แถลงการณ์หมายเลข 6 เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ยืนยันคืนต้นไม้สองข้างทางเขาใหญ่ทำได้ ตอกย้ำกรมทางหลวงให้ร่วมมือกับประชาชนฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างจริงจัง

10 สิงหาคม 2556

หลังจากแถลงการณ์ฉบับที่ 4 ของเครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ภายหลังมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 8 มิถุนายน 2553 ให้ยุติการขยายทางหลวงหมายเลข 2090 ที่เหลืออยู่และฟื้นฟูส่วนที่ขยายไปแล้ว ปรากฎมีข่าวและความเคลื่อนไหวที่ก่อให้เกิดข้อสงสัยเคลือบแคลงว่ากรมทางหลวงก็ดี กรมป่าไม้ก็ดี นักการเมืองทั้งหลายก็ตาม อาจจะไม่มีความจริงใจและจริงจังในการดำเนินการตามมติ ครม.อย่างเร่งด่วน เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่เห็นว่าเพื่อให้เกิดหลักประกันที่แท้จริงในการฟื้นฟูระบบนิเวศน์สองข้างถนนและการสร้างคุณค่าพร้อมอรรถประโยชน์ให้เกิดแก่ชุมชนสองข้างทาง  สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและเครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่จึงยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลปกครองในวันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2553

ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2556 ศาลปกครองกลางได้พิพากษาให้กรมทางหลวงนำต้นไม้ตามชนิดประเภทขนาดเดียวกันหรือใกล้เคียงกันและในจำนวนเท่ากันกับต้นไม้ที่ถูกตัดโค่นแล้วตามบัญชีที่ได้สำรวจบันทึกเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2552 ไปปลูกทดแทน ตามแนวเขตทางหลวงสาย 2090 โดยให้เริ่มดำเนินการภายใน 60 วัน เพื่อให้มีสภาพใกล้เคียงของเดิมให้มากที่สุด

หลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ได้ติดต่อประสานงานกับกรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคมและยื่นรายชื่อประชาชนกว่า 6,000 คน ที่รวมพลังผ่านเว็บไซต์ change.org เรียกร้องให้กรมทางหลวงคืนต้นไม้และฟื้นฟูระบบนิเวศสองข้างทางถนนธนะรัชต์ แต่หน่วยงานรัฐทั้งสองมิได้ให้ความสำคัญกับข้อเรียกร้องอย่างจริงจังแต่อย่างใดและขอใช้สิทธิ์อุทธรณ์ด้วยเหตุผลว่าไม่สามารถทำตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่แย้งกับข้อเท็จจริง

การที่กรมทางหลวงอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้แสดงให้สังคมไทยเห็นชัดว่า หน่วยงานแห่งนี้มิได้แสดงให้เห็นถึงการเป็นองค์กรรักษ์สิ่งแวดล้อมตามที่โฆษณาชวนชื่อและพยายามกล่าวอ้างมาโดยตลอด

ณ วันนี้ ริมผืนป่าเขาใหญ่ ริมถนนธนะรัชต์ เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ร่วมกันแสดงเจตจำนงในการปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่ซึ่งเคยเป็นร่มเงาอยู่ ณ พื้นที่นี้ก่อนที่กรมทางหลวงจะตัดทำลายไปเพื่อแสดงให้เห็นว่าต้นไม้ขนาดใหญ่ไม่ว่าต้นใดประเภทใดหรือชนิดใด ไม่ว่าจะใหญ่เล็กแค่ไหน ก็สามารถนำมาปลูกและยืนต้นได้ในพื้นที่ถนนสายนี้ซึ่งสอดคล้องกับคำพิพากษาของศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2556

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ขอตอกย้ำว่ากรมทางหลวงควรถอนอุทธรณ์ไปที่ศาลปกครองสูงสุดโดยคืนต้นไม้ 128 ต้นแก่แผ่นดิน ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ นอกจากกรมทางหลวงจะไม่ทำตามคำพิพากษา ยังขัดขวางประชาชนที่จะขอนำต้นไม้ 128 ต้นมาปลูกในวันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม เนื่องในวันแม่แห่งชาติ การขัดขวางของกรมทางหลวงทำโดยส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการปลูกต้นไม้ในพื้นที่เดียวกันกับที่เครือข่ายประชาชนเตรียมไว้ แต่ปลูกตัดหน้าในวันที่ 9 สิงหาคม โดยไม่แจ้งแก่เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ ทั้งๆ ที่เครือข่ายประชาชนฯ ได้ทำหนังสือขอปลูกต้นไม้สองข้างทางถนนธนะรัชต์ต่อกรมทางหลวงล่วงหน้าแล้ว

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่เห็นว่ากรมทางหลวงปากว่าตาขยิบ ถืออำนาจบาตรใหญ่กีดกันขัดขวางประชาชนที่ร่วมมือกันฟื้นฟูระบบนิเวศสองข้างทางถนนธนะรัชต์ กรมทางหลวงจึงเป็นหน่วยงานที่ขาดวิสัยวิทัศน์ สิ้นความคิดหรือสิ้นคิด สุดที่จะเยียวยาได้ในการทำให้เห็นความสำคัญของระบบนิเวศและคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ

ถนนธนะรัชต์คือถนนสายอนุรักษ์ที่แสดงให้เห็นว่าคนไทยทั้งประเทศสามารถร่วมมือกันในการปกป้องและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อมิให้หน่วยงานภาครัฐใช้อำนาจโดยพละการในการตัดสินใจทำลายต้นไม้และทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนโดยไม่เสียงประชาชน เฉกเช่นเดียวกันกับโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทซึ่งมีประชาชนจะได้รับผลกระทบจากโครงการนี้มากกว่า 65 จังหวัด

หากประชาชนทั้งประเทศไม่สามารถปกป้องถนนสายต่าง ๆ ที่กรมทางหลวงได้ดำเนินการปรับปรุงหรือขยายอันเป็นการทำลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมตลอดแนวเส้นทางได้ ก็ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าศาลปกครองจะอยู่เคียงข้างประชาชน

