เรื่องดีๆ ของมหาสมุทรในปี 2557

แปลเรียบเรียงจากบทความของ Ayana Elizabeth, Waitt Institute ใน Ocean Views on December 24, 2014

เราอาจจะรับรู้เรื่องราวของมหาสมุทรหลายเรื่อง พอจะมีข่าวดีอยู่บ้าง แม้ว่ามหาสมุทรของเรายังคงเจอปัญหาหนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการประมงเกินขนาด มลพิษ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการทำลายถิ่นที่อยู่อาศัย แต่ในปี 2557 นี้ก็มีเรื่องฟินๆ หลายเรื่องด้วยกัน

#1 ปี 2557 เป็นปีสำคัญของเขตสงวนมหาสมุทร(marine reserves) หมู่เกาะคิริบาติ ปาเลาและคุกทำการปิดทะเลในน่านน้ำของตนกว่าครึ่งโดยห้ามมิให้ทำประมงเชิงพาณิชย์ ส่วนสหรัฐอเมริกาได้ขยายเขตอนุรักษ์ทะเลในหมู่เกาะแปซิฟิกอันห่างไกลของตนเพิ่มเป็นห้าเท่า สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมิใช่เพราะการอนุรักษ์ที่ทำให้ผู้นำทางการเมืองรู้สึกถึงภาวะกดดัน และก็มิใช่เพียงแค่เหตุผลทางเศรษฐกิจการประมง แต่ยังเป็นประโยชน์ในการประชาสัมพันธ์เพื่อการท่องเที่ยวและชื่อเสียงในทางสากลของประเทศ

1-Map-of-new-Pacific-Remote-Islands-Monument-From-news.nationalgeographic.com_-600x485

#2 ผู้นำโลกรวมตัวกันให้ความสนใจประเด็นมหาสมุทรโลก การประชุมว่าด้วยมหาสมุทรของเรา(Our Ocean Conference)ที่จัดโดยกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกาดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนของนโยบายด้านมหาสมุทร จุดเน้นมุ่งไปที่งานที่ประสบผลสำเร็จ ทางออกและคำมั่นของรัฐบาลในการอนุรักษ์มหาสมุทร Leonardo DiCaprio ได้กล่าวประเด็นสำคัญของความพยายามปกป้องมหาสมุทร การประชุมนี้ต่อมากลายเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นประจำปี นอกจากนี้ ยังมีการประชุมสุยอดว่าด้วยการปฏิบัติการปกป้องมหาสมุทร(Global Ocean Action Summit)ในกรุงเฮก ซึ่งเน้นไปที่เศรษฐกิจมหาสมุทร

2-Leonardo-DiCaprio-delivering-remarks-at-the-Our-Ocean-Conference-From-wikimedia.org_-600x424

#3 เรารู้ว่าเราต้องทำอะไรเพื่อฟื้นฟูแนวปะการังแห่งคาริเบียน รายงานที่ร่วมกันเขียนโดยนักวิทยาศาสตร์กว่า 90 คนและวิเคราะห์ข้อมูลจากงานสำรวจแนวปะการังในทะเลคาริเบียนกว่า 35,000 ชิ้นในช่วง 42 ปีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่า ปะการังเสื่อมโทรมลงครึ่งหนึ่งนับตั้งแต่ปี 2513 รายงานยังระบุว่า ถ้าเราช่วยกันอนุรักษ์สัตว์กินพืชที่สำคัญ เช่น ปลานกแก้วและเม่นทะเล เป็นต้น สัตว์น้ำนี้ช่วยกินสาหร่ายในแนวปะการัง และหากเราควบคุมมลพิษและการก่อสร้างตามแนวชายฝั่ง เราจะสามารถปกป้องแนวปะการังไว้ได้

3-Cover-of-Caribbean-Coral-Reefs-Status-Report-from-IUCN.org_-600x848

#4 ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสัปดาห์แห่งฉลาม(Shark week)ร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อการอนุรักษ์ สารคดีเรื่องฉลามใน Discovery Channel นั้นเทียบเท่ากับซุปเปอร์โบลว์ในเรื่องการอนุรักษ์ฉลาม เป็นเรื่องราวที่สื่อติดตามตลอดทั้งปี เนื้อหาส่วนใหญ่ออกแบบให้ฉลามดูเป็นสัตว์หิวโหย ดุร้าย คนที่ติดตามสารคดีใช้สื่อสังคมแสดงพลังว่าพอแล้วสำหรับทัศนคติอันผิดพลาดนี้ สัปดาห์แห่งฉลามได้รับความสนใจจากสื่อมาก ฉลามยังได้รับความรักจากสาธารณะชนเมื่อรัฐออสเตรเลียตะวันตกออกนโยบายล่าฉลามเพื่อลดจำนวนประชากรของพวกเขา และได้รับการประท้วงคัดค้านจากประชาชน

4-Peaceful-coexistance-of-Sharks-and-SCUBA-divers-in-Turks-and-Caicos-Photo-by-Kristen-Marhaver-600x599

