สนธิสัญญาสหประชาชาติมุ่งลดการผลิตพลาสติก แต่อุตสาหกรรมน้ำมันยักษ์ใหญ่ตั้งเป้าขัดขวาง

เครดิตภาพ : ธารา บัวคำศรี

18 ก.พ. (รอยเตอร์) – ประเทศสมาชิกสหประชาชาติมีกำหนดจะประชุมกันในเดือนนี้ที่กรุงไนโรบีเพื่อร่างพิมพ์เขียวสำหรับสนธิสัญญาพลาสติกระดับโลก ความตกลงที่ประเทศต่างๆ ร่วมกันเป็นครั้งแรกเพื่อลดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งที่ผลิตขึ้นและนำมาใช้

สนธิสัญญาพลาสติกระดับโลก หรือ Global Plastics Treaty นี้ ถือเป็นความตกลงด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญที่สุดนับตั้งแต่ความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปี 2558

การเพิ่มปริมาณมหาศาลของพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้งซึ่งทำมาจากน้ำมันและก๊าซทั่วโลก ได้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้น เป็นภัยคุกคามต่อมหาสมุทรโลก สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ และก่อมลพิษปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหาร มากกว่า 50 บูรณาการมาตรการต่างๆ ที่มุ่งไปสู่การลดการผลิตพลาสติก

นั่นเป็นปัญหาสำหรับอุตสาหกรรมน้ำมันและเคมีรายใหญ่ ซึ่งคาดหวังว่าจะเพิ่มการผลิตพลาสติกเป็นสองเท่าทั่วโลกในสองทศวรรษข้างหน้า

ตัวแทนกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก เช่น ExxonMobil Corp, Royal Dutch Shell Plc และ Dow Inc แสดงถึงการสนับสนุนความตกลงระดับโลกนี้เพื่อจัดการกับมลพิษพลาสติก

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลอีเมลและการนำเสนอของบริษัท รวมถึงการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่หลายสิบคนที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาโดยสำนักข่าว Reuters ระบุว่า เบื้องหลังองค์กรการค้าเหล่านี้คือกำลังวางแผนกลยุทธ์เพื่อเกลี้ยกล่อมผู้เข้าร่วมการประชุมว่าด้วย Global Plastics Treaty ให้ปฏิเสธเงื่อนไขใดๆ ที่จะจำกัดการผลิตพลาสติก

ตามข้อมูลจากอีเมลเมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ส่งจากกลุ่มการค้าไปยังรายชื่อผู้รับที่ปิดบังไว้ สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รับสำเนาอีเมลดังกล่าวจากพนักงานของบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคที่ขอไม่เปิดเผยชื่อ พบว่า ผู้นำในเรื่องนี้คือ สภาเคมีแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ American Chemistry Council (ACC) ซึ่งเป็นกลุ่มตัวแทนของอุตสาหกรรมน้ำมันและเคมีภัณฑ์ที่มีอิทธิพลในสหรัฐฯ American Chemistry Council(ACC) ซึ่งตั้งอยู่ในวอชิงตันกำลังพยายามรวมกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่เพื่อช่วยทำให้การเจรจา Global Plastics Treaty ไม่พูดถึงการลดการผลิตพลาสติก

American Chemistry Council (ACC) ภายใต้ชื่อที่นำเสนอว่า “Business for Plastic Pollution Action” ตามอีเมล เรียกร้องให้บริษัทต่างๆ “เปลี่ยนการอภิปราย” โดยเน้นถึงความสนใจของรัฐบาลในเรื่องประโยชน์ของพลาสติก ข้อมูลจากอีเมล์ กลุ่ม “Business for Plastic Pollution Action” วางแผนที่จะจัดประชุมรายเดือนและแบ่งปันข้อเสนอแนะด้านนโยบายกับรัฐบาลของประเทศต่างๆ

เมื่อสำนักข่าวรอยเตอร์ ถามถึงข้อมูลเกี่ยวกับอีเมลหรือกลุ่ม Business for Plastic Pollution Action ไปที่ American Chemistry Council (ACC) ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ

พลาสติกเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตสมัยใหม่และภาคส่วนต่างๆ เช่น การผลิตรถยนต์ อุตสาหกรรมพลาสติก กล่าวว่า การใ้ช้พลาสติกในภาคส่วนดังกล่าวขยายตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมพลาสติกที่อยู่เหนือการควบคุม

แต่พลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง เช่น พลาสติกห่อหุ้มอาหาร ถุงของชำ และบรรจุภัณฑ์สำหรับส่งของ เป็น คือเป็นวาระหลักของการประชุมสหประชาชาติ พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งมีสัดส่วนประมาณ 40% ของการผลิตพลาสติกทั้งหมด ตามผลการศึกษาปี 2560 ในวารสาร Science Advances

