เบื้องหลังดำมืดของโครงการรีไซเคิลของสวีเดนที่ถือว่าพลิกโฉมโลก

แปลเรียบเรียงจาก Dominic Hogg อังคาร 13 ธันวาคม 2559 จาก The Independent Online

สวีเดนพิจารณาว่าการเผาขยะคือการรีไซเคิล อังกฤษกำลังจะซ้ำรอยความผิดพลาด

recycling-sweden-2สวีเดนถือเป็นเจ้าแห่งการแยกและรีไซเคิลขยะ แต่มีความลับอยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้

ทุกคนต่างพูดถึงระบบรีไซเคิลขยะของสวีเดน ตามการรายงานข่าว มันเป็นสิ่งที่ดีที่สวีเดนสามารถนำเอาขยะจากประเทศอื่นมาจัดการได้อีกด้วย นักข่าวคนหนึ่งรายงานว่า “เราฝันถึงระบบที่มีประสิทธิภาพแบบนี้ในสหราชอาณาจักร

นี่ทำให้ผมสงสัย ในฐานะที่ผมเคยทำงานเกี่ยวข้องกับข้อมูลสถิติเรื่องขยะและเข้าใจถึงประเทศต่างๆ ในสหภาพยุโรปว่ามีการจัดการขยะอย่างไร ผมพยายามเข้าใจจริงๆ ว่า ทำไมสวีเดนจึงถูกสร้างภาพให้เป็นแบบนั้น ตามข้อเท็จจริงแล้ว หลายๆส่วนของสหราชอาณาจักร อัตราการรีไซเคิลขยะของเราดีกว่าของสวีเดนเสียอีก

แล้วมันเกิดอะไรขึ้น

สวีเดนมีอัตราการรีไซเคิลที่สูงคิดเป็นร้อยละ 49.8 แต่อัตราดังกล่าวนี้คงที่มาเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2549 โดยมีอัตราการรีไซเคิลแซงหน้าของสหราชอาณาจักรซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 44.6 แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก และยังน้อยกว่าอัตรารีไซเคิลของเวลส์(Wales) ซึ่งต้องยกให้กับการริเริ่มเชิงนโยบายที่เข้มแข็งจากรัฐบาลท้องถิ่นใน Cardiff อัตราการรีไซเคิลของ Welsh สูงเกือบร้อยละ 60 ในปี 2558

ความสับสนนี้เองที่ทำให้ทุกคนมองไปที่สวีเดนจากความตื่นตาตื่นใจที่เกิดจากการจำแนกวิธีการจัดการขยะโดยการเผา รายงานข่าวได้ยกย่องสวีเดนที่ทำการผนวกให้การเผาขยะเป็นรูปแบบหนึ่งของการรีไซเคิล แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ การเผาขยะมากขึ้นเป็นตัวบ่อนทำลายการรีไซเคิล

ถูกต้องที่สวีเดนมีสัดส่วนขยะที่นำไปฝังกลบน้อยกว่าของสหราชอาณาจักร สาเหตุสำคัญเป็นเพราะว่าขยะส่วนใหญ่ถูกนำไปเผา สวีเดนมีการเผาขยะเทศบาลราวร้อยละ 49.5 ในปี 2557-2558 ส่วนในสหราชอาณาจักร การเผาขยะเทศบาลคิดเป็นร้อยละ 27.1

โรงงานเผาขยะของสวีเดนเกิดขึ้นส่วนหนึ่งจากการที่มีการห้ามการฝังกลบขยะในช่วงต้นศตวรรษ 2000 ในขณะนั้น หลายคนในสวีเดนกังวลว่าการสร้างโรงงานเผาขยะมากเกินไปจะทำให้การรีไซเคิลลดลง การสร้างโรงงานเผาขยะที่ต้องใช้ต้นทุนสูงนั้นต้องหาขยะมาป้อนเป็นเชื้อเพลิง

โชคดีสำหรับสวีเดน ในช่วงเปลี่ยนทศวรรษที่ผ่านมา ได้มีการลดความเข้มงวดในข้อห้ามการส่งออกเศษขยะ (วัสดุที่ไม่สามารถรีไซเคิล) ของสหภาพยุโรป และในทันที โรงงานเผาขยะที่มีมาตรฐานประสิทธิภาพทางพลังงานในระดับหนึ่งสามารถนำเข้าขยะจากประเทศอื่นในสหภาพยุโรปได้