#5 การจัดพื้นที่มหาสมุทร(Ocean zoning)เป็นประเด็นด้านการจัดการที่ได้รับความสนใจ กว่า 30 ประเทศนำเอา ocean zoning เป็นเครื่องมือในการจัดการ ล่าสุดคือ Blue Halo Initiative ในบาบูดา(Barbuda) โดยมีสถาบัน Waitt ร่วมมือกับรัฐบาลท้องถิ่นพัฒนาแผนการจัดการแบบองค์รวมในเขตทะเล หลังจากกระบวนการปรึกษากับชุมชนกว่า 17 เดือน เป็นผลให้เกิดแผนที่ทางทะเลที่รวมเอาการปกป้องเขตชายฝั่งทะเลร้อยละ 33

5-Ocean-Zoning-factsheet-Waitt-Institute-600x463

#6 มีคลื่นลูกใหม่ของกลุ่มอนุรักษ์มหาสมุทรที่รวมตัวกันแบบหลวมๆ มีประสิทธิภาพและขยันขันแข็ง ขณะที่กลุ่มองค์กรไม่แสวงหากำไรขนาดใหญ่ยังทำงานอย่างต่อเนื่อง เราตื่นเต้นที่เห็นกลุ่มใหม่เข้ามาร่วมทำงานปกป้องมหาสมุทร ขอเอ่ยนามเป็นพิเศษกับกลุ่ม The Black Fish (ต่อสู้กับการประมงผิดกฎหมาย) กลุ่ม SeaSketch (เทคโนโลยีแผนที่แบบมีส่วมร่วม) กลุ่ม SoarOcean (ใช้ drones เป็นเครื่องมือเพื่อดูแลมหาสมุทร) กลุ่ม SkyTruth (ใช้เทคโนโลยี remote sensing เพื่อบังคับใช้กฎหมายประมงให้มีประสิทธิภาพ)กลุ่ม Smart Fish (ปรับปรุงมูลค่าเพิ่มของผลิตจากทะเลให้กับชุมชน) กลุ่ม Future of Fish (ธุรกิจเพื่ออาหารทะเลที่ยั่งยืน) และกลุ่ม Parley for Oceans (ยกระดับแฟชั่นเพื่ออนุรักษ์ทะเล)

6-new-ocean-group-logos-From-organization-websites-600x600
#7 ทรัพยากรประมงเพื่อการพาณิชย์ขขนาดใหญ่ฟื้นตัวจากการทำประมงเกินขนาด ในปี 2543 การประมง(จับปลาพื้นทะเล)ตามแนวชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกาเผชิญกับวิกฤตการประมงเกินขนาดจนรัฐบาลต้องประกาศให้เป็นหายนะภัย ในปี 2557 นี้เอง หลังจากการทำงานอย่างหนักและความร่วมมือระหว่างรัฐ ชาวประมง และองค์กรไม่แสวงหากำไรอย่าง the Environmental Defense Fund ความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งประมงได้ฟื้นตัวพอที่การประมงได้รับการรับรองว่ามีความยั่งยืน

7-observer-aboard-a-groudfish-vessel-photo-by-NOAA-via-blogs.edf_.org_-600x447

#8 โครงการ The Clinton Global Initiative ก็เน้นเรื่องมหาสมุทร โดยที่ CGI (การริเริ่มของมูลนิธิ Clinton) นั้นมีประวัติที่น่าเชื่อถือของการสนับสนุนการปฏิบัติการแบบตัดขวางหลายภาคส่วนในประเด็นสำคัญๆ โดยการส่งเสริมคำมั่นที่เป็นรูปธรรมจากองค์กรสมาชิก เครือข่ายปฏิบัติการมหาสมุทรของ CGI จะดำเนินการในปี 2558 เพื่อร่วมสร้างแนวทางแก้ปัญหาระหว่างภาคอุตสาหกรรม รัฐบาล องค์กรไม่แสวงหากำไร และเศรษฐีใจบุญ

8-launch-of-CGI-Oceans-from-expeditions.com_-600x450

#9 การตรวจสอบย้อนกลับของอาหารทะเลกำลังจัดการโดยผู้กำหนดนโยบายและนักเทคโนโลยี การค้าผลิตผลการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (IUU) นั้นยากที่ทำให้หมดไปเพราะห่วงโซ่อุปทานของอาหารทะเลมีความคลุมเครืออย่างมาก ในสหรัฐอเมริกา มากกว่าร้อยละ 32 ของอาหารทะเลจากการประมงทะเลที่นำเข้านั้นเป็นการประมงแบบผิดกฎหมาย และอีกราวร้อยละ 33 ของอาหารทะเลนั้นติดฉลากผิด หน่วยปฏิบัติการของทำเนียบขาวกำลังเน้นให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ มีกลุ่มต่างๆ ได้ทำงานเพื่อแก้ปัญหาการตรวจสอบย้อนกลับของอาหารทะเล การบริโภคอาหารทะเลที่จับในท้องถิ่นนั้นช่วยแก้ปัญหานี้โดยการสนับสนุนการทำประมงของชุมชน