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่จะเดินหน้าเพื่อขัดขวางการทำลายต้นไม้และแนวคิดในการทำลายล้างผลาญทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นระบบสนับสนุนค้ำจุนชีวิตของคนรุ่นปัจจุบันและคนรุ่นอนาคตต่อไป

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ / มูลนิธิคุ้มครองผู้ประสบภัย / มูลนิธิเขาใหญ่ / สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน/เครือข่ายอาสาช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ/ThaiFlood ศูนย์ข้อมูลช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม/กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้/เว็บไซต์ Change.org

กรมทางหลวงคืนต้นไม้และฟื้นฟูภูมิทัศน์ธรรมชาติสองข้างถนนธนะรัชต์ร่วมกับภาคประชาชน

11 กรกฏาคม 2556

ตามที่เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ทำการรณรงค์รวบรวมรายชื่อประชาชนออนไลน์ผ่าน change.org ระหว่างเดือนมิถุนายน 2556 จนถึงปัจจุบัน (11 กรกฎาคม 2556) ได้จำนวนกว่า 6,000 รายชื่อ เพื่อผลักดันให้กรมทางหลวง “คืนต้นไม้” สองข้างทางขึ้นเขาใหญ่ตามคำสั่งศาลปกครองกลาง และต่อมากรมทางหลวงได้ยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุดไปแล้วนั้น เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ขอยืนยันในเจตนารมย์ที่ได้ตั้งไว้แต่เดิมโดยเห็นว่าเพื่อนำไปสู่การทำงานประสานร่วมมือเพื่อคืนต้นไม้และฟื้นฟูธรรมชาติอย่างจริงจังและสร้างสรรค์ แทนที่กรมทางหลวงจะผลักภาระรับผิดในการปรับปรุงฟื้นฟูสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นตลอดแนวถนนธนะรัชต์ เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่เห็นว่า กรมทางหลวงสามารถถอนอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุดได้และยอมรับคำตัดสินของศาลปกครองกลาง จากนั้นร่วมกันกำหนดแนวทางการทำงานร่วมมือกับภาคประชาชนเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติสองข้างทางขึ้นเขาใหญ่ให้กลับคืนมาอยู่คู่กับมรดกทางธรรมชาติสืบไป

แถลงการณ์หมายเลข 5 ยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุดเพื่อคุ้มครองฉุกเฉินต่อโครงการเพิ่ม ประสิทธิภาพของถนนหมายเลข 2090 (ถนนธนะรัชต์)

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่-28 กรกฎาคม 2553

สืบเนื่องจากโครงการขยายผิวจราจรถนนหมายเลข 2090 (ถนนธนะรัชต์ ) จาก 2 เลนเป็น 4 เลน เพื่อขึ้นสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ของกรมทางหลวง และได้รับการคัดค้านจากเครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่และประชาชนจำนวนมาก ส่งผลให้ ครม.มีมติยับยั้งการ ก่อสร้างไว้และให้ผู้ที่ได้รับมอบหมายพิจารณาจัดทำแผนฟื้นฟูระบบนิเวศน์สองข้างทางเพื่อ นำเสนอให้ ครม.พิจารณาเสียก่อน แต่การณ์ปรากฏว่า กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้ปล่อยปละละเลยให้เกิดทางต่างระดับของถนนที่ขยายค้างคาอยู่ และปราศจากการ ป้องกันอันตรายที่มากเพียงพอ โดยเฉพาะในยามค่ำคืน ส่งผลให้ประชาชนที่สัญจรไปมาทั้ง ในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวเกิดความเสี่ยงภัยจากอุบัติเหตุเนื่องจากการใช้ถนนเส้นนี้ ในที่สุด อุบัติเหตุและอันตรายก็เกิดขึ้นจริง มีประชาชนหลายรายได้ประสบอุบัติเหตุ รถ จักรยานยนต์ชนกันตกข้างถนนต่างระดับหรือชนกับรถบรรทุกเล็ก ฯลฯ บาดเจ็บสาหัสมาก น้อยตามๆ กัน

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่และพี่น้องในท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งจึงได้รวบรวมภาพถ่ายอุบัติเหตุและความเดือดร้อนทั้งมวลเพื่อนำฟ้อง ร้องขอความเมตตาจากศาลปกครองสูงสุดเพื่อให้ศาลได้พิจารณาวินิจฉัยและมีคำสั่งให้ “รัฐบาล กรมทางหลวงและผู้เกี่ยวข้อง ยุติการก่อสร้างถนนหมายเลข 2090 โดยทันทีและ ให้ มีการปรับระดับผิวจราจรของถนนที่ถูกขยายไปจนกลายเป็นถนนต่างระดับ และมีกองวัสดุต่างๆกองระเกะระกะอยู่ตามสองข้างทาง นั้น ให้กลับมามีระนาบของถนนอยู่ในระดับ เดียวกันโดยทันที พร้อมกับจัดการเก็บวัสดุทั้งหลายที่จะก่ออันตรายต่อการสัญจรไปมาของ ประชาชนรวมทั้งสตรีและเด็กให้เรียบร้อยจนเกิดความปลอดภัยอย่างแท้จริง”

นอกจากนี้ ณ เวลานี้ รัฐบาลยังไม่มีท่าทีว่าจะดำเนินการเรื่องแผนฟื้นฟูอย่างรีบด่วน ทั้งๆที่ ประชาชนเสี่ยงภัยต่อการได้รับอันตรายดังกล่าวข่างต้นมากว่าหนึ่งเดือนแล้ว จึงขอเรียกร้อง ให้ รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องชี้แจงแก่ประชาชนว่า รัฐบาลจะดำเนินการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ อย่างไรและทำให้ประชาชนเกิดความปลอดภัยอย่างไร รวมทั้งความล่าช้าของกรม ทางหลวงและผู้ที่เกี่ยวข้องที่จะดำเนินการตามประกาศิตของนายกรัฐมนตรีและมติของ ครม.

