จดหมายถึง ว่าที่ ปธน. ดูเตอร์เต้

แปลเรียบเรียงจาก http://www.spot.ph/newsfeatures/the-latest-news-features/66306/letter-president-duterte-clinton-palanca-a503-20160512 เขียนโดย Clinton Palanca(คอลัมนิสต์ชาวฟิลิปปินส์)

ถึง ประธานาธิบดีดูเตอร์เต้

แม้ว่าร้อยละ 40 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกท่านให้เป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของฟิลิปปินส์ ฉันไม่ใช่หนึ่งในนั้น ฉันสนับสนุนผู้ลงเลือกตั้งอีกคนหนึ่ง แต่เพราะวิถีแห่งประชาธิปไตย ท่านจะเป็นประธานาธิบดีของประเทศฉัน ในขณะที่ฉันจะเป็นพลเมืองคนหนึ่งของประชาชาติที่ท่านจะรับผิดชอบในช่วง 6 ปีข้างหน้า ดูเหมือนว่าเรายังติดขัดซึ่งกันและกัน

ต่างจากคนจำนวนมากที่ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งของพวกเขาไม่ชนะเลือกตั้งตอนช่วงการเลือกตั้งในปี 2010 และใช้เวลาอีก 6 ปี จมกับความผิดหวังอย่างมาก ฉันจะทำให้ดีที่สุดเพื่อสนับสนุนผู้ที่คนในประเทศของฉันได้เลือกเขา นี่ไม่ได้หมายถึงว่าฉันจะประจบเลียแข้งเลียขาท่าน ฉันมั่นว่าท่านมีคนอีกมากที่ไต่ขาท่านเหมือนงูเพื่อได้บารมีจากท่าน หรือคลานเข้าหาท่านเพื่อพวกเขาจะได้รับการให้อภัยในสิ่งที่ได้พูดไปตอนช่วงหาเสียงเลือกตั้ง

ท่านชอบนำเสนอตัวท่านเองว่าเป็นคนของประชาชน พูดจาตรงไปตรงมาและซื่อสัตย์ ดังนั้น ให้ตรงไปตรงมาต่อกัน ฉันเชื่อและหวังว่า หลายสิ่งที่ท่านพูดในช่วงการหาเสียงนั้นเป็นเพียงการแสดง วลีสั้นๆ ที่เป็นดราม่า วิธีการให้คนหันมาสนใจ การสร้างภาพ ฉันเข้าใจถึงบางสิ่งบางอย่างที่ท่านพูดนั้นเพื่อเอาชนะการเลือกตั้ง ตัวอย่างเช่น ฉันไม่คิดว่าท่านจะนั่งเจ็ทสกีเพื่อไปปักธง (บนหมู่เกาะสแปรทลีย์เพื่อท้าทายจีน-หมายเหตุผู้แปล) ในเร็วๆนี้ ฉันไม่เชื่อว่าการรณรงค์หาเลียงเลือกตั้งของท่านนั้นได้เงินสนับสนุนจากเอมีลีโอ อากีนัลโด (นักปฏิวัติ นักการเมืองและผู้นำทางการทหารและประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์-หมายเหตุผู้แปล) เพราะทุกคนรู้ว่าเขาถังแตก หรืออาจกล่าวว่า ฉันอยากจะเชื่อว่าประธานาธิบดีดูเตอร์เต้จะแตกต่างจากดูเตอร์เต้ตอนช่วงเลือกตั้ง

ฉันไม่เคยเจอคนที่เลือกท่านมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี แต่เราต้องการสิ่งที่เหมือนกันสำหรับฟิลิปปินส์ เราต้องการประเทศที่ก้าวเดินไปข้างหน้า ที่ซึ่งรถไฟวิ่งตรงเวลา ที่ซึ่งภาษีของฉันถูกใช้ไปกับการสร้างถนนและโรงพยาบาล ที่ซึ่งลูกหลานของฉันเติบโตขึ้นและรู้สึกปลอดภัย ความแตกต่างระหว่างเราคือว่า ฉันยังคงเชื่อในประชาธิปไตยในขณะที่คนที่ลงคะแนนให้ท่านอาจไม่แน่ใจเรื่องนี้อีกต่อไป และฉันเห็นประเด็นของเขา เมื่อคุณเห็นผู้คนหิวโหย คุณกินประชาธิปไตยไม่ได้หรอก สาธารณรัฐประชาชนจีนนั้นไปได้ดีทีเดียวโดยปราศจากกระบวนการประชาธิปไตย ส่วนลีกวนยูนั้นก็บังคับให้ชาวสิงคโปร์สละเสรีภาพบางอย่างแต่ทำให้พวกเขามั่งคั่งและพอใจ