9-oceana-seafood-fraud-report-cover-from-oceana.org_

#10 มลพิษจากพลาสติกในมหาสมุทรก็ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดประมาณว่ามีเศษพลาสติกอย่างน้อยที่สุด 5.25 ล้านล้านชิ้นในมหาสมุทร ในขณะที่โลกเฝ้าดู การค้นหาเครื่องบินของสายการบินมาเลย์เซียที่สูญหายไปนั้นยุ่งยากอันเนื่องมาจากชิ้นส่วนเศษขยะในพื้นผิวของมหาสมุทร แล้วมีประดิษฐกรรมที่จะนำเอาชิ้นส่วนพลาสติกจากมหาสมุทรไหม ขอโทษ มันไม่มีทางทำได้ (แม้จะเห็นหนทางที่จะลดมลพิษจากพลาสติกลง)แต่ในวงการแฟชั่นเอง Pharrell, Bionic Yarn และ Parley for Oceans ทำงานร่วมกับ G-Star เพื่อทำเสื้อผ้าที่มาจากพลาสติกในมหาสมุทร

10-g-star-raw-for-the-oceans-from-milled.com_-600x300

#11 ความพยายามเพื่อต่อกรกับภาวะมหาสมุทรกลายเป็นกรด(ocean acidification) เพิ่มขึ้น มหาสมุทรกำลังกลายเป็นกรดจากการที่ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากบรรยากาศ เป็นภัยคุกคามต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล นับตั้งแต่การกัดกร่อนของปะการัง ไปจนถึงการที่เปลือกของสัตว์ประเภทหอยบางลง ทำให้ปลามีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงและอ่อนไหวต่อสัตว์ที่เป็นผู้ล่ามากขึ้น การที่ราวหนึ่งในสามของภาวะมหาสมุทรกลายเป็นกรดมีสาเหตุมาจากมลพิษจากภาคพื้นดิน รัฐวอชิงตันได้พัฒนาแผนปฏิบัติการเพื่อขจัดมลพิษ (เช่น การปกป้องแหล่งน้ำที่เป็นแหล่งหอย oysters อันแสนโอชา) ส่วนรัฐแมรี่แลนด์และรัฐเมนกำลังดำเนินรอยตาม

11-when-the-ocean-acificies-shells-melt-from-ocean.si_.eduocean-acidification-600x414

#12 อ่าว Bristol ในรัฐอะลาสกา ได้รับการปกป้องจากการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ร้อยละ 40 ของอาหารทะเลมาจากอ่าว Bristol แห่งนี้ เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโลกที่มีปลาแซลมอลว่ายเวียนในธรรมชาติ อยู่ร่วมกับวาฬ แมวน้ำและนกทะเล นักกิจกรรมในท้องถิ่นและระดับประเทศต่างต่อสู้เพื่อการปกป้องพื้นที่นี้และยุติแผนการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติโดยกฎหมายที่ประธานาธิบดีลงนาม ขั้นต่อไปคือการปกป้องแหล่งต้นน้ำจากโครงการเหมืองแร่ Pebble Mine

12-bristol-bay-Alaska-from-whitehouse.gov_

#13 หนังสารคดีเกี่ยวกับมหาสมุทรและบทบาทของ Sylvia Earle นักชีววิทยาทางทะเลและนักกิจกรรมปกป้องมหาสมุทร ดอกเตอร์ Sylvia Earle ทุ่มเทชีวิตของเธอให้กับการสร้างจิตสำนึกปกป้องมหาสมุทรและเจรจาต่อรองเพื่อให้เกิดมาตรการอนุรักษ์ หนังสารคดียังนำเสนอเรื่องราวของขบวนการเคลื่อนไหวปกป้องมหาสมุทรและแรงบันดาลใจของบทบาทสตรีในงานด้านวิทยาศาสตร์

13-Mission-Blue-film-poster-from-mission-blue.org_-600x337

#14 การสื่อสารเรื่องมหาสมุทรก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เราได้สร้างพลังเพื่อการสื่อสารในเรื่องนี้ ประเด็นซับซ้อนถูกย่อยให้ง่ายเพื่อให้ผู้คนเข้าถึงและมีส่วนร่วม ขอบคุณเป็นพิเศษแก่ความพยายามอย่างไม่ย่อท้อของกลุ่ม Upwell, Smithsonian Ocean Portal, บล๊อกของ National Geographic Ocean Views การวิจัยและการศึกษาทะเล(Marine Affairs Research and Education) โครงการ One World One Ocean และ โครงการ TerraMar ที่ช่วยกระจายข่าวสารเรื่องมหาสมุทรออกไป และจับตาการทำงานด้านการอนุรักษ์มหาสมุทรจาก #OceanOptimism….

14-Groups-doing-great-ocean-communication-work-via-organization-websites-600x600

ใช่แล้ว ปี 2557 เป็นปีที่มหาสมุทรเผชิญกับการประมงผิดกฎหมาย สัตว์ทะเลที่ใกล้จะสูญพันธุ์ไม่ได้รับการปกป้อง พลาสติกจำนวนมากขึ้นๆ ถูกทิ้งลงทะเล ชายฝั่งทะเลถูกรุกรานด้วยจากการพัฒนา มหาสมุทรอุ่นขึ้นและมีความเป็นกรดมากขึ้นในทุกนาทีที่เราละเลยไม่สนใจกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

แต่ ณ ที่นี้แหละ เราต้องมองโลกในแง่ดี หวังว่าเรื่องราวเหล่านี้จะช่วยจุดประกาย เป็นกระแส เราต้องมุ่งเน้นทางออกต่อไปในปี 2558 ดีไม่ดี ปี 2558 อาจเป็นเป็นปีแห่งปลานกแก้วก็ได้นะ!

