Archive by Author

ความจริงเรื่องเทคโนโลยี Ultra-Supercritical ที่อุตสาหกรรมถ่านหินไม่อยากให้คุณรู้

วิวาทะ “พลังงาน” อันดุเดือด เข้มข้นและร้อนแรงประเด็นหนึ่งคือวาทกรรม “ถ่านหินสะอาด” ผู้ผลักดันถ่านหินพากันหยิบยกว่าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเลือกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ตั้งแต่การออกแบบโรงไฟฟ้า ใช้หม้อไอน้ำและระบบเผาไหม้ที่มีประสิทธิภาพซึ่งลดการใช้เชื้อเพลิง และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เมื่อรวมเอาการเลือกใช้ถ่านหินที่มีคุณภาพไปจนถึงเทคโนโลยีกำจัดของเสียและควบคุมคุณภาพอากาศ จะทำให้คุณภาพอากาศดีกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลก หน่วยงานระดับชาติอย่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรือแม้กระทั่งหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลอย่างสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) ก็นำเสนอในทำนองเดียวกัน ต่างกล่าวถึงข้อดีของโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใช้เทคโนโลยีหม้อไอน้ำแบบ ultra-supercritical และผู้กำหนดนโยบายด้านพลังงานของไทยเองก็ถูกโน้มน้าวอย่างผิดๆ ว่าการเลือกเทคโนโลยี ultra-supercritical สำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินจะช่วยลดผลกระทบจากมลพิษทางอากาศและการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้อย่างมาก 3 เรื่องต่อไปนี้เป็นสิ่งที่อุตสาหกรรมถ่านหินไม่อยากให้คุณรู้ 1) เทคโนโลยีหม้อไอน้ำที่นำมาใช้ในโรงไฟฟ้าไม่ส่งผลต่อการปล่อยมลพิษจากการเผาไหม้ถ่านหินในแต่ละตัน เพื่อเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างเทคโนโลยีหม้อไอน้ำชนิด sub-critical supercritical และ ultra-supercritical ที่เกี่ยวกับการปล่อยมลพิษทางอากาศจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน สิ่งที่สำคัญคือ เทคโนโลยีหม้อไอน้ำแต่ละชนิดดังกล่าวนี้ไม่ส่งผลต่อการปล่อยมลพิษจากการเผาไหม้ถ่านหินในแต่ละตัน การปล่อยมลพิษซัลเฟอร์ไดออกไซด์ต่อถ่านหิน 1 ตันขึ้นอยู่กับปริมาณซัลเฟอร์ที่อยู่ในถ่านหินซึ่งทั้งหมดจะถูกสันดาปเป็นซัลเฟอร์ไดออกไซด์ระหว่างการเผาไหม้และสุดท้ายเป็นก๊าซร้อน(Flue gas)ปลายปล่อง ตัวอย่างเช่น ในกรณีของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา รายงาน EHIA ระบุว่าถ่านหินบิทูมินัส/ซับบิทูมินัสที่ใช้จะมีค่าซัลเฟอร์ไม่เกินร้อยละ 1 ดังนั้น ถ่านหิน 1 ตันจะประกอบด้วยซัลเฟอร์ 10 กิโลกรัม เมื่อนำถ่านหินเข้าสู่กระบวนการเผาไหม้ ซัลเฟอร์ในถ่านหินจะเปลี่ยนเป็นซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 20 กิโลกรัม (ซัลเฟอร์ 1 […]

Rate this:

Continue reading

โซลาร์รูฟท็อป จากสหรัฐอเมริกาถึงไทย

ธารา บัวคำศรี กลายเป็นประเด็นร้อนบนโซเชียลมีเดียขึ้นมาเมื่อทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ได้มอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ศึกษาอัตราการเรียกเก็บเงินจากผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา(โซลาร์รูฟท็อป)เสรี แบบรายเดือนที่เหมาะสมทั้งกลุ่มบ้านเรือนที่อยู่อาศัยและกลุ่มโรงงาน เพื่อนำเงินมาช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าประชาชนที่ใช้ไฟฟ้าปกติ ในเวลาต่อมา กฟผ. ได้ออกมาชี้แจงข่าวคลาดเคลื่อนว่า “ไม่เคยเสนอเก็บค่าระบบสำรองไฟฟ้า (Backup Rate) ที่ 100 – 200 บาท/เดือน สำหรับผู้ที่ผลิตไฟฟ้าใช้เอง แต่ยังคงพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบไฟฟ้าของประเทศ” และย้ำจุดยืนการสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนโดยให้มีค่าไฟฟ้าเหมาะสม เป็นธรรม ในขณะที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานออกใบแถลงข่าวในวันที่ 23 มิถุนายน 2560 โดยระบุว่า “ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาทบทวนอัตรา ค่าไฟฟ้าเพื่อรองรับลักษณะการผลิตและการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบไปให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมไฟฟ้าของประเทศในอนาคต” ในข่าวที่คลาดเคลื่อน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ยังอ้างถึงการศึกษาตัวอย่างจากสหรัฐอเมริกาเพราะมี 50 รัฐ ที่มีดีเบตกันว่าควรเก็บค่าชาร์จไฟฟ้าในส่วนที่ต้องมีการลงทุนเพื่อแบ็คอัพระบบหรือไม่ ซึ่งในสหรัฐอเมริกามีกรณีวิธีการเรียกเก็บเงินที่แตกต่างกันถึง 61 กรณี โดยมีการเสนอเรียกเก็บตั้งแต่ 3-50 เหรียญสหรัฐฯต่อเดือนต่อครัวเรือน แต่โดยเฉลี่ยจะเรียกเก็บประมาณ 3-10 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเดือน หรือประมาณ 300-400 บาทต่อเดือน แต่การอ้างอิงข้อมูลดังกล่าวข้างต้นนี้ขาดรายละเอียดและไม่ครอบคลุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่าระบบการผลิตไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกาประกอบด้วยโครงข่ายพลังงานที่เชื่อมต่อกันและมีหน่วยงานด้านไฟฟ้า 66 หน่วยที่ทำหน้าที่จัดวางสมดุลของระบบ แต่ในขณะที่ระบบจัดส่งไฟฟ้าและการผลิตไฟฟ้าของไทยเป็นระบบรวมศูนย์ขนาดใหญ่และอยู่ใต้การควบคุมของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ในสหรัฐอเมริกายังมีหน่วยงานอิสระนำโดยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานสะอาดแห่ง North […]

Rate this:

Continue reading

อ่านกราฟชีวิตพลังงานหมุนเวียน

ธารา บัวคำศรี โลกเข้าสู่ยุคแสงอาทิตย์ ปี 2556 เราได้เห็นราคาของเซลล์แสงอาทิตย์ลดลงอย่างรวดเร็ว ราคาเซลล์แสงอาทิตย์ในสหรัฐอเมริกาลดลงจาก 76.67 เหรียญสหรัฐฯ ต่อวัตต์ ในปี พ.ศ.2520 มาเป็น 0.74 เหรียญสหรัฐฯ ต่อวัตต์ในปี พ.ศ.2556 หรือกล่าวง่ายๆ ว่าราคาถูกลงกว่า 100 เท่า ปรากฎการณ์นี้เรียกว่า the Swanson Effect ดังแสดงในกราฟด้านบน ทำให้การผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์สามารถแข่งขันได้กับแหล่งพลังงานดั้งเดิมเพื่อป้อนไฟฟ้าเข้าสู่สายส่ง  ต้นทุนที่ลดลงของ การผลิตไฟฟ้าจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์นี้มาจากการสนับสนุนด้านนโยบายของรัฐ ทั้งในรูปของการวิจัยและพัฒนา การรับซื้อไฟฟ้า การออกกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียน และการสนับสนุนด้านเงินทุน โลกได้รับรู้ถึงต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ที่ลดต่ำลงและการติดตั้งระบบที่ขยายตัว เป็นดอกเห็ดจากอุตสาหกรรมการผลิตแผงเซลล์อันยิ่งใหญ่น่าประทับใจในหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจีน ส่วนการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลมนั้นมาถึงจุดที่มีต้นทุนเท่ากับหรือถูกกว่า ไฟฟ้าในระบบสายส่ง(grid parity) ที่มาจากโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล รายงาน Renewables 2017 Global Status Report (GSR) ระบุว่า การเจรจาซื้อขายไฟฟ้าในเดนมาร์ก อียิปต์ อินเดีย เม็กซิโก เปรู และสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ ค่าไฟฟ้าต่อหน่วย […]

Rate this:

Continue reading
Bucket List Publications

Indulge- Travel, Adventure, & New Experiences

Pimthika 'S BLOG

The Right Way To Walk For Coffee Lover

A-FAB

ASEAN for a Fair, Ambitious and Binding Global Climate Deal

TARAGRAPHIES

A view from within in a hyperconnected world

Burma Concern

A Creative Platform for Understanding Burma

AOr NOpawan

The story of Red Yarn

Matt on Not-WordPress

Stuff and things.