ทั้งหมดทั้งมวล มันเป็นเรื่องของประชาธิปไตยนั่นแหละที่ทำให้เรามีสนามบินที่ใช้การไม่ได้ กรมขนส่งทางบกที่ไม่สามารถออกทะเบียนรถได้ และกรมสรรพากรทำตัวคล้ายมาเฟีย เมื่อเราเห็นตำรวจเราไม่รู้สึกปลอดภัย เรารู้ว่าเรากำลังถูกล่วงละเมิด เราทำงานหนักแต่ไม่ว่ามันจะหนักแค่ไหนเราก็ได้เพียงเท่าที่ได้ ในขณะที่เราเห็นว่ามีผู้คนตื่นขึ้นมาในตอนเช้าและคิดว่าจะใช้จ่ายอย่างไรกับเงินที่ตนมีอยู่ ประสบการณ์ของประชาธิปไตยของเราคือว่ารัฐบาลไม่ทำงานแต่มาเอาเงินของเราไป งานที่เราทำอย่างหนักแต่ไม่มีความมั่นคงกับอนาคต คิวที่ยาวเหยียดเพื่อรอขึ้นรถประจำทางที่ไม่เคยมาถึง สถาบันทางสังคมต่างๆ ของเรากลายเป็นตัวประกันในการต่อสู้ช่วงชิงให้ได้มาซึ่งเงินและอำนาจ และเรา ประชาชนถูกทิ้งไว้ข้างหลังโดยไม่เหลืออะไร

ถ้าเราเห็นด้วยว่าระบบที่เป็นอยู่มันมีปัญหา แล้วทำไมทั้งท่านและฉันมีความเห็นต่างกันว่าควรจะทำอย่างไรกับมัน เพราะว่าฉันต้องการแก้ไขมันในขณะที่ท่านปรารถนาจะทำลายมัน บางที่นี่ก็ไม่ใช่ความจริง บางทีมันเป็นโวหารที่ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง : เผด็จการ รัฐบาลปฏิวัติ ตัดความสัมพันธ์กับแนวร่วมของเรา แต่ความคิดที่อยู่เบื้องหลังประชาธิปไตยนั้นยังคงควรค่าแก่การรักษา เช่น เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ให้สตรีมีสิทธิที่จะแต่งกายตามที่ต้องการ ให้ผู้ต้องหาได้แก้ไขความผิดของตน และให้อาชญากรได้รับโอกาสในการเยียวยา ปัญหาซับซ้อนบางประการนั้นมีทางออกที่ง่ายจริงๆ แต่ก็ชัดเจนว่าปัญหาง่ายๆ หลายประการนั้นต้องการคำตอบที่ซับซ้อน

ฉันเป็นกังวลเพราะว่ามันดูเหมือนว่าท่านตั้งใจจะแบ่งประเทศออกเป็นส่วนๆ โดยไม่คิดว่าจะทำให้แต่ละส่วนกลับรวมกันอย่างไร ท่านต้องการการเปลี่ยนแปลง ฉันก็เช่นเดียวกัน แต่หากท่านไม่มีแผนที่จะให้ทุกอย่างไปด้วยกันอย่างเหมาะสม เราอาจลงเอยด้วยสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่าแต่ก่อน ท่านได้เปิดช่องทางที่อันตราย ช่องทางที่ให้คนที่จะจัดระเบียบสิ่งต่างๆ เพื่อให้พวกเราทั้งหลายจะแย่ลงกว่าแต่ก่อน และพวกเขาทั้งหลายยิ่งรำ่รวยมากขึ้น และพวกเขาจะทำเพื่อให้รากฐานที่สำคัญที่สุดของประชาธิปไตย – การเลือกตั้งที่ซื่อสัตย์และเป็นอิสระ – จะไม่ได้มีขึ้น ช่องทางที่ท่านเปิดออกอาจเป็นไม่ได้ที่จะปิดมันลง