15-queen-parrotfish-eating-algae-off-the-reef-in-Curaçao-photo-by-Stan-Bysshe-600x400

แรงงานทาสในอุตสาหกรรมประมงและอาหารทะเลที่คุณจะบริโภคในช่วงวันหยุด

แปลเรียบเรียงจาก http://qz.com/219618/10-charts-that-explain-why-a-slave-probably-caught-the-shrimp-on-your-grill-this-summer/

ถ้าคุณเป็นคนกินอาหารทะเลในอเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น หรือยุโรป มีโอกาสสูงที่จะเกี่ยวข้องกับการที่ใครบางคนถูกทำร้าย ทรมาน และโดนหลอกลวงก่อนที่จะมาเป็นเมนูกุ้งบนโต๊ะอาหาร นั่นเป็นเรื่องราวที่ต้องอ่านของเดอะการ์เดียน(The Guardian) เรื่องการใช้แรงงานทาสอุตสาหกรรมส่งออกอาหารทะเลไทย แผนภูมิต่อไปนี้จะอธิบายเรื่องราวอันสลับซับซ้อนของการที่อุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยใช้แรงงานทาสและขูดรีดคนงานย้ายถิ่นจากประเทศเพื่อนบ้าน ร้อยละ 90 (4.3 ล้านตัน) ของอาหารทะเลที่ผลิตในไทยทั้งหมด 4.6 ล้านตัน นั้นส่งออกไปต่างประเทศ  ประเทศในกราฟด้านล่างนี้เป็นตลาดรายใหญ่:

imports-of-thai-seafood_chartbuilder
​(ที่มา : Accenture)

​อาหารทะเลที่ส่งออกจากไทย จำนวนมากเป็นกุ้ง เป็นอาหารที่คนในประเทศร่ำรวยชอบกิน และประเทศไทยก็ครองเป็นเจ้าอุตสาหกรรมแห่งการส่งออกกุ้ง :

accenture_thailand-imports-of-shrimp

สัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของการส่งออกอาหารทะเลของไทยไม่ได้มาจากการประมงในทะเล แต่มาจากการเพาะเลี้ยงที่เพิ่มขึ้น เรือประมงไทยได้ผลผลิตจากการประมงในทะเลราวร้อยละ 40 น้อยกว่าที่เคยเป็นในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา :

shifts-underway-in-thailand-s-seafood-industry-aquaculture-wild-caught_chartbuilder

การทำประมงหลายส่วนเป็นการจับปลาตัวเล็กหรือปลาเป็ด(trash fish) พันธุ์สัตว์น้ำที่คนในประเทศร่ำรวยไม่นิยมบริโภค ปลาเป็ดส่วนใหญ่กลายเป็น”ปลาป่น(fishmeal)”ในอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ(ทะเล) ประเทศไทยยังส่งออกปลาเป็ดในรูปของอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารสัตว์ :

thailand-s-animal-food-exports-animal-food-exports_chartbuilder
​ประเทศไทยเปลี่ยนมาเป็นการประมงทะเลที่จับปลาตัวเล็ก(trash fish) และการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง(aquaculture) ด้วยเหตุที่ว่าการประมงพาณิชย์ได้ทำการกวาดล้างพันธุ์สัตว์น้ำ เป็นการประมงเกินขนาดที่จับเอาพันธุ์ปลาพื้นถิ่นอันมีคุณค่าทุกสายพันธุ์ ขึ้นมาหมด (pdf, p.16, 36):

thailand-boats-per-squm

​(“Characterizing Fishing Effort and Spatial Extent of Coastal Fisheries,” Stewart et al.)

นั่นหมายถึงเรือประมงต้องออกจับปลาไกลออกไปเพื่อหาพันธุ์สัตว์น้ำที่มีราคา รวมถึง ปลาทูน่าและหมึก:

thai-dept-cpue

(Department of Fisheries, Thailand)

ไต้ก๋งเรือเองก็ไม่ต้องการออกเรือไกล เพราะว่ามีค่าโสหุ้ยเพิ่มขึ้น ไหนจะค่าแรงลูกเรือและคนงาน ยิ่งกว่านั้น โครงสร้างประชากรไทยกำลังเข้าสู่สังคมคนชรา:

boaml_aging1
​(Bank of America Merrill Lynch)

ผลคือ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการว่างงานต่ำที่สุดประเทศหนึ่งในโลก การเลือกงานทำได้ คนไทยจึงไม่ยอมทำงานในอุตสาหกรรมอาหารทะเลที่มีค่าแรงต่ำ หรืองาน 3D :
thailand-s-crazy-low-unemployment-rate-unemployment_chartbuilder

แทนที่จะลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตหรือจ่ายค่าแรงให้สูงขึ้น เจ้าของเรือประมงได้เอาแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีเศรษฐกิจด้อยกว่ามาแทน :

ejf_migrants

​(ที่มา : Environmental Justice Foundation)

