บางแง่มุมของถนนธนะรัตช์ ทางขึ้นเขาใหญ่

Smoke Engulfs Singapore

indonesia_amo_2013170 indonesia_tmo_2013170

On June 19, 2013, NASA’s Terra and Aqua satellites captured striking images of smoke billowing from illegal wildfires on the Indonesian island of Sumatra.

The smoke blew east toward southern Malaysia and Singapore, and news media reported that thick clouds of haze had descended on Singapore, pushing pollution to record levels.

Singapore’s primary measure of pollution, the Pollutant Standards Index (PSI)—similar to the Air Quality Index (AQI) used by the U.S. Environmental Protection Agency—rose to 371 on June 20, 2013, the highest level ever recorded. The previous record occurred in 1997, when the index hit 226. Health experts consider any level above 300 to be “hazardous” to human health. Levels above 200 are considered “very unhealthy.”

Both images above were captured by the Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS), an instrument that observes the entire surface of Earth’s every 1 to 2 days. The top image shows smoke blowing east at 3:30 Universal Time (11:30 a.m. local time); the lower image shows the same area on the same afternoon at 6:30 UTC (2:30 p.m. local time).
Though local laws prohibit it, farmers in Sumatra often burn forests during the dry season to prepare soil for new crops. The BBC reported that Singapore’s Prime Minister Lee Hsien Loong warned that the haze could “easily last for several weeks and quite possibly longer until the dry season ends in Sumatra.”

References
Channel News Asia (2013, June 20) Palm oil producers deny slash-and-burn practices in Indonesia. Accessed June 20, 2013.
New York Times (2013, June 20) Pollution in Singapore Hits Record Level. Accessed June 20, 2013.
Singapore National Environment Agency PSI and PM2.5 Readings. Accessed June 20, 2013.
Voice of America (2013, June 20) Singapore Haze Soars to Hazardous Levels. Accessed June 20, 2013.
Wall Street Journal (June 20, 2013) Singapore Air Pollution Hits Record. Accessed June 20, 2013.
Reuters (June 20, 2013) Slideshow: Asia Haze. Accessed June 20, 2013.

Oil and Gas Drillbase Location in the Gulf of Thailand

https://www.google.com/fusiontables/embedviz?q=select+col1+from+1gXpXolPT9hwhAfaOYEIxPlfWqImJWsIsoyHLWEA&viz=MAP&h=false&lat=9.956512988710399&lng=100.35217285156249&t=1&z=8&l=col1&y=4&tmplt=5

ฟื้นฟูทะเลไทยและปกป้องมหาสมุทรโลก

ไม่ผิดนักหากจะกล่าวว่า เรามีทะเลและมหาสมุทรเพียงหนึ่งเดียว นักเขียนเรื่องวิทยาศาสตร์และนักประดิษฐ์อย่างอาร์เธอร์ ซี คล๊าก กล่าวไว้ว่า เหมาะแล้วหรือที่เราเรียกดาวเคราะห์นี้ว่า “โลก(แผ่นดิน)” ทั้งที่เห็นชัดเจนว่านี่คือ “มหาสมุทร”

อย่างไรก็ตาม ในการอภิปรายถกเถียงเพื่อกอบกู้ความอุดมสมบูรณ์ของทะเลและมหาสมุทร มีการนำเสนอเพื่อพิจารณาถึง “การจัดการผลประโยชน์แห่งชาติตามหลักสมุทราภิบาล(Ocean Governance)” ที่ครอบคลุมการจัดทำกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติ กรอบกฎหมายทางทะเลที่ครอบคลุมกิจกรรมทางทะเลทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทั้งชายฝั่งและน่านน้ำภายในทะเลอาณาเขต เขตต่อเนื่อง ไหล่ทวีป เขตเศรษฐกิจจำเพาะ และทะเลหลวง ทั้งในแง่การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน การบริหารจัดการทรัพยากรประมงพื้นบ้าน ประมงในน่านน้ำและนอกน่านน้ำ การบริหารจัดการทรัพยากรแร่ธาตุและพลังงาน และกฏข้อบังคับในระดับภูมิภาคและในระดับโลก

ไม่ว่าจะเราพิจารณาจากแง่มุมใด เราต้องยอมรับว่า ทะเลและมหาสมุทรของเรามาถึงจุดวิกฤต และมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสโดยลงมือปฏิบัติการปกป้องและฟื้นฟูทะเลและมหาสมุทรที่สนับสนุนคำ้จุนทุกชีวิตบนโลก