American Chemistry Council (ACC) พยายามปกป้องพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้งมานานแล้วว่าดีต่อโลกมากกว่าทางเลือกอื่น เช่น แก้ว และกระดาษแข็ง ซึ่งหนักกว่าและต้องใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในการขนส่งมากกว่า นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศกล่าวว่า การวิเคราะห์ดังกล่าวมีข้อบกพร่อง เนื่องจากไม่คำนึงถึงต้นทุนทางสังคมจำนวนมากในการจัดการขยะพลาสติกซึ่งรีไซเคิลได้ยาก ย่อยสลายช้า การจัดเก็บ ฝังกลบ และเผามีราคาแพง

การล็อบบี้ของอุตสาหกรรมพลาสติก

ในขณะเดียวกัน American Chemistry Council (ACC) และ Plastics Europe ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจแนวร่วมที่มีฐานที่บรัสเซลส์ ได้พบปะกับเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นการส่วนตัวก่อนการเจรจาเพื่อแถลงข่าวกรณีดังกล่าว ตามการติดต่อที่ได้รับจากสำนักข่าวรอยเตอร์ผ่านกฏหมายเสรีภาพในการขอข้อมูลและสัมภาษณ์คนสี่คนที่เกี่ยวข้องในการเจรจา

American Chemistry Council (ACC) เมื่อปีที่แล้วได้จัดให้มีการบรรยายสรุปทางโทรศัพท์โดยเสนอให้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ มีวิสัยทัศน์ว่า Global Plastics Treaty ที่จะเจรจาที่กรุงไนโรบีควรเป็นอย่างไร ตามคำเชิญทางอีเมลเมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ส่งไปยังองค์กรปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐฯ(EPA) และได้รับจากสำนักข่าวรอยเตอร์

เอกสารที่แนบมากับคำเชิญนั้นระบุถึงการคัดค้านของ American Chemistry Council (ACC) ต่อการลดการผลิตพลาสติก โดยอ้างว่า ความเหลื่อมล้ำของโลกจะเลวร้ายลงเนื่องจากของเสียจากอาหารจะเพิ่มขึ้น และการเข้าถึงน้ำสะอาดในประเทศกำลังพัฒนาจะน้อยลงหากมีการบังคับให้มีการลดการผลิตพลาสติก แต่การที่แบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวเพื่อสร้างกำไรจากการจำหน่ายสินค้าพื้นฐานในประเทศยากจน นั้นก่อให้เกิดมลพิษพลาสติกในวงกว้าง

องค์กรปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐฯ ระบุว่า American Chemistry Council (ACC) ได้สรุปความคิดเห็นต่อ EPA ถึงสองครั้งในปีที่แล้วเกี่ยวกับมุมมองของกลุ่มที่มีต่อพลาสติก ครั้งแรกในเดือนมีนาคมและอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่อุตสาหกรรมทั้งหลายจะโต้ตอบกับหน่วยงานของรัฐ ถึงกระนั้น American Chemistry Council (ACC) ก็ยังคงติดต่อกับองค์กรปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐฯ และกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อยู่เป็นประจำ โดยแสดงจุดยืนเพื่อคัดค้านความพยายามในระดับประเทศและระหว่างประเทศที่จะลดการผลิตและการใช้พลาสติก

ท่ามกลางการระบาดใหญ่ของโคโรนาไวรัส ขณะที่ Plastics Europe อ้างถึงเรื่องสาธารณสุขว่าเป็นเหตุผลให้ผู้แทนสหประชาชาติละเว้นการลดการผลิตพลาสติกหรือการห้ามใช้พลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง ในการนำเสนอที่ส่งถึงเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม กลุ่ม Plastics Europe กล่าวว่า การดำเนินการเพื่อลดและห้ามใช้ดังกล่าวอาจมี “ผลที่ไม่คาดคิด” เนื่องจากความต้องการหน้ากากแบบใช้แล้วทิ้ง ถุงมือ และขวดน้ำมีจำนวนมาก

จากข้อมูลในอีเมล์ Plastics Europe ไม่ตอบคำถามเรื่องข้อเสนอหรือความพยายามในการวิ่งเต้น เวอร์จิเนีย แจนส์เซ่นส์ กรรมการผู้จัดการของกลุ่ม ระบุว่า “มีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับข้อบังคับใหม่ในการลดและห้ามใช้พลาสติก”

ตามเอกสารที่รอยเตอร์ตรวจสอบและสัมภาษณ์กับคนสี่คนที่เกี่ยวข้องกับการเจรจากับอุตสาหกรรมนี้ ผู้ผลิตพลาสติกต้องการให้ผู้แทนจากสหประชาชาติมุ่งเน้นไปที่การเก็บรวมรวมขยะพลาสติก การรีไซเคิลและเทคโนโลยีการนำขยะพลาสติกมาเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งแนวทางดังกล่าวนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ(การผลิตพลาสติก)ของพวกเขา

“ทางออกที่ดีกว่าคือจัดการกับการรั่วไหลของพลาสติกสู่สิ่งแวดล้อม” สจ๊วร์ต แฮร์ริส ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายนโยบายพลาสติกของ American Chemistry Council (ACC) กล่าวกับรอยเตอร์ในแถลงการณ์ทางอีเมล