หลายประเทศ เช่น เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์กและสวีเดน ได้เริ่มนำเข้าขยะ ประเทศเหล่านี้ต้องการยกระดับอันตราการรีไซเคิลให้มากขึ้นโดยที่ไม่เกิดอุปสรรคต่อความเป็นไปได้ในการดำเนินงานโรงงานเผาขยะของตน ความจริง เศษขยะส่วนใหญ่ที่ส่งออกจากสหราชอาณาจักรนั้นถูกส่งเข้าโรงงานเผาขยะในเนเธอร์แลนด์ นั่นก็หมายถึงว่า รัฐบาลท้องถิ่นและนักธุรกิจชาวดัชต์สามารถดำเนินงานเพื่อยกระดับความสามารถในการรีไซเคิลโดยไม่จำเป็นต้องปล่อยให้โรงงานเผาขยะขาดขยะที่จะมาเป็นเชื้อเพลิง

มันมีความหวังว่าสหราชอาณาจักรจะเรียนรู้จากประสบการณ์ของสวีเดนและประเทศอื่นๆ เพื่อรับรองว่าจะไม่มุ่งสร้างโรงงานเผาขยะ แต่มันก็ยังคาดหวังไม่ได้

ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา กลุ่ม Eunomia Research & Consulting ทำการติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิดถึงปริมาณเศษขยะที่สหราชอาณาจักรผลิตขึ้นและศักยภาพของโรงงานเผาขยะที่มีอยู่ ทั้งโรงงานเผาขยะที่กำลังก่อสร้างและอยู่ในแผนงาน จากการประมาณพบว่า หากทั้งสหราชอาณาจักรจะดำเนินรอบตามตัวอย่างของเวลส์ ภายในจุดสิ้นสุดของทศวรรษนี้ ศักยภาพของโรงงานเผาขยะจะมีมากกว่าขยะที่เหมาะสมแก่การเป็นเชื้อเพลิงในเตาเผา

เมื่อพิจารณาถึงนโยบายของสหภาพยุโรปที่ตั้งเป้าอัตราการีไซเคิลร้อยละ 65 ภายในปี 2573 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สูงกว่าอัตราการรีไซเคิลที่เป็นอยู่ในเกือบทุกประเทศในสหภาพยุโรป ดังนั้น จึงไม่น่าจะมีเศษขยะที่นำเข้ามาพอที่เป็นเชื้อเพลิงในโรงงานเผาขยะที่มีแผนการขยายให้เพิ่มมากขึ้น อย่าลืมว่า การเผาขยะไม่ใช่การรีไซเคิล

การที่เราควรพยายามลดปริมาณขยะและรีไซเคิลให้มากขึ้น ดังนั้น เราพอจะเห็นปริมาณเศษขยะที่จะมาเผาในโรงงานเผาขยะจะลดลงเรื่อยๆ ทางออกไม่ใช่การสร้างโรงงานเผาขยะให้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หากแต่คือการให้คำมั่นต่อยุทธศาสตร์การลดปริมาณขยะและการรีไซเคิลให้มากขึ้น ยุทธศาสตร์นี้ต้องประยุกต์ใช้กับสวีเดนด้วย

———

Dr Dominic Hogg เป็นประธานกลุ่ม Eunomia Research & Consulting

แนวคิดของเสียเหลือศูนย์

เทคโนโลยีนิเวศเป็นแนวคิดที่รวมเอาเทคโนโลยีหรือการผลิตเข้าเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรธรรมชาติของนิเวศมณฑล  เทคโนโลยีนิเวศคือการย่อยสลายได้โดยชีววิธี และอาจใช้กระบวนการทางชีววิทยาในลักษณะที่สอดคล้องและไม่ย่ำยีธรรมชาติ โดยความช่วยเหลือของวิศวกรรมที่มีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีเชิงนิเวศสอดคล้องกับแบบแผนทางสังคมและวัฒนธรรม และรองรับความต้องการของมนุษย์