มนุษย์เราพึ่งพาทะเลเพื่อความอยู่รอด แต่การบริหารจัดการชั้นบรรยากาศ ท้องทะเลและการประมงที่ไม่เหมาะสม ทำให้ทะเลมีการเปลี่ยนแปลงทางนิเวศวิทยาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นวิกฤตที่แตกต่างจากการเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมา เพราะเกิดจากสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์เดียวนั่นก็คือมนุษย์เรา ในขณะที่ระบบนิเวศทางทางทะเลมีความสามารถในการฟื้นคืนและศักยภาพในการปรับตัว แต่อัตราเร่งและขนาดของการเปลี่ยนแปลงที่เราเห็นอยู่นี้อยู่นอกเหนือประสบการณ์ของเรา

มหาสมุทรของเรามีการเปลี่ยนแปลงในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา ปนเปื้อนมลพิษมากขึ้น เป็นกรดมากขึ้นและมีการทำประมงเกินขนาดมากขึ้น นักนิเวศวิทยาทางทะเลจำนวนมากเห็นร่วมกันว่าการทำประมงเกินขนาดเป็นภัยคุกคุกคามใหญ่หลวงต่อระบบนิเวศวิทยาทางทะเลในปัจจุบัน การบริโภคปลาของเราไดเกิินขีดจำกัดทางนิเวศวิทยาของมหาสมุทรและส่งผลกระทบร้ายแรงโดยตรงต่อระบบนิเวศวิทยาทางทะเล นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายเตือนว่าการทำประมงเกินขนาดส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งต่อมหาสมุทรของเรา บางทีอาจเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

การบริโภคปลาของเรากำลังเกิินขีดจำกัดทางนิเวศวิทยาของมหาสมุทร และการประมงในมหาสมุทรนี้เองได้ทำลายสัตว์ทะเลที่เลี้ยงลูกด้วยนมในแต่ละปีกว่า 300,000 ตัว สิ่งมีชีวิตที่เป็นผู้ล่าบนสุดของห่วงโซ่อาหารในมหาสมุทรรวมถึงปลากำลังหายไป ซึ่งอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศมหาสมุทรทั้งหมด ปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจแทนด้วยปลาที่มีขนาดเล็กลงและปลาที่กินแพลงตอนเป็นอาหาร ในศตวรรษนี้เอง เรายังได้เห็นแมงกระพรุนเป็นอาหารมนุษย์แทนปลา

การทำประมงเกิดขนาดยังคุกคามการอยู่รอดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วนมในทะเล นักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานกับคณะกรรมาธิการล่าวาฬสากลประมาณว่า มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลอย่างวาฬและโลมาบาดเจ็บและตายจากการติดอวนและเครื่องมือทำประมงนับแสนตัว อุบัติเหตุเรือชนกับ มลพิษ เสียงในทะเลและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามที่เพิ่มเข้ามา

ต้นปี 2556 นี้เอง มีการเปิดตัว “คณะกรรมาธิการมหาสมุทรโลก หรือ Global Ocean Commission ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานขับเคลื่อนและมีข้อเสนอแนะทางการเมืองในสี่ประเด็นท้าทายเกี่ยวกับมหาสมุทร คือ การประมงเกินขีดจำกัด (overfishing) การสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยและความหลากหลายทางชีวภาพขนาดใหญ่ (large-scale loss of habitat and biodiversity) การขาดการจัดการและการบังคับใช้ให้เป็นตามกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ (the lack of effective management and enforcement) และข้อบกพร่องในด้านสมุทรธรรมาภิบาลโลก(deficiencies in high seas governance)

คาดกันว่า คณะกรรมาธิการมหาสมุทรโลกนี้จะมิใช่เพียงเสือกระดาษ แต่เป็นผู้เปลี่ยนเกมเพื่อผลักดันให้เกิดทางออกที่สมเหตุสมผลในการปกป้องมหาสมุทร และผลักดันให้ประเด็นการอนุรักษ์ทะเลเป็นหนึ่งระเบียบวาระทางการเมือง เราต้องการเห็นผู้นำประเทศต่างๆ ร่วมกันจัดทำแผนกอบกู้ทะเลและมหาสมุทรเพื่อยุติการประมงเกินขีดจำกัด ขณะเดียวกันทำให้เกิดเครือข่ายอนุรักษ์และคุ้มครองมหาสมุทร(Marine Reserve)

myanmar_tm5_2004349

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคซึ่งแผ่นดิน ทะเล และมหาสมุทรมาบรรจบกัน ถือเป็น “สุดยอด” ในแง่ของความหลากหลายทางชีวภาพที่ไม่อาจหาที่แห่งใดในโลกมาเทียบเทียมได้ ถ้าเรานำเอาหมู่เกาะทั้งหลายที่ประกอบขึ้นเป็นฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซียและไทย พื้นที่แนวปะการัง ป่าชายเลน หญ้าทะเล สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสิ่งมีชีวิตในทะเลมารวมกัน