คนงานพลัดถิ่นเหล่านี้ บางคนผ่านกระบวนการค้ามนุษย์โดยตรงจากพม่า ลาว หรือกัมพูชา อีกจำนวนมากถูกขูดรีดแรงงานทันทีที่เข้ามาอยู่ในเมืองไทย คนงานพลัดถิ่นเข้ามาหาโอกาสทางเศรษฐกิจที่ไม่อาจหาได้ในประเทศบ้านเกิดของตน :

purchasing-power-parity-gdp-per-capita-based-on-current-us-dollar-thailand-cambodia-laos-myanmar_chartbuilder

และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไม จากรายงานเจาะลึกของเดอะการ์เดียน(the Guardian) พวกเขาดังที่เห็นในภาพด้านล่างนี้ ได้ถูกขายให้กับเรือประมงในราคาเพียง 420 เหรียญสหรัฐ บ่อยครั้ง พวกเขาต้องโดนทรมาน โดนทุบตี เพื่อมิให้หลบหนีออกมา
myanmar-migrants-thailand-fishing-slavery
คนงานย้ายถิ่นชาวพม่าในท่าเรือประมงใกล้ๆ กรุงเทพฯ (ภาพ: Reuters/Damir Sagolj)

เรื่องเด่นว่าด้วยพลังงาน ปี 2557

แปลเรียบเรียงจาก http://www.fastcoexist.com/3039950/the-top-9-electrifying-energy-stories-of-2014

อีกไม่นาน ไฟฟ้าจากแผงโซลาเซลล์บนหลังคาในสหรัฐอเมริกาจะถูกกว่าค่าไฟฟ้าจากสายส่ง แผงโซล่าเซลล์จะกลายเป็นเรื่องพื้นๆ และนั่นเป็นข่าวดี

Co.Exist นำเอาเรื่องเด่นในปี 2557 นี้ มานำเสนอ เป็นเรื่องของนักเทคโนโลยีและผู้ประกอบการที่มองข้ามชอตไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนรุ่นใหม่

เริ่มจากแผงโซลาเซลล์แบบใสแจ๋ว (transparent solar cells) ที่ในวันหนึ่ง เราใช้ประจุแบตเตอรี่ให้กับโทรศัพท์มือถือเพียงแค่วางมันไว้ในแสงแดด หรือใช้เป็นหน้าต่างผลิตไฟฟ้าให้เรา ส่วนบริษัท Solar Wind Energy กำลังสร้าง หอคอยยักษ์ ในทะเลทรายแอริโซนาที่ผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าไฟฟ้าจากเขื่อนฮูเวอร์  ส่วน โครงการถนนโซล่าร์ นั้นปูถนนด้วยกระจกที่แข็งแรงสุดๆ ป้อนไฟฟ้าให้คนทั้งประเทศ

กลุ่ม energy spectrum กำลังทำงานอย่างประสบผลเพื่อทำให้โลกของเราลด ละ เลิกพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยทั่วสหรัฐอเมริกาทำงานรณรงค์เพื่อให้มหาวิทยาลัยถอนตัวจากการสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล ในปี 2557 นี้ การรณรงค์ประสบผลที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

หรือ อ่านประวัติของสตรีท่านนี้ ผู้ช่วยเมืองต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาในการยุติการพัฒนาการสำรวจขุดเจาะปิโตรเลียมด้วยวิธี fracking

3039950-inline-energy-1

มันคือแผงโซลาร์เซลล์ใสแจ๋วที่จะเปลี่ยนให้หน้าต่างบ้านเป็นโรงผลิตไฟฟ้า

“เราต้องการทำให้การเก็บเกี่ยวพลังงานจากแสงแดดเป็นเรื่องที่ปกติธรรมดา ให้คนไม่รู้ว่ามันอยู่ที่นั่น”

3030110-inline-i2-solar-wind-tower

หอคอยยักษ์นี้สามารถทำให้ทะเลทรายผลิตไฟฟ้าได้มากเท่ากับที่เขื่อนฮูเวอร์ผลิตได้

หอคอยที่เรียกว่า The Solar Wind Downdraft Tower นี้จะผลิตพลังงานได้มหาศาล เท่าที่เคยสร้างหอคอยกันมา

3039950-inline-energy-2

ถนนโซล่าร์นี้จะป้อนไฟฟ้าเลี้ยงคนทั้งประเทศ

ผู้สร้างโครงการ the Solar Roadways ต้องการเอากระจกที่มีไดโอดปล่อยแสง(LED-lit glass) แบบแข็งแกร่งสุดๆ มาเป็นผิวทางหลวงทุกแห่ง

3034487-inline-i-1-a-17-year-old-invented-this-smart-device-that-makes-clean-water-and-power-at-the-same-time

เยาวชนอายุ 17 ปี คนนี้ประดิษฐ์อุปกรณ์โคตรอัจฉริยะที่สร้างน้ำและพลังงานในเวลาเดียวกัน

เจ้าเครื่อง H2Pro เปลี่ยนนำ้สกปรกให้เป็นน้ำสะอาดและพลังงาน ตอนคุณอายุ 17 ปี คุณกำลังทำอะไรอยู่?