ในเรื่องนี้ อนึ่ง ในขณะที่ประเทศยังไม่พ้นจากวิกฤตการณ์ที่ผ่านมาและและวิกฤตการณ์เหล่า นั้นยังคงดำรงอยู่ นักการเมืองในซีกรัฐบาลก็ยังเดินหน้าผลักดัน โครงการที่อาจจะส่งผลกระ ทบรุนแรงต่อระบบนิเวศน์หลายโครงการ ทั้งโครงการเขื่อนแม่โสมงที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โครงการเหล็กต้นน้ำที่จันทบุรี โครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือโครงการสร้างถนนขึ้นสู่อุทยานลุ่มน้ำเข็ก เป็นต้น

พวกเราเครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ จึงขอประกาศเชิญชวนพี่น้อง ประชาชนที่ไม่ต้องการเห็นระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของประเทศถูกทำลายล้าง สร้างหายนะโลกร้อนอย่างต่อเนื่องอีกต่อไป ขอให้ประชาชนออกมาร่วมมือกันทั้ง ประเทศเพื่อทำการปกป้อง พิทักษ์รักษา ผืนป่า ต้นน้ำ ท้องทะเล ป่าชายเลน และอากาศ ให้สามารถตกทอดไปเป็นมรดกของลูกหลานไทยในอนาคตให้ได้

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่/มูลนิธิชุมชนโคราช/มูลนิธิเขาใหญ่/กองทุนวิจัยและอนุรักษ์ช้างไทย/มูลนิธิพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ กรีนพีช เอเซียตะวันออกเฉียงใต้/กลุ่มรักษ์กระทิงเขาใหญ่/กลุ่มรักษ์เขาแผงม้า/กลุ่มเรารักษ์ป่า/กลุ่มอนุรักษ์ผืนป่าทับลาน/ชมรมธุรกิจท่องเที่ยวเขาใหญ่ ปากช่อง/สมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด/สมัชชาประชาชนไทย-อเมริกาเหนือ/เครือข่ายประชาชนไทยโพ้นทะเลอนุรักษ์มรดกโลก/กลุ่มไม้ขีดไฟ/กลุ่มทันตแพทย์รักในหลวง ห่วงลูกหลาน สร้างสรรค์สังคมไทย/เครือข่ายเพื่อสังคมโคราช [ CSR Korat ] /มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ /โครงการผู้ หญิงเพื่อสันติภาพและความยุติธรรม/เครือข่ายเยาวชนเพื่อการเปลี่ยนแปลง (Youthnet)/เครือข่ายผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเอชไอวี/สมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย/สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยรามคำแหง/กลุ่มเยาวชนตะขบป่า/กลุ่มนิเวศประชาธรรม /เครือข่ายภาคีองค์กรงดเหล้า/ เครือข่ายรักษ์ไม่จางที่บางปะกง /เครือข่ายคุ้มครองสัตว์ป่าไทย /กลุ่มผู้จัดกระบวนการเรียนรู้เรือนเพาะชำ จังหวัดแพร่ /กลุ่ม Stop the road to Khao Yai /สมาคมต่อต้านโลกร้อน /สมาคมพิทักษ์ป่า-

แถลงการณ์หมายเลข 4 เร่งฟื้นฟูสภาพระบบนิเวศน์สองข้างทางถนน 2090 และสร้างคุณค่าของชุมชนหนองน้ำแดงให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

นับตั้งแต่แถลงการณ์ฉบับที่ 1 – 3 ของเครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ เราได้ ประกาศข้อเรียกร้องหลายประการเกี่ยวกับมรดกโลกทางธรรมชาติอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และการขยายถนนหมายเลข 2090 นั้น ได้ปรากฎผลในทางสร้างสรรค์หลายประการ กล่าวคือ ครม.มีมติให้ระงับการขยายเส้นทางจาก กม.ที่ 2 ถึง กม.ที่ 10 ไว้ก่อนจนกว่าจะมีการตกลงทำความเข้าใจให้ถูกต้องกันใหม่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมนำเสนอแผนฟื้นฟูสภาพสองข้างทางของถนนดังกล่าวต่อ ครม. และมอบหมายให้คุณกอรปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกับหน่วยงานทุกหน่วย

แม้ว่า ข้อเรียกร้องของเครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญไม่ได้รับการสนองตอบ ทุกประการ แต่ก็ถือได้ว่า ปัญหาทั้งปวงของถนนหมายเลข 2090 และอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เริ่มมองเห็นหนทางแก้ไขมากขึ้น อย่างไรก็ดี เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลูกโซ่ต่อเนื่องตามมาโดยไม่เห็นประโยชน์อันใด เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ขอนำเสนอแนวคิดและแนวทางการฟื้นฟูสภาพระบบนิเวศน์สองข้างทางและการสร้างคุณค่าของ ชุมชนหนองน้ำแดงระหว่าง กม. ที่ 2 – กม. 10 ดังต่อไปนี้

แนวคิด

• ปรับปรุงชุมชนหนองน้ำแดง ให้เป็นชุมชนแห่งการพิทักษ์รักษาปากประตูสู่มรดกโลกทาง ธรรมชาติ

• ยกระดับคุณค่าของชุมชนหนองน้ำแดงในเชิงระบบนิเวศน์ทางธรรมชาติอันหาได้ยากยิ่ง ขึ้นเรื่อยๆในประเทศ

• ฟื้นฟูสภาพระบบนิเวศน์สองข้างถนน 2090 และตัวถนน 2090 ให้สอดคล้องต้องกัน ระหว่าง การเริ่มต้นที่ชุมชนปากประตูผู้พิทักษ์มรดกโลก ที่นักท่องเที่ยวและทุกคน กำลังจะอาศัย ถนนสาย 2090 ที่ร่มรื่น สวยงาม ไปสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แนวทางและกรอบการแก้ไข

• พัฒนา ปรับปรุง ชุมชนหนองน้ำแดง ให้กลายเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศน์ ที่ทุก คนจะเริ่มต้นอย่างมีจิตสำนึกในการพิทักษ์รักษาและหวงแหน ผืนป่าเขาใหญ่ จนเกิด คุณค่าและอรรถประโยชน์ชัดเจน ทั้งต่อชุมชนและนักท่องเที่ยวทั้งมวล