เมื่อกลับมาที่ทะเลไทย ภารกิจฟื้นฟูทะเลของเรามีการขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างเป็นระบบด้วยการเชื่อมต่อและรวมตัวกันอย่างเข้มแข็งของเครือข่ายประมงพื้นบ้านตลอดแนวชายฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ที่สนับสนุนโดยพลังของภาควิชาการ ภาคธุรกิจและภาคการเมือง ภารกิจนี้คงมิใช่ของใครคนใดคนหนึ่งแต่เป็นของพวกเราทุกคนที่ปรารถนาที่มอบมรดกอันลำ้ค่าส่งต่อให้คนอีกรุ่นหนึ่ง การฟื้นคืนทะเลไทยให้กับมาอุดมสมบูรณ์เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต การไปให้ถึงสิ่งที่เราต้องการนี้ เราจำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน

คำประกาศเจตนารมย์ของบังสะมะแอ เจะมูดอ ผู้นำชาวประมงพื้นบ้านภาคใต้ของไทย เมื่อหลายปีก่อนในการประชุมนานาชาติของชาวประมงแห่งเอเชีย เป็นคำประกาศที่อยู่เหนือกาลเวลา และสร้างแรงบันดาลใจในยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่กล่าวขึ้นต้นว่า “บรรพบุรุษของเราได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในชายฝั่งทะเลไทยมานับพันปีและพร่ำสอนลูกหลานว่า เจ้าจงอยู่กับทะเลด้วยความเคารพและอ่อนน้อมถ่อมตน แต่ด้วยนโยบายที่จะพัฒนาประเทศสู่ความทันสมัยของรัฐไทย ทะเลและทรัพยากรชายฝั่งจึงถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว” และที่กล่าวในตอนท้ายว่า “เราคือชาวประมงพื้นบ้านผู้ที่มีชีวิตรอดได้ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ เราจึงต้องปกป้องธรรมชาติด้วยชีวิตของเรา ณ จุดที่เรายืนอยู่นี้ เรามีพันธกิจที่จะร่วมกับมวลมิตรในทางสากลเพื่อเข้าร่วมปกป้องทรัพยากรธรรมชาติสำหรับลูกหลานที่จักเกิดขึ้นต่อตามกันมา”

 

ทะเลรายรอบเรา

The Sea Around Us by Rachel Carson - inspiring the environmental movement

เธอเป็นผู้เขียน “ฤดูใบไม้ผลิอันเงียบเหงา” อันโด่งดังไปทั่วโลก สร้างความตระหนักให้ผู้คนในเรื่องภัยแฝงเร้นของสารเคมี งานเขียนของเธอจุดประกายขบวนการเคลื่อนไหวปกป้องสิ่งแวดล้อมสมัยใหม่ จนกระทั่ง อุตสาหกรรมเคมีในสหรัฐอเมริกากล่าวหาเธอว่าเป็นฮีสทีเรีย

เธอคือ ราเชล คาร์สัน (Rachel Carson, 1907–1964) หนึ่งในนักเขียนแนวประวัติศาสตร์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา

ในโอกาสวันมหาสมุทรโลก อยากจะบอกว่า ราเชล คาร์สัน ยังเขียนหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับทะเลเช่น ใต้ลมทะเล (Under the Sea Wind) และ ทะเลรายรอบเรา (The Sea Around Us) ซึ่งจำหน่ายเป็นหลายล้านเล่มและมีการแปลออกไปมากกว่า 28 ภาษา

ใน ทะเลรายรอบเรา ผู้เขียนพาเราไปสู่จุดเริ่มต้นของทะเล จริงๆ แล้วเป็นจุดเริ่มต้นของเวลาก็ว่าได้ ที่จุดเริ่มต้น มีหินและหินบอกเล่าเรื่องราวมากมาย และให้ทะเลกับเรา

หนังสือ ทะเลรายรอบเรา เชื่อมโยงงานเขียนของราเชล คาร์สันกับสาธารณะชน ความสามารถของเธอในการนำเอาวิทยาศาสตร์ ความจริงและงานวิจัยมาสื่อสารผ่านภาษาแบบกวี

ราเชล คาร์สันกล่าวในงานรับรางวัลผลงานเขียนตอนหนึ่งว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเข้าใจมนุษย์โดยปราศจากการเข้าใจสิ่งแวดล้อมของมนุษย์และพลังที่หลอมมนุษย์ในทางกายภาพและทางจิตภาพ