3029771-slide-s-tar-sands-08

พินิจความฉิบหายของภูมิทัศน์ทางธรรมชาติในมลรัฐอัลเบอร์ตาของแคนาดาจากการขุดทรายน้ำมัน(Alberta Tar Sands)

แหล่งทรายน้ำมันในอัลเบอร์ตาซ่อนเร้นจากสายตา หากมองจากทางอากาศ มันคืออุตสาหกรรมขูดรีดธรรมชาติ สกัดน้ำมันจากทราย ระบบนิเวศป่าไม้แถบนี้ต้องสังเวยให้กับการขยายตัวของอุตสาหกรรมนี้

3039950-inline-energy-3

เป้เก็บตดวัวเพื่อไว้เป็นพลังงาน

วัวแต่ละตัวสามารถผลิตแก๊สเพื่อขับเคลื่อนรถยนต์หรือจ่ายไฟฟ้าให้กับตู้เย็น ลองคิดถึงความเป็นไปได้

3029411-inline-2014helenslottje06

อดีตนักกฎหมายของบริษัทเอกชนยืนหยัดต่อต้านบริษัทขุดเจาะปิโตรเลียมด้วยวิธี Fracking และเอาชนะ

ด้วยกลยุทธที่สร้างสรรค์ด้านกฎหมาย คุณ Helen Slottje แสดงให้เห็นว่าชุมชนชนบทในรัฐนิวยอร์กสามารถต้านทานอำนาจ ของการขยายตัวขอการขุดเจาะก๊าซธรรมชาติที่อันตราย ที่กำลังคืบคลานเข้ามาในพื้นที่ของตนได้อย่างไร ขณะนี้ เธอได้รับเกียรติให้รับรางวัลโกลด์แมน (Goldman Prize) ความคิดและงานของเธอจุดประกายให้กับชุมชนต่างๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา

3039950-inline-energy-4

อาคารที่ผลิตพลังงานจากตะไคร่น้ำ

อาคาร  BIQ ที่ผลิตพลังงานจากตะไคร่น้ำดำเนินการมากว่าปีแล้ว ไปได้สวยทีเดียว3030432-poster-p-shutterstock189691379

การรณรงค์ให้ยุติการลงทุนในอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil Fuel Divestment Movement) ขยายตัวและประสบผลสำเร็จที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

จากประเด็นว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ประกาศไม่สนับสนุนและข้องแวะกับการลงทุน บริษัทเหมืองถ่านหิน mining  มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่นี้ในอันดับต่อไปหรือไม่?

3037831-inline-i-1-in-two-years-rooftop-solar-will-cost-the-same-as-grid-electricity

ในอีก 2 ปี ค่าไฟฟ้าจากแผงโซลาร์บนหลังคาบ้านจะเท่ากับค่าไฟฟ้าจากสายส่ง

อ่านเพิ่มเติมเรื่องราวเด่นอื่นๆ ได้จากลิงก์ต่อไปนี้ : Most-readphotosinfographicslistsvideosmapsbuildingsrobotstransportationbikesfoodcollaborative consumptioncitiesenergyenvironmenthealtheducationcrowdfundinginnovative workplaces, and privacy.

เกาะฮีรอน ออสเตรเลีย

ikonos_heron_island

เกาะฮีรอน(Heron Island) ตั้งอยู่ตอนใต้ของเกรทแบร์รเออร์รีฟที่มีความยาวกว่า 2,050 กิโลเมตรของออสเตรเลีย พื้นที่เกาะล้อมรอบไปด้วยแนวปะการังและเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของปลามากกว่า 1,000 สายพันธุ์ เหล่านักประดาน้ำและนักวิทยาศาสตร์พากันมายังเกาะแห่งนี้ซึ่งเป็นทั้งรีสอร์ทท่องเที่ยวและสถานีวิจัย ภาพสีจริงด้านบนถ่ายโดยกล้องถ่ายภาพบนดาวเทียม Ikonos โดยมีความละเอียดภาพ 4 เมตรต่อพิกเซล ละเอียดเพียงพอที่จะเห็นเรือแต่ละลำผูกติดอยู่ที่ท่าเรือเล็ก ช่องแคบจากมารีนาที่ออกสู่มหาสมุทรนั้นมีการระเบิดและขุดลอกเมื่อหลายสิบปีก่อน ก่อนที่เกาะแห่งนี้จะกลายเป็นอุทยานแห่งชาติ จากนั้นมา รัฐบาลออสเตรเลียมีมาตรการด้านการอนุรักษ์ เช่น จำกัดนักท่องเที่ยว การรีไซเคิลแทนการเผาขยะทุกชนิด ข้อมูลรีโมทเซ็นซิ่งจากดาวเทียม Ikonos คือการติดตามตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมรวมถึงการวิจัยสถานะภาพของแนวปะการัง(coral reef health)