• ปรับสภาพภูมิทัศน์และระบบนิเวศน์จากหลัก กม.ที่ 2 – 5 เป็นถนน 4 เลนที่ร่มรื่นและ สวยงาม ทั้งยังมีความปลอดภัยอย่างแท้จริง • ปรับสภาพภูมิทัศน์และระบบนิเวศน์จาก กม.ที่ 6 – กม. ที่ 10 เป็นถนน 4 เลนเรียวสอบเข้า เป็น 2 เลนที่ กม.ที่ 10-11 ทำให้สอดคล้องกลมกลืน สวยงาม กับสภาพระบบนิเวศน์ตั้งแต่ กม.ที่ 11 เป็นต้นไป ทั้งหลีกเลี่ยงสภาพคอขวดกระชั้นชิดที่กอ่ปัญหาจราจรอย่างรุนแรงได้

• ฟื้นฟูสภาพระบบนิเวศน์ 2 ข้างทางจากหลัก กม. ที่ 11 – กม.ที่ 24 อย่างจริงจัง ทั้งยังจะ ป้องกันมิให้มีการขยายถนน จนทำลายสภาพป่า ต้นไม้และระบบนิเวศน์ ในอนาคตข้าง หน้าอีก แนวคิดและแนวทางทั้งหมดนี้ ควรจะได้รับการนำเสนอต่อที่ประชุมร่วมของรัฐและประชาชน อย่างจริงจัง มิใช่การทำประชาพิจารณ์แต่เพียงผิวเผิน ดังเช่นในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ที่ ผ่านมา

ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่จึงขอเรียกร้องอย่างจริงจัง ให้รัฐบาลเปิดเวทีร่วมอย่างเร่งด่วนระหว่างหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องและ ประชาชนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมผู้สนใจ เพื่อระดมความคิดเห็นหารือแนวทางฟื้นฟูสภาพ ของถนนหมายเลข 2090 และระบบนิเวศน์ที่เชื่อมโยงกันอย่างจริงจัง อันจะนำไปสู่ข้อสรุป และแผนแม่บทในการแก้ไขปัญหานี้ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์และปรองดอง

อนึ่ง ภายหลังการมีมติของ ครม. เมื่อวันอังคารที่ 8 มิย. 2553 ปรากฎมีข่าวและความเคลื่อนไหวที่ก่อให้เกิดข้อสงสัยเคลือบแคลงว่ากรมทางหลวงก็ดี กรมป่าไม้ก็ดี นักการเมือง ทั้งหลายก็ตาม อาจจะไม่มีความจริงใจและจริงจัง ในการดำเนินการตามมติ ครม.อย่างเร่ง ด่วน ดังนั้นเครือข่ายประชาชนฯ จึงเห็นว่าเพื่อให้เกิดหลักประกันที่แท้จริงในการแก้ไขปัญหาถนนสาย 2090 ระบบนิเวศน์สองข้างถนน และการสร้างคุณค่าพร้อมอรรถประโยชน์ ให้เกิดแก่ชุมชนหนองน้ำแดง จำเป็นต้องดำเนินการดังต่อไปนี้

1) ยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลปกครอง ในวันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2553 โดยนัดหมายพี่น้องของเครือข่ายและสมาคมต่อต้านโลกร้อนไปที่ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ

2) ยื่นหนังสือพร้อมหลักฐานต่างๆ ต่อคณะกรรมการชุดต่าง ๆ คือ คณะกรรมการสิทธิมนุษย ชน คณะกรรมาธิการศึกษาและตรวจสอบการทุจริตและธรรมภิบาล วุฒิสภา ผู้ตรวจการ สตง. และผู้ตรวจการแผ่นดิน

ด้วยจิตคารวะต่อพี่น้องผองเพื่อนผู้รักและหวงแหนผืนป่าต้นน้ำของชาติ

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่/มูลนิธิชุมชนโคราช/มูลนิธิเขาใหญ่/กองทุนวิจัยและอนุรักษ์ช้างไทย/มูลนิธิพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ กรีนพีช เอเซียตะวันออกเฉียงใต้/กลุ่มรักษ์กระทิงเขาใหญ่/กลุ่มรักษ์เขาแผงม้า/กลุ่มเรารักษ์ป่า/กลุ่มอนุรักษ์ผืนป่าทับลาน/ชมรมธุรกิจท่องเที่ยวเขาใหญ่ ปากช่อง/สมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด/สมัชชาประชาชนไทยอเมริกาเหนือ/เครือข่ายประชาชนไทยโพ้นทะเลอนุรักษ์มรดกโลก/กลุ่มไม้ขีดไฟ/กลุ่มทันตแพทย์รักในหลวง ห่วงลูกหลาน สร้างสรรค์สังคมไทย/เครือข่ายเพื่อสังคมโคราช [ CSR Korat ] /มูลนิธิเข้าถึงเอดส์/โครงการผู้ หญิงเพื่อสันติภาพและความยุติธรรม/เครือข่ายเยาวชนเพื่อการเปลี่ยนแปลง (Youthnet)/เครือข่ายผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเอชไอวี/สมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย/สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยรามคำแหง/กลุ่มเยาวชนตะขบป่า/กลุ่มนิเวศประชาธรรม/เครือข่ายภาคีองค์กรงดเหล้า/เครือข่ายรักษ์ไม่จางที่บางปะกง/เครือข่ายคุ้มครองสัตว์ป่าไทย/กลุ่มผู้จัดกระบวนการเรียนรู้เรือนเพาะชำจังหวัดแพร่/กลุ่ม Stop the road to Khao Yai /สมาคมต่อต้านโลกร้อน/สมาคมพิทักษ์ป่า-

แถลงการณ์หมายเลข 3 เรียกร้องให้รัฐบาลหยุดทำลายสิ่งแวดล้อม มรดกโลกอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ – มิถุนายน 7, 2553

สืบเนื่องจากโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 2090 หรือถนนธนะรัชต์ ตอนแยกทางหลวงหมายเลข 2-ต่อเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม โดยมีกรมทางหลวงเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและอธิบดีกรมทางหลวงได้แถลงผ่านสื่อมวลชนโดยอ้างว่ามีความจำเป็นต้องขยายถนนเพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในวันหยุด ด้วยการเพิ่มช่องจราจร จาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจรนั้น

