คราบนำ้มันขึ้นเกาะเสม็ด หนึ่งใน Iconic Climate Photo ปี 2013

energy-thailand-oil-spill-after_69857_600x450CREDIT: EUROPEAN PRESSPHOTO AGENCY

น้ำมันดิบปริมาณ 13,000 แกลลอนรั่วจากท่อขนส่งน้ำมันนอกชายฝั่งมาบตาพุด ระยอง และในที่สุดคราบน้ำมันก็ขึ้นฝั่งที่อ่าวพร้าว เกาะเสม็ด แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลชั้นนำของจังหวัดระยองในเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเลเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด

เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อชุมชนและธุรกิจท่องเที่ยวบนเกาะ บริษัท ปตท ต้องใช้งบประมาณมหาศาลเพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้คนมาเที่ยวเกาะหลังจากปฏิบัติการทำความสะอาดชายหาดสิ้นสุดลง

http://thinkprogress.org/climate/2013/12/24/3051771/iconic-climate-photos-2013/

เยป ซาโน(Naderev “Yeb” Saño) วีรบุรุษแห่งเวทีเจรจาโลกร้อน

climatecom-638x454

ภาพโดยสำนักข่าว AP

สามวันหลังจากโครตมหาพายุไห่เยี่ยนพัดถล่มตอนกลางของฟิลิปปินส์อย่างราบคาบ เยป ซาโน (Naderev “Yeb” Saño) หัวหน้าคณะเจรจานโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของฟิลิปปินส์ บอกผู้เข้าร่วมเวทีเจราจาโลกร้อนครั้งที่ 19  told the delegation at (the 19th United Nations Framework Convention on Climate Change) ว่า เวลากำลังจะหมดสำหรับประเทศที่เป็นหมู่เกาะอย่างฟิลิปปินส์สำหรับการเจรจาว่าด้วยสภาพภูมิอากาศที่ล้มเหลว เยป ซาโน ทำการประท้วงอดอาหารจนกว่าจะเห็นการเจรจามีความคืบหน้าชัดเจน เยป ซาโนท้าทายกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยกับภาวะโลกร้อนและประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศน้อยกว่าโดยกล่าวว่า “ผมท้าคุณ ให้ออกจากหอคอยงาช้าง ถอยห่างออกจากที่นั่งอันแสนสบาย ผมท้าคุณให้ไปดูหมู่เกาะในแปซิฟิค แคริเบียน ในมหาสมุทรอินเดีย ไปดูให้เห็นกับตาว่าน้ำทะเลที่สูงขึ้นนั้นมันส่งผลกระทบอย่างไร  ผมท้าคุณให้ไปดูเขตเทือกเขาหิมาลัยและแอนดิส ไปดูให้เห็นกับตาว่าชุมชนแถบนั้นต้องเผชิญความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลันจากการละลายของธารน้ำแข็งอย่างไร ผมท้าให้คุณไปยังเขตอาร์กติกที่ซึ่งคนพื้นเมืองต้องเผชิญกับภัยจากการละลายของมวลน้ำแข็งของมหาสมุทรอย่างไร ผม้ทาให้คุณไปดูเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง คงคา อะเมซอน ไนล์ ไปดูให้เห็นกับตาว่าชาวบ้านเค้าดำรงชีวิตท่ามกลางภัยคุกคามจากน้ำท่วมและภัยแล้งอย่างไร ผมท้าคุณให้ไปเขตเทือกเขาในอเมริกากลางจะต้องเจอกับพายุเฮอริเคนยักษ์ ไปดูทุ่งสะวันนาของแอฟริกาที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นตัวชี้เป็นชี้ตายของการขาดแคลนน้ำและอาหาร และถ้ายังไม่พอ พวกคุณอาจต้องไปที่ฟิลิปปินส์ในตอนนี้เลย

เรือเดินสมุทรยักษ์ขนถ่านหินผ่านมหาสมุทรอาร์กติกเป็นครั้งแรก

north940-555x666จากอดีตถึงปัจจุบัน มีเรือเดินสมุทรขนาดเล็กจำนวนมากใช้เส้นทางเดินเรือผ่านช่องทางตะวันตกเฉียงเหนือ(the Northwest Passage)  กล่างคือจากชายฝั่งตะวันตกของอเมริกาเหนือ ขึ้นไปยังอลาสกาและผ่านเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล เพื่อทะลุออกไปยังยุโรป แต่เรือเดินสมุทร The Nordic Orion เป็นเรือขนส่งขนาดใหญ่ลำแรกที่ใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(เพราะทะเลน้ำแข็งมีน้อยลง ) ย่นย่อระยะทางขนส่งสินค้า

การที่มวลน้ำแข็งแห่งมหาสมุทรอาร์กติกมีขนาดลดลงต่ำมากที่สุดลำดับที่หกตามที่มีการบันทึก The Nordic Orion เดินทางออกจากแวนคูเวอร์ บริติชโคลัมเบียไปยังฟินแลนด์ สินค้าที่บรรทุกไปนั้นคือ “ถ่านหิน” อันเป็นการส่งสัญญานยุคใหม่ของการเดินเรือขนส่งสินค้าที่นำเสนอโดย “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”