สิ่งที่ฉันเขียนมานี้ ฉันหวังว่าฉันคิดผิด ฉันหวังว่าท่านจะสร้างตัวอย่างของความเข้มแข็งแทนที่จะเป็นอันธพาล มีบางคนไม่รู้ถึงความแตกต่างของสองคำนี้ ฉันหวังว่าท่านจะใช้พันธกิจของท่านไม่เพียงแต่เรื่องของระเบียบวินัย แต่รวมถึงการสร้าง การฟื้นฟูสถาบันทางสังคม เช่น ระบบการศึกษาและสาธารณสุขของเรา ซึ่งต้องการความเอาใจใส่อย่างยิ่งยวด อย่าปล่อยให้ตัวท่านวอกแวกไปกับอาการ แก้ที่ต้นตอและเอาชนะมัน เหนือสิ่งอื่นใด ฉันหวังว่าท่านจะไม่กลายเป็นจอมเผด็จการไปอีกคน หลงมันเมาในอำนาจ บริหารประเทศด้วยความกลัวแทนจะเป็นความหวัง คุณจะกลายเป็นทรราช หรือปูทางให้กับทรราชกลับมาหรือ?

การที่ท่านภูมิใจตนเองว่าพูดจากใจจริง ฉันหวังว่าท่านเองไม่ว่าอะไรหากฉันจะพูดแบบธรรมดา แม้กระทั่ง พวกที่ตรงไปตรงมาก็ต้องการคนอื่นๆ เพื่อทำให้เขาได้ซื่อตรง การเลือกตั้งนี้น่าตื่นตาตื่นใจและท่านได้ลงไปกับมันเต็มตัว แต่ที่ท่านเองพูดบ่อยๆ “หยุด” เวลาของการแสดงหมดลงแล้ว นี่เป็นเวลาของธรรมาภิบาล ขณะนี้เรากำลังมองดูท่านนำพาประเทศ ท่านมีฉันสนับสนุน มาลงมือทำงานกัน

คลื่นความร้อนถล่มไทยและอินเดีย

thailandlsta_tmo_201604โดยทั่วไป เดือนเมษายนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นช่วงเวลาที่ร้อน แต่เดือนเมษายนปีนี้ (2559) ไม่ใช่เมษายนตามแบบฉบับทั่วไป ตลอดทั้งเดือน อุณหภูมิอากาศที่วัดบนพื้นผิวโลกพุ่งสูงขึ้นเกินกว่าค่าเฉลี่ย หนึ่งในนั้นคือประเทศไทยที่อุณหภูมิสูงทุบสถิติ

ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงภาพความร้อนที่คล้ายคลึงกัน แผนที่ข้างบนแสดงถึงอุณหภูมิพื้นผิวโลกในเดือนเมษายน 2016 เทียบกับค่าเฉลี่ยในเดือนเดียวกันของปี 2000-2012 พื้นที่สีแดงคือพื้นที่ที่มีค่าเฉลี่ยอุณหภูมิระยะยาวร้อนกว่าราว 12 องศาเซลเซียสในบางพื้นที่ พื้นที่สีฟ้าเป็นพื้นที่ที่มีค่าเฉลี่ยอุณหภูมิระยะยาวต่ำกว่า แถบพิกเซลสีขาวเป็นพื้นที่ที่มีอุณหภูมิปกติ ส่วนพิเซลสีเทานั้นแสดงถึงพื้นที่ที่มีข้อมูลไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่น่าจะมาจากการมีเมฆปกคลุมมากเกินไป แผนที่แสดงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมินี้มาจากข้อมูล Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS) บนดาวเทียม Terra ขององค์การนาซา

จากการรายงานข่าว อย่างน้อยที่สุด มีเมือง 40 แห่งที่มีอากาศร้อนทำลายสถิติ ในวันที่ 28 เมษายน 2016 อุณหภูมิที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้นสูงสุดเท่าที่เคยมีการวัดกันมาในประเทศไทย โดยเพิ่มสูงถึง 44.6 องศาเซลเซียส

ไม่เพียงแต่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ต้องเผชิญกับความร้อนที่ทวีความรุนแรงในเดือนเมษายน ในอินเดีย อุณหภูมิอากาศที่พื้นผิวสูงกว่าค่าปกติราว 4-5 องศาเซลเซียส มีคนอย่างน้อย 300 คนต้องเสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับอากาศร้อนในช่วงเดือนเมษายนนี้  ปีก่อนหน้านี้ มีคนมากกว่า 2,500 คนต้องเสียชีวิตจาก คลื่นความร้อน ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าคลื่นความร้อนมรณะเท่าที่มีการบันทึกไว้

แหล่งที่มาข้อมูลและอ่านเพิ่มเติม