ในความเป็นจริงแม้จะมีการจราจรติดขัดในเวลาเร่งด่วนและในวันหยุดบนเส้นทางนี้ ก็จะมีการติดขัดเฉพาะในเขตชุมชนเฉพาะช่วงเวลาที่คนไปทำงานหรือนักเรียนไปโรงเรียน และเมื่อมีนักท่องเที่ยวมามากขึ้นในวันหยุดเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นการจราจรก็ยังลื่นไหลไปได้เรื่อยๆมิได้ติดแบบหยุดชะงักเสียทีเดียว ซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหาในกรณีนี้นั้น เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องก็ควรแก้ไขด้วยการบริหารจัดการจราจรในจุดที่เป็นปัญหา เชื่อว่าหากทำกันอย่างจริงจัง ปัญหาจราจรที่ติดขัดจะลดลงไปได้เป็นอันมากโดยไม่จำเป็นต้องมีการขยายถนนแต่อย่างใด

ประการสำคัญที่สุดคือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นพื้นที่สำคัญทั้งทางวิถีชีวิตของประชาชนในชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สังคมและสิ่งแวดล้อม จนได้รับเลือกให้เป็นผืนป่ามรดกโลกแห่งที่ 5 อันถือได้ว่าเป็นสมบัติของโลกทั้งมวลอันเป็นคุณค่าสากล ส่วนเจ้าของประเทศมีหน้าที่ดูแลรักษาให้สภาพนั้นคงอยู่อย่างถาวรยั่งยืนมิให้เสื่อมทรามหรือมิให้ด้อยคุณค่าลงไป ดังนั้นผู้บริหารประเทศที่มีมรดกโลกเป็นสมบัติของประเทศตนอยู่นั้นย่อมต้องมีความเป็นวิญญูชน มีวิจารณญาณ มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อคุณค่าเหล่านั้น มีความตระหนักถึงผลกระทบต่างๆ โดยระมัดระวังป้องกันมิให้โครงการพัฒนาใดใดส่งผลกระทบในด้านลบต่อสถานที่ที่มีคุณค่านี้ เฉกเช่นประเทศที่เจริญแล้วได้ยึดถือปฏิบัติสืบมา

ผู้ร่วมลงนามในท้ายหนังสือนี้ มีความเห็นว่าโครงการขยายถนนสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทั้งระยะแรก 8.1 กม. และระยะที่สองยาวถึง หลัก กม.ที่ 24 ประชิดปากทางขึ้นเขาใหญ่ ในครั้งนี้เป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงทั้งด้านสิ่งแวดล้อม และทางสังคม ดังนี้คือ

1. มีการตัดต้นไม้ทั้งสองข้างทางไปแล้วตั้งแต่ กม.ที่ 2 ถึง กม.ที่ 8 นอกจากตัดต้นไม้เล็กกลางนับหลายร้อยต้นแล้ว ยังพบว่ามีการตัดต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้หวงห้าม ต้นไม้หายาก อันประกอบด้วย สะเดา 86 ต้น , สัก 8 ต้น ,ประดู่ 5 ต้น , นนทรี 4 ต้น , กระถินพิมาน 1 ต้น , หว้า 4 ต้น ,อินทนิล 1 ต้น ,กาสามปีก 8 ต้น ,คงคาเดือด 4 ต้น , มะค่าโมง 2 ต้น , ตะแบก 1 ต้น , พะยูง 1 ต้น , มะหาด 1 ต้น , และตะคร้ำ 2 ต้น ไม้ใหญ่ที่ถูกตัดไปนั้น มีจำนวนรวมแล้วมากถึง 128 ต้น แต่ละต้นมีอายุนับสิบนับร้อยปี ต้นไม้เหล่านี้ล้วนเป็นต้นไม้สำคัญ บางชนิดหายากและมีคุณค่าทางเศรษฐกิจอย่างยิ่ง

2. เกิดความสูญเสียที่ประเมินค่ามิได้ในด้านความรู้สึกของคนไทยและผู้ที่รักสิ่งแวดล้อมทั้งมวล ที่ต่างรักและหวงแหนผืนป่าต้นน้ำแห่ลงมรดกโลกของชาติแห่งนี้มาช้านาน อีกทั้งยังต้องสูญเสียอุโมงค์ต้นไม้ ซึ่งมีระยะทางกว่า 1 กม.ที่เคยมีต้นไม้สองข้างทางโค้งเข้าหากัน เป็นร่มเงาคล้ายอุโมงค์แห่งความร่มรื่น ทั้งยังเคยเป็นภาพลักษณ์ที่สวยงามของอันซีนไทยแลนด์สถานที่หนึ่งไปด้วย ซึ่งขณะนี้ได้ปราศนาการไปแล้วจากการตัดต้นไม้ดังกล่าวข้างต้น บรรยากาศการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติย่อมเปลี่ยนอรรถรสไป

3. มีความเป็นไปได้อย่างชัดเจนว่า การขยายผิวจราจรในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยาทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อผืนป่ามรดกโลกแห่งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากการตัดต้นไม้ที่มีอายร่วมร้อยปีที่แผ่กิ่งก้านและมีรากที่ชอนไชแผ่ออกไปกว้างใหญ่ช่วยอุ้มน้ำใต้ดินไว้มาเนิ่นนาน ที่เคยช่วยรักษาความชื้นและให้ร่มเงาตลอดมา ซึ่งแม้ผู้เกี่ยวข้องอ้างว่าจะทำการปลูกต้นไม้ทดแทนขึ้นใหม่นั้นก็ไม่สามารถชดเชยกันได้ เพราะกว่าที่ต้นไม้ที่ปลูกใหม่จะเติบโตพอที่จะคืนระบบนิเวศน์วิทยาที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้นั้นต้องกินเวลาหลายสิบปี ขณะเดียวกันหากปล่อยให้มียานพาหนะจำนวนมากแล่นผ่านเกินจำนวนที่ธรรมชาติสองข้างทางจะรักษาสมดุลไว้ได้ ย่อมจะเกิดผลกระทบจากไอเสียรถยนต์อย่างไม่อาจควบคุมได้ อีกการขายถนนอาจจะทำให้มีนักท่องเที่ยวมามากเกินไป ยังผลให้เกิดการปลูกที่พักอาศัยและสถานบริการนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ก่อให้เกิดการสร้างมลภาวะ ทั้งขยะ น้ำเสีย อากาศพิษทั้งหมดนี้จะเป็นการทำลายธรรมชาติทั้งระบบจนพังย่อยยับชนิดที่ยากจะฟื้นคืนให้คงสภาพดีดังเดิมได้ เราจะสูญเสียมรดกของเราไปโดยมิทันตกทอดสู่คนรุ่นต่อไป