ราคาแผงเซลล์สุริยะถูกลงมากทำให้การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์แข่งขันได้

price-of-solar-power-drop-graph

ปี 2556 เราได้เห็นราคาของแผงเซลสุริยะหรือโซลาร์เซลล์ลดลงอย่างรวดเร็ว อย่างเช่นในสหรัฐอเมริกาซึ่งมีราคาอยู่ที่ 0.74 เหรียญต่อวัตต์ หรือลดลงถึงร้อยละ 99 ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา  ทำให้การผลิตไฟฟ้าจากแผงเซลล์สุริยะสามารถแข่งขันได้กับแหล่งพลังงานดั้งเดิมเพื่อป้อนไฟฟ้าเข้าสู่สายส่ง ต้นทุนที่ลดลงของการผลิตไฟฟ้าจากแผงเซลล์สุริยะนี้มาจากการสนับสนุนด้านนโยบายของรัฐ ทั้งในรูปของการวิจัยและพัฒนา การรับซื้อไฟฟ้า การออกกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียน และการสนับสนุนด้านเงินทุน

ประเทศไทยมีความเข้มแสงในการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ในระดับต้นๆ รัฐบาลเห็นว่าต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าโดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ปรับตัวลงต่ำมากจึงได้มีโครงการสนับสนุนภาคเอกชนและประชาชนโดยจัดให้มีการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน บริษัท ห้างร้าน โรงงาน และให้การสนับสนุนในการขายไฟคืนให้การไฟฟ้าในอัตรามากสุด 6.96 บาท/หน่วย เป็นเวลา 25 ปี

จุดคุ้มทุนขึ้นกับชนิดอุปกรณ์ที่ติดตั้งเช่นแผงโซล่าเซลล์ ชนิดอินเวอเตอร์  เป็นต้น เพราะทั้งสองสิ่งคือ ต้นทุนหลักในการติดตั้ง  ซึ่งจากประสบการณ์การวิจัยและการทดลองพบว่าสามารถคืนทุนได้เร็วที่สุด 6 ปี (Solar farm คืนทุน 7 ปี)  และสามารถทำกำไรในการขายไฟคืนให้การไฟฟ้าอีก 19 ปี

ที่มา :  http://thinkprogress.org/climate/2013/12/20/3078461/9-climate-charts-2013/ http://renewableenergythai.com)

อุณหูมิเฉลี่ยผิวโลกยังคงสูงเพิ่มขึ้น

Carbon-Finalกราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิเฉี่ยผิวโลกในช่วง 11,300 ปีที่ผ่านมา (เส้นสีฟ้า อ้างจาก Science, 2013) และการคาดการณ์การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกในศตวรรษปัจจุบันตามระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นอยู่ของมนุษยชาติ  (เส้นสีแดง, อ้างจากการศึกษาต่างๆ ในปัจจุบัน (recent literature)).

กราฟด้านบนแสดงให้เห็นว่าอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกในช่วงปัจจุบันมีระดับเพิ่มสูงมากขึ้น อันเนื่องมาจากก๊าซเรือนกระจก เส้นสีฟ้าแสดงระดับอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกในช่วง 11,300 ปีที่ผ่านมา และระดับที่เพิ่มขึ้นทางด้านขวาระบุว่า การที่อุณหภูมิเปลี่ยนแปลง 50 เท่า เร็วกว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อารยธรรมและเกษตรกรรมมีพัฒนาการมานั้นมีลักษณะอย่างไร เส้นสีแดงคือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ได้คาดการณ์อย่างดีที่สุดเมื่อพิจารณาว่าแนวโน้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้นยังเป็นไปตามเดิมในอนาคตอันใกล้

ยิ่งมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น ยิ่งมีการเก็บสะสมความร้อนในชั้นบรรยากาศโลกมากขึ้น และยิ่งนำไปสู่วิกฤตสภาพภูมิอากาศมากขึ้นในยุคปัจจุบัน

มลพิษซัลเฟอร์ไดออกไซด์เพิ่มมากขึ้นในอินเดีย ครึ่งหนึ่งมาจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน

indiaso2_omi_2011_2012

การวิเคราะห์ข้อมูลจากดาวเทียมออราขององค์การนาซ่า(NASA’s Aura ) พบว่า การปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์จากโรงไฟฟ้าในอินเดียเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 60 ระหว่างปี 2005 และปี 2012  เป็นการศึกษาที่ตีพิมพ์ออนไลน์ Environmental Science & Technology. ในเดือนธันวาคม 2556 นี้

ซัลเฟอร์ไดออกไซด์(Sulfur dioxide – SO2) เป็นมลพิษทางอากาศที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพและสภาพภูมิอากาศ ในปี 2010 อินเดียแซงหน้าสหรัฐอเมริกาโดยเป็นประเทศที่มีการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์มากเป็นอันดับสองรองจากจีน โดยที่ปริมาณการปล่อยราวครึ่งหนึ่งมาจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน

แสงโลกกระทบผิวดวงจันทร์

earthshine

พระจันทร์เสี้ยว

มีแสงโลกกระทบด้านส่วนที่มืด

เห็นอยู่ราง ๆ