ข้อมูลเพิ่มเติมของเกาะฮีรอนดูได้จาก Heron Island

ท่องมหาสมุทรเก็บข้อมูล

biooptics_amo_2014เราอาจคิดว่าดาวเทียมสำรวจโลก เช่น  Suomi NPP, Landsat 8, หรือ Global Precipitation Measurement (GPM) มีวิสัยทัศน์เยี่ยมเมื่อถูกส่งออกสู่วงโคจรโลก ความจริงแล้วมันซับซ้อนกว่านั้น เครื่องมือตรวจวัดบนดาวเทียมเริ่มทำการเก็บข้อมูลหลังจากถูกส่งขึ้นไปในอวกาศ แต่มันใช้เวลา และงานภาคพื้นดินต้องทำไปด้วยเพื่อรับรองว่าการสังเกตมีความถูกต้องและเป็นประโยชน์

วิธีการที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งคือการส่งนักวิทยาศาสตร์ออกภาคสนาม ในกรณีของทีมนักสมุทรศาสตร์ (a team of oceanographers) จาก NASA’s Goddard Space Flight Center สนามของพวกเขาคือ มหาสมุทรทะเลใต้และแปซิฟิกใต้ ที่ซึ่งพวกเขาทำการสำรวจน้ำทะเลในรายละเอียดในเวลาเดียวกับการสำรวจจากดาวเทียมบนท้องฟ้าเหนือหัว ทีมนักวิจัยใช้เวลา 45 วันจากตะวันออกเฉียงใต้ของทาสเมเนียไปยังน่านน้ำของทวีปแอนตาร์ติก จากนั้นก็มุ่งขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือไปยังตาฮิติ โดยเรือของสถาบันวิทยาศาสตร์นานาชาติ Nathaniel B. Palmer, ซึ่งเป็นเรือตัดน้ำแข็งยาว 308 ฟุต โดยรับนักวิทยาศาสตร์ 37 คน และลูกเรืออีก 22 คน

แผนที่ด้านบนแสดงการเดินทางของเรือจนถึงวันที่ 3 เมษายน 2557 ระยะทางที่เดินทางไปแล้วเป็นเส้นสีแดง และเส้นทางที่วางแผนไว้เป็นชุดวงกลมสีเหลือง ภาพฉากหลังเป็นภาพผสมแสดงการสะท้อนแสงจากผิวมหาสมุทรระหว่างวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ถึง 13 มีนาคม 2557 จากการวัดโดย Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS) บนดาวเทียม Aqua พื้นที่ที่มีสารแขวนลอยในน้ำมากกว่าจะแสดงเป็นสีส้ม เหลือง และเขียว ส่วนสีฟ้านั้นเป็นพื้นที่ที่มีสารแขวนลอยน้อยกว่า

แต่วงแสดงตำแหน่งที่ทีมนักวิทยาศาสตร์จะหย่อน sensor package ลงในน้ำเพื่อเก็บอุณหภูมิ ความเค็ม ความลึก และมีแสงมากน้อยเพียงใดที่สารแขวนลอยในน้ำดูดซับหรือสะท้อนออกไป เมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย ทีมสำรวจจะใช้ radiometer ซึ่งวัดแสงที่เข้าและออกจากมวลน้ำ วิดีโอด้านล่างเป็นภาพนักวิทยาศาสตร์หย่อน sensor package ลง

เมื่อเทียบข้อมูลที่เก็บจากเรือ Palmer และการเก็บภาพและการวัดจากดาวเทียม นักวิจัยสามารถยืนยันความถูกต้องของข้อมูลว่าการสังเกตจากดาวเทียมนั้นตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวของมหาสมุทรหรือไม่ ข้อมูลจากเรือจะส่งเข้าไปประมวลในระบบ SeaWiFS Bio-optical Archive and Storage System (SeaBASS) อันเป็นฐานข้อมูลการตรวจวัดนับแสนๆครั้งจากเรือและการลงภาคสนาม นอกจากนี้ ระบบ SeaBASS ยังใช้ยืนยันความถูกต้องของการวัด chlorophyll ที่ตรวจจับโดย Visible Infrared Imaging Radiometer Suite (VIIRS) บนสถานีอวกาศ Suomi ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยนักวิทยาศาสตร์พัฒนาอัลกอริธึม (algorithms) สำหรับปฏิบัติการวิจัยสีมหาสมุทรในอนาคต(ocean color)

เรือ Palmer ออกเดินทางจากทัสเมเนียในวันที่ 20 มีนาคม 2557 และเดินทางถึงตาฮิติในวันที่ 5 พฤษภาคม 2557

ที่มาข้อมูล :

พลังงานหมุนเวียนแซงหน้าลิกไนต์ : การปล่อยคาร์บอนของเยอรมนีลดลงในปี 2557

กลุ่มวิจัยพลังงาน AG Energiebilanzen ระบุ การใช้พลังงานขั้นปฐมภูมิลดลงในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่การรวมเยอรมนีในปี 1990 (พ.ศ.2533) โดยยืนยันตามรายงานขั้นต้นที่นำเสนอในเดือนตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา (กราฟ 1)

development-primarey-energy-consumption-petajoule

กราฟ 1 การใช้พลังงานขั้นปฐมภูมิของเยอรมนี 1990-2014 (หน่วย petajoule) ที่มา : AGEB, 2014.