4. มีโอกาสที่จะเกิดการสูญเสียวิถีชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ซึ่งเคยเกิดขึ้นแล้วในที่ต่างๆ อันเนื่องมาจากความเจริญที่มาพร้อมกับถนนที่ขยายกว้างขึ้นส่งผลให้เกิดควาเหินห่างของคนในชุมชน และเมื่อขาดการควบคุมที่ดีย่อมจะก่อให้เกิดการเข้ามาของผู้ลงทุน ชาวชุมชนท้องถิ่นที่เหลือน้อยอยู่แล้วก็ยิ่งยากที่จะรักษาวิถีชีวิตและฐานทรัพยากรของตนไว้ได้ เราจะสูญเสียความเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมไปโดยปริยาย ซึ่งหากความเจริญที่รุกไล่ชุมชนด้วยระบบทุนเช่นนี้ ย่อมเป็นอีกมุมหนึ่งของสังคมที่สั่งสมระเบิดเวลาปล่อยให้เกิดการถ่างช่องว่างแห่งความเหลื่อมล้ำให้ขยายใหญ่ขึ้นไปอีกอันขัดแย้งกับนโยบายปรองดองที่ประกาศออกไป

แม้ขณะนี้จะมีเสียงเรียกร้องจากประชาชนทุกภาคส่วนทั่วประเทศ ออกมาแสดงพลังร่วมกันคัดค้านต่อต้านโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 2090 นี้ รวมทั้งท่านนายกรัฐมนตรี คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งได้ออกแถลงผ่านสื่อมวลชนสั่งให้ชะลอโครงการขยายถนนสายนี้ด้วยแล้ว แต่กระนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็มิได้แสดงทีท่าที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อโครงการนี้ และยังคงยืนยันเดินหน้าต่อไปโดยยังอ้างว่าเป็นโครงการที่มีความจำเป็น ทั้งที่ขัดแย้งกับคำกล่าวของนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุนี้ประชาชนผู้ร่วมลงนามท้ายแถลงการณ์นี้จึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาลดังต่อไปนี้

1) ให้รัฐบาล ยุติโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 2090 (ถนนธนะรัชต์ตอนแยกทางหลวงหมายเลข 2-ต่อเขตอุทยาน แห่งชาติเขาใหญ่) อันเป็นการดำเนินการที่ประชาชนไม่ยอมรับ และเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายในหลายกรณี โดยเด็ดขาด ในทันที

2) ให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมตรวจสอบอิสระขึ้นเพื่อตรวจสอบความโปร่งใสทุกขั้นตอนของโครงการนี้ นับตั้งแต่การเสนอนโยบาย การประมูลโครงการ การจัดทำเวทีรับฟังความเห็นของประชาชน และตรวจสอบความเสียหายทุกๆด้าน โดยเปิดโอกาสให้เกิดความมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน เช่นมีองค์ประกอบของประชาชน นักวิชาการอิสระ องค์กรภาคประชาสังคมและสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกำหนดมาตรการที่ชัดเจนในการฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นและหาแนวทางพัฒนาให้เป็นถนนสายธรรมชาติ ที่อยู่คู่กับชุมชนริมทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่สืบไป

3) ให้รัฐบาลประกาศมาตรการเร่งด่วนในการฟื้นฟู ความเสียหายที่เกิดขึ้นไปแล้วจากการตัดต้นไม้เพื่อขยายถนนดังกล่าวช่วง 2-8 กม. ให้กลับคืนดังเดิมโดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนทุกภาคส่วนอย่างกว้างขวาง

4) ให้รัฐบาลยุตินโยบายทั้งปวงที่มีแนวโน้มคุกคามก้าวร้าวต่อผืนป่าอุทยานและแหล่งน้ำทั่วประเทศ

5) ให้รัฐบาลทบทวนกฎหมายที่ให้อำนาจในการทำลายผืนป่าและสิ่งแวดล้อม อาทิเช่น ควรยกเลิกข้อตกลงข้อการสงวนการตัดฟันไม้ ในแนวเขตทางหลวง และในที่ดินสงวนของกรมทางหลวง พ.ศ.2511 ที่ให้สิทธิกรมทางหลวง ตัดต้นไม้ก่อนทำหนังสือขออนุญาตทีหลังได้แล้ว เนื่องจากข้อตกลงดังกล่าวไม่ เหมาะสมกับภาวการณ์ปัจจุบัน

6) ขอให้สั่งพักราชการเจ้าหน้าที่และนักเมืองผู้เกี่ยวข้องในโครงการนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้การตรวจสอบความจริงดำเนินไปโดยอิสระ รวมทั้งการปกป้องข้าราชการที่บริสุทธิ์จากการตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ด้วย จนกว่าผลการสอบสวนจะเป็นที่กระจ่างต่อสาธารณะ 7) รัฐบาลต้องนำผู้กระทำผิดในกรณีนี้มาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมโดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ของกลุ่มุบคคล แม้ว่าผู้กระทำผิดนั้นอาจจะเป็นคนในพรรคการเมือง ผู้สนับสุนนพรรคการเมือง ผู้ใกล้ชิดนักการเมือง หรือข้าราชการประจำก็ตาม