วิธีการนั้นประสบความสำเร็จเพียงเล็กน้อย พลาสติกที่ผลิตได้ทั้งหมดเพียง 9% เท่านั้นที่ถูกรีไซเคิล ส่วนที่เหลือถูกเผา ทิ้งในหลุมฝังกลบ หรือปล่อยทิ้งไว้เพื่อก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ตามผลการศึกษาในปี 2560 ที่ตีพิมพ์ใน Science Advances

การสืบสวนของ Reuters เมื่อปีที่แล้วเปิดเผยว่าโครงการรีไซเคิลล่าสุดของอุตสาหกรรมพลาสติกบางโครงการสร้างผลกระทบเพียงเล็กน้อยหรือปิดตัวลง

การติดตามของสาธารณะชน

กว่า 100 ประเทศจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEA) ไม่ว่าจะด้วยตนเองหรือเสมือนจริง เพื่อตกลงในกรอบการทำงานสำหรับแผนระดับโลกเพื่อจัดการกับมลพิษพลาสติก มีแนวโน้มว่าจะใช้เวลาอย่างน้อยสองปีในการสรุปสนธิสัญญา แต่สิ่งที่ตกลงกันในการประชุมซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม จะเป็นตัวกำหนดองค์ประกอบสำคัญของความตกลงใดๆ

ผู้สนับสนุน Global Plastics Treaty กล่าวว่า การสนับสนุนให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกให้มีข้อผูกพันทางกฏหมายเพื่อลดการผลิตและการใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งนั้นเป็นหัวใจสำคัญ

Trisia Farrelly นักวิจัยด้านพลาสติกจากมหาวิทยาลัย Massey ของนิวซีแลนด์และที่ปรึกษาของ UNEA กล่าวว่า “การดำเนินการลดพลาสติกแบบสมัครใจนั้นล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เราต้องการเป้าหมายที่สามารถวัดผลได้และมีกรอบเวลาที่ชัดเจน”

ด้วยความประหลาดใจเมื่อเดือนที่แล้ว ลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมพลาสติกบางราย รวมถึง The Coca-Cola และ PepsiCo Inc กล่าวเป็นครั้งแรกว่า พวกเขาต้องการให้มีสนธิสัญญาเพื่อลดการผลิตพลาสติกในอนาคต

จากการสำรวจความคิดเห็น 19,515 คนใน 28 ประเทศโดย IPSOS ปี 2562 ผู้ตอบแบบสำรวจมากกว่า 70% กล่าวว่า ควรมีการห้ามใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง

“ผู้คนต่างจับตามองสิ่งที่เรากำลังทำ และพวกเขากำลังคาดหวังผลลัพธ์” สตีเวน กิลโบลต์ รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของแคนาดากล่าว รัฐบาลแคนาดาร่วมกับรัฐบาลกานาช่วยอำนวยความสะดวกในเวทีการเจรจาสนธิสัญญา Global Plastics Treaty ที่กรุงไนโรบี เคนยา

ความสนใจจับจ้องมาที่สหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งพรรคเดโมแครต พยายามสร้างความน่าเชื่อถือของสหรัฐในด้านสิ่งแวดล้อมขึ้นใหม่ ซึ่งรวมถึงการเข้าร่วมความตกลงปารีส เมื่อต้นเดือนนี้ สหรัฐฯ ร่วมกับฝรั่งเศสในการเรียกร้องให้มีความตกลงระดับโลกว่าด้วยมลพิษพลาสติกที่ตระหนักถึง “ความสำคัญของการลดที่แหล่งกำเนิด”

ถึงกระนั้นฝ่ายบริหารของ Biden ไม่ได้ให้คำมั่นต่อสาธารณะในการควบคุมการผลิตหรือห้ามพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว สหรัฐอเมริกาสร้างขยะพลาสติกต่อคนมากกว่าประเทศอื่น ๆ และเป็นที่ตั้งของผู้ผลิตพลาสติกโพลีเมอร์รายใหญ่ที่สุดของโลก ข้อกำหนดใหม่ที่เข้มงวดใดๆ ใน Global Plastics Treaty จะต้องได้รับการอนุมัติจากวุฒิสภาสหรัฐอเมริกาซึ่งปัจจุบันถูกแบ่ง 50-50 ระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน

ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ โมนิกา เมดินา ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนสหรัฐฯ ในกรุงไนโรบี ปฏิเสธที่จะระบุว่าฝ่ายบริหารจะสนับสนุนหรือคัดค้านการลดการผลิตพลาสติก และจะไม่ให้รายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับเป้าหมายของสหรัฐฯ ต่อสนธิสัญญาดังกล่าว

รายงานโดย John Geddie ในลอนดอน, Valerie Volcovici ในวอชิงตันและ Joe Brock ในสิงคโปร์; รายงานเพิ่มเติมโดย Yuka Obayashi และ Kiyoshi Takenaka ในโตเกียว David Stanway ในเซี่ยงไฮ้; แก้ไขโดย Marla Dickerson
ที่มา :https://www.reuters.com/business/sustainable-business/un-pact-may-restrict-plastic-production-big-oil-aims-stop-it-2022-02-18/?taid=620f8c9dd2db8100016d81d1&utm_campaign=trueAnthem:+Trending+Content&utm_medium=trueAnthem&utm_source=twitter

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s