การใช้พลังงานขั้นปฐมภูมิลดลงร้อยละ 4.8 เทียบกับ 2556 กลุ่มวิจัย AG Energiebilanzen (AGEB) ระบุตามสถิติเบื้องต้นที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ การปรับตัวเลขนั้นนำเอาปัจจัยเรื่องสภาพอากาศที่เย็นลงในช่วงต้นปีเข้าไปด้วย ผลคือการใช้พลังงานต่ากว่าร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับปี 2556

การใช้พลังงานขั้นปฐมภูมิ (Primary energy consumption) นั้นรวมถึงไฟฟ้า ความร้อน การขนส่งคมนาคม และสมดุลของการส่งออกพลังงาน

AG Energiebilanzen ระบุว่าการลดลงของการปล่อย CO2 จะอยู่ที่ราวๆ ร้อยละ 5 เปรียบเทียบกับ พ.ศ. 2556 จากการที่การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลทุกประเภทลดลงและมีการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยของพลังงานหมุนเวียน (กราฟ 2) ครึ่งหนึ่งของการลดการปล่อย CO2 มาจากภาคการผลิตไฟฟ้า AGEB ระบุในใบแถลงข่าว เมื่อผนวกเอาสภาพอากาศที่เย็นลง การปล่อย CO2 ลดลงร้อยละ 1 จากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลลดลงในการผลิตไฟฟ้า

การลดลงของการปล่อย CO2 เกิดขึ้นหลังจากการเพิ่มขึ้นของ CO2 ติดต่อกันหลายปีที่ถูกตั้งเป็นคำถามต่อแผนปฏิรูปพลังงาน Energiewende – ซึ่งเป็นแผนอันมุ่งมั่นเพื่อลดละเลิกการใช้นิวเคลียร์และเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่ปลอดคาร์บอน

primary-energy-consumption-petajouleกราฟ 2  สัดส่วนการใช้พลังงานขั้นปฐมภูมิในเยอรมนีใน 2013 และ 2014 ที่มา : AGEB, 2014. 

การใช้ถ่านหินและลิกไนต์ในการผลิตไฟฟ้าในเยอรมนีลดลงร้อยละ 7.9  และ 2.3 ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2556 นักวิจัยระบุว่าการลดลงของการใช้ถ่านหินนั้นมาจากการเพิ่มขึ้นการใช้ทรัพยากรพลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้า เนื่องจากการหยุดทำงานของโรงไฟฟ้าถ่านหินหลายโรง ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้าลิกไนต์ลดลงร้อยละ 3 สัดส่วนของเชื้อเพลิงฟอสซิลในภาพรวมของสัดส่วนพลังงานโดยรวมลดลงร้อยละ 80.8 เทียบกับปี 2556 ที่ลดลงร้อยละ 81.9

gross-power-generation-source-petajoule

กราฟ 3 การใช้พลังงานขั้นปฐมภูมิในเยอรมนีแบ่งตามประเภทของแหล่งเชื้อเพลิง 1990-2014 ที่มา : AGEB, 2014.

ส่วนแบ่งของพลังงานหมุนเวียนในการใช้การใช้พลังงานขั้นปฐมภูมิเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10.4 เป็น 11.1 (กราฟ 4)

german-energy-mix-petajoule
กราฟ 4 สัดส่วนพลังงานของเยอรมนีในปี 2557 : Shares of sources for energy consumption in petajoule and percent ที่มา : AGEB, 2014.

การใช้ไฟฟ้าสุทธิของเยอรมนี (สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ AGEB data-set “Strommix”) ลดลงร้อยละ 3.8 จาก 633.2 พันล้านหน่วย( kilowatt-hours-kWh) เป็น 610.4 พันล้านหน่วยในปี 2557 การผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจาก 152.4 พันล้านหน่วย เป็น 157.4 พันล้านหน่วย ในขณะที่การผลิตไฟฟ้าจากลิกไนต์ลดลง 4.9 พันล้านหน่วย มาเป็น 156 พันล้านหน่วย – ซึ่งหมายถึงว่า เป็นครั้งแรกที่ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแซงหน้าไฟฟ้าจากลิกไนต์ที่ถือว่าเป็นแหล่งเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนี (กราฟ 5)

ageb-power-generation-source-1990-2014-neu
กราฟ 5 การผลิตไฟฟ้าสุทธิแบ่งตามแหล่งเชื้อเพลิงประเภทต่างๆ ในเยอรมนีช่วงปี ค.ศ. 1990-2014 ที่มา : AGEB, 2014.

 AGEB เป็นหน่วยงานวิจัยที่สนับสนุนโดยสมาคมอุตสาหกรรมพลังงานแห่งเยอรมนีและสถาบันวิจัยเศรษฐศาสตร์

เดิมมีการใช้หน่วย kilowatt-hours ในกราฟที่อธิบายการใช้พลังงานขั้นปฐมภูมิ ต่อมา Clean Energy Wire (CLEW) ได้เปลี่ยนมาใช้หน่วยเพตะจูล(petajoule) ซึ่งเหมาะสมในการใช้เป็นหน่วยของพลังงานในหลายรูปแบบรวมถึงการใช้พลังงานขั้นปฐมภูมิ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยงกับสมดุลพลังงานของเยอรมนีรวมถึงวิธีการที่ AG Energiebilanzen ใช้คำนวณและประเมินการผลิตไฟฟ้าสามารถดูได้ ที่นี่