ทั้งนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะใช้ความจริงใจทำหน้าที่ผู้นำประเทศที่องอาจเข้มแข็งและมีความกล้าหาญเพื่อเห็นแก่จิตใจของประชาชนจำนวนมากที่ให้กำลังใจท่านเสมอมา เราปรารถนาที่จะเห็นท่านเป็นผู้นำที่ร่วมธำรงไว้ซึ่งความเที่ยงธรรมในสังคมเคียงคู่กับประชาชนผู้รักความเป็นธรรมโดยไม่เห็นแก่บทบาททางการเมืองมากไปกว่าการสร้างความถูกต้องชอบธรรมให้เป็นบรรทัดฐานของสังคมสืบไป และเพื่อปกป้องมิให้มรดกโลกชิ้นนี้ต้องสิ้นสลายลงไปในสมัยที่ท่านเป็นผู้นำประเทศ

แถลงการณ์หมายเลข 2 เนื่องวันสิ่งแวดล้อมโลกและปีแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ

เครือข่ายอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่

, 5 มิ.ย.2553

เนื่องวันสิ่งแวดล้อมโลกและปีแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ เครือข่ายอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่และประชาชนผู้ร่วมคัดค้านโครงการขยายถนน ธนะรัชต์ได้ร่วมแสดงพลังในการปกป้องเขาใหญ่ด้วยการทำพิธีบวชต้นไม้และปลูกต้นไม้จำนวน 500 ต้น บริเวณสองข้างทางถนนธนะรัชต์มุ่งสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หนึ่งในมรดกโลก เพื่อปกป้องความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่โดยรอบเขาใหญ่ที่จะถูกตัดทำลายจากโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 2090 (ตอนแยกทางหลวงหมายเลข 2-ต่อเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่) โดยกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม

ในนาม เครือข่ายอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ เราขอขอบคุณ ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งได้ออกแถลงผ่านสื่อมวลชนสั่งให้ชะลอโครงการขยายถนนสายนี้ ถือเป็นความกล้าหาญทางจริยธรรมที่นักการเมืองพึงมี แสดงให้เห็นว่า เสียงเรียกร้องของประชาชนที่ต้องการมีส่วนร่วมในการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพของผืนป่าเขาใหญ่ ได้รับการรับฟัง

อย่างไรก็ตาม การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพของผืนป่าอันยิ่งใหญ่แห่งนี้มิอาจกระทำได้โดยลำพังบนพื้นฐานของการตัดสินใจทางการเมืองดังกล่าวแต่เพียงอย่างเดียว การดำเนินการที่จะให้มีการตรวจสอบโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงคมนาคมยังไม่ใช่แนวทางในการฟื้นฟูเยียวยาความเสียหายที่ถูกต้อง

ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่จึงมีข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้

1. ยืนยันเจตนารมย์เดิมที่จะให้มีการยุติโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 2090 (ตอนแยกทางหลวงหมายเลข 2-ต่อเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่) ในทันที

2. ฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการขยายถนนธนะรัชต์ช่วง 2-8 กม. ให้กลับคืนดังเดิมโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างกว้างขวาง

3. ให้รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมตรวจสอบอิสระขึ้นมาตรวจสอบโครงการขยายถนนสายนี้ โดยมีองค์ประกอบของประชาชน นักวิชาการอิสระ องค์กรภาคประชาสังคมและสถาบันการศึกษาเพื่อดำเนินการฟื้นฟู ความเสียหายที่เกิดขึ้นและหาแนวทางพัฒนาถนนธนะรัชต์ให้เป็นถนนสายธรรมชาติที่อยู่คู่กับชุมชนริมทางและอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่สืบไป

 

 

แถลงการณ์หมายเลข 1

- หยุดฆาตกรรมธรรมชาติ หยุดตัดต้นไม้และทำลายเขาใหญ่ 



เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่

, 2553

สืบเนื่องจากโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 2090 (ตอนแยกทางหลวงหมายเลข 2-ต่อเขตอุทยาน แห่งชาติเขาใหญ่) โดยกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ซึ่งได้ดำเนินการขยายถนนสาย 2090 หรือถนนธนะรัชต์ (ปากช่อง-เขาใหญ่) เส้นทางขึ้นสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พบว่ามีการตัดต้นไม้ทั้งสองข้างทางไป ตั้งแต่ กม.ที่ 2 ถึง กม.ที่ 8  นอกจากตัดต้นไม้เล็กนับร้อยต้นแล้วยังพบว่ามีการตัดต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้หวงห้าม ต้นไม้หายากอันประกอบด้วย  สะเดา 86 ต้น , สัก 8 ต้น ,ประดู่ 5 ต้น , นนทรี 4 ต้น , กระถินพิมาน 1 ต้น , หว้า 4 ต้น ,อินทนิล 1 ต้น ,กาสามปีก 8 ต้น ,คงคาเดือด 4 ต้น , มะค่าโมง 2 ต้น , ตะแบก 1 ต้น , พะยูง 1 ต้น , มะหาด 1 ต้น , และตะคร้ำ 2 ต้น  ไม้ใหญ่ที่ถูกตัดไปนั้น มีจำนวนรวมแล้วมากถึง 128 ต้น แต่ละต้นมีอายุนับสิบนับร้อยปี  ล้วนแต่เป็นต้นไม้สำคัญ  บางชนิดหายากและมีคุณค่าทางเศรษฐกิจและสิ่งที่ประเมินค่ามิได้คือ ความรู้สึกของคนไทยทั้งมวล ที่รักเขาใหญ่ อันเป็นผืนป่าต้นน้ำ มรดกโลกของชาติเรา และผู้คนที่ประทับใจกับอุโมงค์ต้นไม้ บนพื้นที่ถนนระยะทางกว่า 1 กม.ที่มีต้นไม้สองข้างทางโค้งเข้าหากัน  เป็นร่มเงาคล้ายอุโมงค์แห่งความร่มรื่น ทั้งเคยเป็นอันซีนไทยแลนด์สถานที่หนึ่งซึ่งขณะนี้ไม่มีอีกแล้ว

โครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 2090 นี้ กระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวง แถลงผ่านสื่อว่าจำเป็นต้องขยายถนนเพื่อแก้ปัญหารถติดจึงเพิ่มช่องจราจรจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร โดยมิได้ตระหนักเลยแม้แต่น้อยว่าต้นไม้มากมายที่ถูกตัดโค่นลงเพื่อแลกกับเส้นทางนำความเจริญทางวัตถุเข้าไปทำลายผืนป่าและสนองตัญหาของนักการเมืองเหล่านี้นั้นจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยาทั้งในทางตรงและทางอ้อมของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และสถานภาพของผืนป่ามรดกโลกแห่งที่ 5 นี้ อย่างไร แม้ขณะนี้จะมีเสียงเรียกร้องจากประชาชนทุกภาคส่วนทั่วประเทศ ออกมาแสดงพลังร่วมกันคัดค้านต่อต้านโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 2090 นี้  รวมทั้งฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  ซึ่งได้ออกแถลงผ่านสื่อมวลชนสั่งให้ชะลอโครงการขยายถนนสายนี้ด้วยแล้ว แต่กระนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็มิได้อินังขังขอบต่อกระแสต่อต้านของสังคมแต่อย่างใด ยังคงยืนยันด้วยหัวใจแห้งแล้ง อย่างเยือกเย็น  แถลงผ่านสื่อขัดแย้งกับประกาศิตของท่านนายกรัฐมนตรีว่าเป็นโครงการที่มีความจำเป็นและจะดำเนินการต่อไป

ด้วยเหตุนี้  พวกเราประชาชนทั้งหลาย จึงมิอาจนิ่งเฉยในการร่วมกันปกป้องพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่อย่างยั่งยืนเป็นรูปธรรม  ดำเนินการได้จริง  โดยมีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลดังต่อไปนี้

1) ให้รัฐบาลยุติโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 2090 (ตอนแยกทางหลวงหมายเลข 2-ต่อเขตอุทยาน แห่งชาติเขาใหญ่) ที่ผิดกฎหมายนี้ โดยเด็ดขาดในทันที

2) 
ให้รัฐบาลฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการขยายถนนธนะรัชต์ช่วง 2-8 กม. ให้กลับคืนดังเดิมโดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างกว้างขวาง 
ให้รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมตรวจสอบอิสระขึ้นมาตรวจสอบความเสียหายจากโครงการขยายถนนสายนี้ โดยมีองค์ประกอบของประชาชน นักวิชาการอิสระ องค์กรภาคประชาสังคมและสถาบันการศึกษาเพื่อดำเนินการฟื้นฟู ความเสียหายที่เกิดขึ้นและหาแนวทางพัฒนาถนนธนะรัชต์ให้เป็นถนนสายธรรมชาติ ที่อยู่คู่กับชุมชนริมทางและอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่สืบไป

3) 
ให้รัฐบาลยุตินโยบายทั้งปวงที่มีแนวโน้มคุกคามก้าวร้าวต่อผืนป่า อุทยานและแหล่งต้นน้ำทั่วประเทศ

4) ให้รัฐบาลทบทวนกฎหมายที่ให้อำนาจในการทำลายผืนป่าและสิ่งแวดล้อม อาทิเช่น ควรยกเลิกข้อตกลงเรื่องการสงวนการตัดฟันไม้ ในแนวเขตทางหลวง และในที่ดินสงวนของกรมทางหลวง พ.ศ.2511 ที่ให้สิทธิกรมทางหลวงตัดต้นไม้ก่อนทำหนังสือขออนุญาตทีหลังได้แล้ว เนื่องจากข้อตกลงดังกล่าวไม่เหมาะสมกับภาวการณ์ปัจจุบัน

เราขอเรียกร้องเชิญชวนพี่น้องประชาชนไทยได้โปรดออกมาร่วมมือร่วมใจผ่านกระบวนการต่างๆ เพื่อพิทักษ์รักษาผืนป่าแหล่งต้นน้ำธรรมชาติ ทั่วประเทศ และถือเอากรณีถนน 2090 เส้นนี้ที่คุกคามจะทำร้ายและทำลายต่ออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นกรณีศึกษาว่าตราบใดที่ประชาชนเราเผลอเรอ รู้ไม่เท่าทัน ขาดข้อมูล กลุ่มนักการเมืองและข้าราชการที่หัวใจแห้งแล้ง ขาดสำนึกต่อประเทศ ผืนป่าและแหล่งต้นน้ำจะรุกคืบคลานเข้าไปแสวงหาประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งกับธรรมชาติที่เหลือน้อยเต็มที

ด้วยจิตคารวะแด่หัวใจของพี่น้องประชาชนที่พร้อมจะปกป้องผืนป่าแหล่งต้นน้ำของแผ่นดิน

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่

/สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยรามคำแหง

/มูลนิธิชุมชนโคราช

/มูลนิธิเขาใหญ่

/มูลนิธิหม่อมเจ้าหญิงรังษี ยุคคล

/มูลนิธิพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ/กรีนพีชเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

/กลุ่มอนุรักษ์กระทิงเขาใหญ่

/กลุ่มรักษ์เขาแผงม้า/กลุ่มเรารักษ์เขาใหญ่

      ชมรมธุรกิจท่องเที่ยวเขาใหญ่-ปากช่อง/เครือข่ายเพื่อสังคมโคราช[ CSR Korat ]/สมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด/สมัชชาประชาชนไทยอเมริกาเหนือ

/เครือข่ายประชาชนไทยโพ้นทะเลอนุรักษ์มรดกโลก

/ภาคีนักศึกษาอาจารย์ มหาวิทยาลัยราชภัฎ นครราชสีมา/ศูนย์ข้อมูลท้องถิ่นมหาวิทยาลัยราชภัฎ/ ชมรมนักธุรกิจเพื่อสังคม โคราช

/ กลุ่มทันตแพทย์รักในหลวง ห่วงลูกหลาน สร้างสรรค์สังคมไทย

/กลุ่มไม้ขีดไฟ

เครือข่าย/เยาวชนเพื่อการเปลี่ยนแปลง (Youthnet)/
เครือข่ายผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเอชไอวี

/มูลนิธิเข้าถึงเอดส์/ 
โครงการผู้หญิงเพื่อสันติภาพและความยุติธรรม
/กลุ่มนิเวศประชาธรรม