต์ช่วงวันสงกรานต์ (ซึ่งจากการสังเกตการณ์ด้วยตัวผมเองมาหลายปี มักจะมีฝนมากบ้างน้อยบ้างตกลงมาในช่วงนั้นพอดี ทำให้อากาศเย็นขึ้น) เราควรที่จะเล่นสาดน้ำกันในช่วงวันที่ร้อนที่สุดของปี !!! จะได้ใช้น้ำซึ่งกำลังเป็นของหายากและมีราคาแพงมากขึ้นได้คุ้มค่า

ข้อเสนอนี้ไม่เกี่ยวกับการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ซึ่งเป็นประเพณีอันดีงามที่ถือปฏิบัติกันมา

อองซานซูจี พม่าและโลกออนโลน์

อีกครั้งหนึ่งที่นิตยสารไทม์รวมนางอองซานซูจี ผู้นำฝ่ายค้านของพม่าเข้าไปในรายชื่อของบุคคลที่ทรงอิทธิพลหนึ่งร้อยคนของโลกในปีนี้ เป็นครั้งที่สี่ที่นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยท่านนี้มีชื่อจัดอยู่ในอันดับต้นของโลก โดยที่นิตยสารไทม์ได้วางแผงแล้วในสัปดาห์นี้ (18 เมษายน)

นิตยสารไทม์ซึ่งจัดนางอองซานซูจีให้อยู่ในรายชื่อ 100 อันดับได้มีขึ้นในปี 2004, 2008 และ 2011 ได้ยกย่องเธอในฐานะผู้นำฝ่ายค้านที่มีเจตจำนงอันยาวนานเพื่อปฏิรูปประเทศของเธอให้เปิดกว้างขึ้นหลังจากเกือบครึ่งศตวรรษของการปกครองโดยเผด็จการทหาร

Madeleine Albright อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาหนึ่งในผู้เขียนบทความในนิตยสารไทม์เขียนว่า “ซูจีคือผู้นำทางการเมืองกับการตัดสินใจภายใต้สภาวะแวดล้อมทางการเมืองที่เปราะบาง ความกล้าหาญของเธอในการยืนหยัดขัดขืนและมีชัยเหนือการกดขี่บังคับได้มอบความหวังให้กับผู้คนทั้งหลายผู้รักเสรีภาพ”

อองซานซูจี นักกิจกรรมที่ผันมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ได้รับการโหวตร้อยละ 61  ในการลงคะแนนเสียงออนไลน์ซึ่งปิดการโหวตเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (17 เมษายน) คะแนนโหวตออนไลน์ของอองซานซูจีสูสีกับเลดี้กากา และมีคะแนนมากกว่าลาร์รี่ เพจ ผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิล มิเชล โอบามา และโอปาร์ วินฟรีย์ เพื่อเข้ารอบสุดท้าย

ชัยชนะของการโหวตบนโลกออนไลน์ของอองซานซูจีเกิดขึ้นได้ถึงแม้ว่าการเข้าถึงอินเตอร์เนตในประเทศพม่ายังต่ำอยู่มาก เพียงร้อย 1 ของประชากร 60 ล้านคนเท่านั้นที่เข้าถึงอินเตอร์เนตได้

อย่างไรก็ตาม การเปิดให้โหวตซ้ำหลายครั้งได้ก็เป้นปัจจัยสำคัญ ชาวเนตในพม่าและในต่างแดนโหวตให้อองซานซูจีโดยคลิกที่ภาพของเธอ แสดงถึงความนิยมชมชอบในตัวของนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและช่วยกันดันให้ประเทศพม่าเป็นจุดสนใจของประชาคมโลก

Oakkar Ko Ko ผู้โหวตให้อองซานซูจีบอกว่า เขากดเมาท์คลิกบนเว็บไชต์ของนิตยสารไทม์ไปมากกว่า 30 ครั้ง เขาต้องทำเพราะว่าเลดี้กากามีแฟนนับล้าน ในขณะที่มีคนใช้อินเตอร์เนตบนมือถือราว 200,000 รายทั้งประเทศพม่า

เลดี้กากามีคนติดตามผ่านทวิตเตอร์ 35 ล้านคน และแฟนที่ติดตามเธอทางเวบไซต์อีกนับพัน คนสนับสนุนเลดี้กากาประหลาดใจกับผลการโหวต หลายคนทิ้งข้อความไว้บนเวบว่าพวกเขาไม่เคยได้ยินชื่ออองซานซูจีมาก่อน

แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชาวเนตในพม่าแสดงพลังโหวตออนไลน์นับตั้งแต่การเมืองของประเทศได้เปิดกว้างขึ้นหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2010 และมีการยกเลิกการเซนเซอร์ทางอินเตอร์เนต

ในเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา เมื่อนางสาวพม่า Nang Khin Zay Yar เป็นครั้งแรกในรอบห้าสิบปีได้ได้ออกเวทีประกวดสาวงามนานาชาติที่ญี่ปุ่น เธอชนะรางวัล  the People’s Choice และ Internet Award เพราะว่าแฟนบนโลกออนไลน์ของเธอ

ผู้สนับสนุนนางอองซานซูจีทำการโหวตเป็นเวลาสองวัน บางคนแชร์ข้อความบนเฟซบุคอ้างว่าไม่ได้ห่างจากคอมพิวเตอร์เลยในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ยอมแม้กระทั่งนอนเพื่อที่จะได้ทำการโหวตอย่างต่อเนื่อง

แม้กระทั่ง Ye Htut รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสารสนเทศแห่งเมียนมาร์ กล่าวว่า เขาโหวตให้ซูจีหลายครั้งบนเฟซบุคของเขาซึ่งทำให้มีคนติดตามออนไลน์ถึง 28,000 คน

ในขณะที่อีกหลายคนนั้นโหวตไม่กี่ครั้งและคาดหวังการสนับสนุนที่กว้างขวางออกไป Han Htet ชาวย่างกุ้งอายุ 27 ปี กล่าวว่า “มันเป็นชัยชนะที่เป็นผลมาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ฉันโหวตเพียงสองครั้ง”

Ye Myat Thu นักคอมพิวเตอร์จากมัณฑะเลย์บอกว่า เขาดีใจที่นิตยสารไทม์เปิดให้โหวตหลายครั้ง ถ้าเป็นการโหวตครั้งเดียวต่อหนึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์ ก็จะไม่ยุติธรรมกับคนในพม่า เพราะว่าเราแบ่งปันการเข้าถึงอินเตอร์เนตจากคอมพิวเตอร์ที่ร้านอินเตอร์เนต ในขณะเดียวกัน จะดีมากถ้าเราเห็นจำนวนคนที่โหวตแทนที่จะเป็นจำนวนการโหวต

ธารา บัวคำศรี แปลและเรียบเรียงจาก The Irrawaddy Magazine

กรีนพีซเปิดโปงแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำ ปล่อยสารพิษลงแหล่งน้ำในอินโดนีเซีย | Greenpeace Thailand

กรีนพีซเปิดโปงแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำ ปล่อยสารพิษลงแหล่งน้ำในอินโดนีเซีย | Greenpeace Thailand.

ไฟในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Indochina_amo_2013081ธารา บัวคำศรี แปลเรียบเรียงจาก Fire in Southeast Asia – March 28, 20013 http://earthobservatory.nasa.gov/IOTD/view.php?id=80724

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปกคลุมด้วยลมมรสุม ในช่วงกลางเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน เป็นช่วงฝนชุกและอากาศร้อน ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนมีนาคมมีอากาศเย็นขึ้นและแห้งแล้ง ในช่วงปลายแล้งนี้ เกิดไฟลุกลามเป็นพื้นที่กว้างจากการที่ผู้ทำการเผาไหม้เพื่อจัดการพื้นที่เกษตรกรรมรวมถึงกิจกรรมการเผาไหม้ที่เกิดขึ้นในเขตเมือง

ภาพถ่ายดาวเทียมนี้แสดงการเผาไหม้ที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาร์และไทยในวันที่ 22 มีนาคม 2556 ด้วย Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS)  จากดาวเทียม Aqua ของนาซา

เครื่องมือ MODIS จับภาพไฟไหม้ไม่เพียงแต่จากควันไฟที่เห็นได้เท่านั้น แต่ยังมาจากการแผ่รังสีความร้อน( infrared energy ) จากพื้นผิวอีกด้วย ไนภาพนี้จะไม่เห็นความร้อน แต่ในภาพจะแสดงด้วยจุดสีแดงซึ่งเป็นพื้นที่ที่เครื่องมือ MODIS ตรวจจับความร้อนบนพื้นผิวของภูมิทัศน์

ไฟเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการจัดการพื้นที่มาเป็นนับร้อยนับพันปีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบางครั้งก็มิได้เป็นอันตรายเสมอไป แต่ควันไฟนี้เองมีผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพอากาศ สุขภาพอนามัยของมนุษย์ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก วัฐจักรคาร์บอน(carbon cycle) และความหลากหลายทางชีวภาพ

Ritesh Gautam นักวิทยาศาสตร์ด้านชั้นบรรยากาศขององค์การนาซากล่าวว่า การผกผันทางอุณหภูมิ(Temperature inversions) ซึ่งนำไปสู่การเกิดหมอกควันพิษที่เกิดมาตรฐานคุณภาพอากาศอย่างมากจะเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ของปี ปริมาณหมอกควันในชั้นบรรยากาศจะสูงสุดในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน อย่างไรก็ตาม มันก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาของมรสุมด้วย

ที่มา : Gautam, R. et al (2012, June 14) Characterization of aerosols over the Indochina peninsula from satellite-surface observations during biomass pre-monsoon season. Atmospheric Environment. Murdiyarso, D., and Lebel, L. (2007) Local to global perspectives on forest and land fires in Southeast Asia.Mitigation and Adaptation Strategies for Global Change, 12(1), 3-11. Padoch, C. et al (2007) The Demise of Swidden in Southeast Asia (pdf)? Danish Journal of Geography, 107(1), 29-41. NASA image courtesy Jeff Schmaltz, LANCE MODIS Rapid Response. Caption by Adam Voiland and Rebecca Lindsey.

ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากกังหันลมและเซลล์สุริยะในเยอรมนีทำลายสถิติ

ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากกังหันลมและเซลล์สุริยะในเยอรมนีทำลายสถิติด้วยกำลังการผลิตมากกว่า 40,000 เมกะวัตต์

ถือเป็นสถิติใหม่ของเยอรมนี

เป็นเวลาที่ไฟฟ้าที่ผลิตจากลมและแสงอาทิตย์มีมากกว่าที่ผลิตได้จากนิวเคลียร์ถ่านหินและก๊าซ (33,00เมกะวัตต์) ในขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 67,000 เมกะวัตต์

ดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.agora-energiewende.de/service/aktuelle-stromdaten/stromerzeugung-und-verbrauch/

ไฟฟ้าจากถ่านหิน(เมื่อรวมต้นทุนผลกระทบภายนอก) แพงกว่าไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน

รายงานเรื่อง การคำนวณต้นทุนทั้งหมดของวงจรชีวิตของถ่านหิน (Full cost accounting for the life cycle of coal) ตีพิมพ์ใน  Annals of The New York Academy of Sciences ระบุว่าเมื่อพิจารณาผลกระทบของถ่านหินตลอดวงจรชีวิตและกากของเสียที่ผลิตออกมา คิดเป็นค่าใช้จ่าย(ที่มาจากภาษีของประชาชน) ประมาณ 345.3 พันล้านเหรียญต่อปี หรือคิดเป็นการจ่ายค่าใช้ไฟฟ้าราว 17.8 เซ็นต์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง(ของไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน) การศึกษาได้ประมาณต้นทุนผลกระทบภายนอกที่สูดสุดที่ 523.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ(ต่อปี) หรือเทียบเท่ากับการจ่ายค่าไฟฟ้า 26.89 เซ็นต์ต่อหน่วย(กิโลวัตต์ชั่วโมง)

การคำนวณต้นทุนกระทบภายนอกนี้ชี้ให้เห็นว่าไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงไฟฟ้าถ่านหินเมื่อรวมเอาต้นทุนผลกระทบภายนอกเข้าไปด้วยจะเพิ่มไปสองหรือสามเท่าของราคาไฟฟ้าต่อหน่วยที่คนอเมริกันจ่ายโดยเฉลี่ย ชี้ให้เห็นว่า พลังงานจากลม แสงอาทิตย์ และประสิทธิภาพพลังงานนั้นสามารถแข่งขันกับไฟฟ้าจากถ่านหินในตลาดได้แล้ว (ซึ่งเป็นที่ดีรู้กันดีมาพอสมควร)

หมายเหตุ : คนในสหรัฐอเมริกาจ่ายค่าไฟโดยเฉลี่ย 12 เซนต์ต่อหน่วย (กิโลวัตต์ชั่วโมง)