ของเสียเหลือศูนย์ หมายถึงการกำจัดขยะหรือของเสียให้หมดไปด้วยการเลียนแบบวงจรธรรมชาติซึ่งของเสียเป็นอาหารของสิ่งมีชีวิตอื่นในวงจรนิเวศ  กุนเธอร์ พอลลิ วิศวกรสิ่งแวดล้อมได้นำเอาวิธีการดังกล่าวนี้ไปใช้ในโรงงานผลิตเบียร์ในประเทศฟิจิ แทนซาเนีย จีน และนามิเบีย  โรงงานผลิตเบียร์ทำให้เกิดของเสียจากข้าวบาร์เลย์ซึ่งเป็นไฟเบอร์และมีโปรตีนปะปนอยู่เช่นเดียวกับของเสียที่เป็นของเหลว  เห็ดเจริญเติบโตได้ในไฟเบอร์ซึ่งพบอยู่ในของเสีย และสามารถเก็บผลผลิตได้ 5 ครั้งต่อข้าวบาร์เลย์เหลือทิ้ง 1 กอง รวมถึงสามารถนำไปใช้เพาะเห็ดคุณภาพสูงอย่างเห็ดชิตาเกะได้ด้วย  ผู้ชำนาญการการเพาะเห็ดทั่วโลกเองยังนึกไม่ถึงว่าสามารถเพาะเห็ดด้วยของเสียจากเบียร์ได้  ไม่เพียงเท่านั้นเห็ดยังสามารถเปลี่ยนลิกนินที่อยู่ในของเสียให้เป็นคาร์โบไฮเดรตคุณภาพสูงซึ่งนำไปใช้เลี้ยงฝูงปศุสัตว์ได้

ในของเสียหนึ่งตันจะมีส่วนที่เป็นโปรตีนซึ่งจะผลิตไส้เดือนได้ 287 ปอนด์ ไส้เดือนเหล่านี้ใช้เลี้ยงไก่ในฟาร์มไก่ที่สร้างคู่กับโรงงานผลิตเบียร์ ไก่ในฟาร์มก็จะเป็นอาหารของคนในชุมชนนั้น มูลไก่และปศุสัตว์ที่รวบรวมได้สามารถนำไปหมักเพื่อผลิตก๊าซมีเทน ซึ่งนำไปเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไอน้ำและกระแสไฟฟ้าได้  โรงงานเบียร์ขนาดกำลังผลิต 8 แสนลิตรต่อปีซึ่งเป็นโรงที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศจีนใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากก๊าซมีเทนที่ได้จากของเสียจากการเลี้ยงไก่และปศุสัตว์  จากนั้นของเสียที่เป็นของเหลวข้นๆ ซึ่งมีค่าบีโอดีสูงก็จะถูกนำไปทิ้งลงในบ่อเลี้ยงปลาที่มีสวนลอยน้ำสำหรับปลูกดอกไม้ต่างๆ ข้าวไรย์ และมะเขือเทศ ภายใน 24 ชั่วโมงของเหลวข้นๆนี้จะแตกตัวและช่วยผลิตปลา 7 ชนิด

เมื่อนำกฎของวงจรชีวิตในธรรมชาติมาดัดแปลงใช้ก็ทำให้เกิดผลิตผลที่เป็นประโยชน์อย่างมากมาย  โรงงานผลิตเบียร์มีผลผลิตเพิ่มจากเดิม 7 เท่า นอกจากนี้ยังผลิตอาหาร เชื้อเพลิง และปุ๋ยได้มากขึ้น 7 เท่าด้วย น่าสังเกตว่าวิธีการแบบนี้ใช้ได้ดีกับโรงงานผลิตเบียร์ขนาดเล็ก เพราะความจำกัดทางชีวภาพของตัวระบบเอง วงจรการผลิตแบบนี้สร้างงานเพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่าของโรงงานผลิตเบียร์ปกติ เพราะต้องใช้แรงงานเพิ่มขึ้นเพื่อดูแลการผลิตอื่นๆ ในระบบที่เกี่ยวข้องกัน ข้อดีอีกข้อก็คือ ทรัพยากรเหล่านั้นได้มาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพราะเป็นของเสียที่ต้องทิ้งอยู่แล้ว  ค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐานถือว่าต่ำเพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขนส่ง เพราะทุกอย่างตั้งอยู่รอบโรงเบียร์  โรงเบียร์จึงมักตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์กลางการบริโภค เพื่อนำ เห็ด ไก่ ไข่ไก่ ปลา ที่ผลิดได้ไปขายให้กับชุมชน