ทวิบถของโยชิดะ (Yoshida’s Dilemma)


ในหนังสือ Yoshida’s Dilemma ผู้เขียน Rob Gilhooly ซึ่งใช้ชีวิตในญี่ปุ่นมายาวนานและทำงานเป็นสื่อมวลชนและช่างภาพเชิงข่าวสารคดีได้รวบรวมหลักฐานจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่าผ่านประสบการณ์ตรงของนายนาโอตะ คัน นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น(ในเวลานั้น) ไปจนถึงเรื่องของคนที่ทำงานเพื่อช่วยประเทศให้พ้นจากหายนะภัยจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และคลื่นสีนามิถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ

เหตุอันสะพรึงกลัวที่เกิดขึ้นจริงอันเป็นเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ได้เน้นไปที่นายมาซาโอะ โยชิดะ ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าผู้ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมงานของเขาเอาชีวิตเข้าเสี่ยงกับรังสีนิวเคลียร์ ศัตรูที่มองไม่เห็น และเรื่องเล่าของผู้คนที่อาศัยอยู่โดยรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ยอมจำนนโดยละทิ้งบ้านเรือนของตนและวิถีชีวิตที่ตกทอดกันมาหลายชั่วรุ่นคน ในขณะที่ บริษัทพลังงานและเจ้าหน้าที่รัฐบาลพยายามปกปิดซ่อนเร้นความจริงที่เกิดขึ้นกับหายนะภัยนิวเคลียร์ครั้งร้ายแรงนับตั้งแต่เชอร์โนบิล

ในขณะที่ Rob Gilhooly ผู้เขียนระมัดระวังที่จะเข้าข้างวิวาทะของกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับพลังงานนิวเคลียร์ แต่ข้อสรุปที่หนีไม่พ้นคือพลังงานนิวเคลียร์เป็นเทคโนโลยีอันตรายอย่างยิ่ง อาจจะอันตรายยิ่งกว่าแม้ว่าจะใช้แบบจำลองทางธุรกิจแบบญี่ปุ่นที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยที่ กลุ่มมหาอำนาจนิวเคลียร์ทั้งหลาย(nuclear village)ต่างปิดปากไม่วิพากษ์วิจารณ์ และแม้กระทั่งองค์ความรู้ของการตัดสินใจและแนวปฏิบัติเชิงการดำเนินการที่เป็นอันตรายของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หนังสือ Yoshida’s Dilemma ได้เป็นเสียงปลุกให้ตื่นต่อประเทศอื่นๆ ที่เป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์ ไม่ว่าประเทศเหล่านั้นจะต้องเจอกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เข้าทำลายฟุกุชิมะหรือไม่ และเป็นหนังสือที่ต้องอ่านในเชิงการพิจารณาและการตั้งคำถามถึงการจัดการและการผลักดันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ซึ่งไม่เฉพาะในญี่ปุ่น แต่ในประเทศอื่นๆ ด้วย

ถึงเวลาปฏิวัติพลังงาน

ธารา บัวคำศรี /13 กรกฎาคม 2551

เจ้าหน้าที่รัฐ ณ กระทรวงพลังงานของไทยที่เตรียมพร้อมต้านศึกอาจจะไม่สนุกกับงานของพวกเขามากนักในขณะนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศกำลังอยู่ในเงื้อมมือของวิกฤตพลังงาน ทำให้พวกเขาต้องแบกรับความรับผิดชอบอันหนักอึ้ง

ในห้วงแห่งความยากลำบากนี้ พวกเขาน่าจะทำได้ดีเพื่อรำลึกถึงผู้ทนทุกข์จากทางเลือกนโยบายพลังงานที่ผิดพลาด โดยเฉพาะชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้กับโรงไฟฟ้าถ่านหิน และชุมชนที่ต้องเผชิญกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีสาเหตุจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในอดีต

แน่นอนว่าเราไม่อาจตำหนิเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานแต่เพียงผู้เดียวในเรื่องหายนะทางพลังงาน หรือเรื่องการปล่อยคาร์บอนอันเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนทั่วโลก รัฐบาลที่รับหน้าที่ต่อเนื่องกันมา ซึ่งล้มเหลวในการแสดงความเป็นผู้นำที่จำเป็นต่อการกำหนดและดำเนินนโยบายพลังงาน เพื่อทำให้ประเทศไทยและประชาชนไทยมีอนาคตที่ดีขึ้น ต้องเป็นผู้รับผิดชอบหนักที่สุด เนื่องจากนำพาประเทศถลำไปสู่เส้นทางที่ผิดพลาด เมื่อปีที่ผ่านมา รัฐบาลไทยวางแผนเพิ่มการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สกปรก และเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ที่อันตราย

ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเป็นภัยคุกคามมากขึ้นเรื่อยๆ ทางเลือกด้านพลังงานของรัฐบาลไทยในอีกหลายปีที่กำลังจะมาถึงจะเป็นตัวตัดสินสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า ประชาชนชนไทยกำลังทุกข์ทรมานจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ผลผลิตด้านเกษตรกรรมที่ลดลง ภัยแล้งและน้ำท่วมรุนแรง และชุมชนในท้องถิ่นได้รับสารพิษจากโรงไฟฟ้าถ่านหินอย่างช้าๆ ในตลอดเวลาที่ผ่านมา ถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานที่ก่อมลพิษมากที่สุด ไม่ว่าเราจะทำให้มันสะอาดมากเพียงใด หรือพยายามฝังกลบคาร์บอนที่ปล่อยออกมามากเท่าไหร่ ถ่านหินก็ยังสกปรก มีพิษ ทำลายชุมชนในท้องถิ่น และ เร่งให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรุนแรงขึ้น

อย่างไรก็ดี รัฐบาลก็ยังคงเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินสกปรกเพิ่มขึ้น

ถึงเวลาที่ต้องปฏิวัติพลังงานและสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเลิกสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ก่อมลพิษร้ายแรงไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นวิธีการที่แน่นอนที่สุดในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคตของไทย เนื่องจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์ไม่มีวันหมดไป

หลายประเทศทั่วโลกกำลังเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากนโยบายพลังงานที่กล้าหาญและมีวิสัยทัศน์เพื่อบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงาน เยอรมนีเป็นผู้ผลิตพลังงานลมอันดับหนึ่งของโลก คาดการณ์ว่าจะสามารถผลิตพลังงานจากลมได้ 25% ภายใน พ.ศ.2563 จีนเป็นประเทศที่การผลิตพลังงานเติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยมีการคาดการณ์ที่ตรงกับความจริงว่า 15% ของพลังงานทั้งหมดในประเทศจะมาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนภายในพ.ศ. 2558 เยอรมนีและจีนทำเช่นนี้ได้เพราะรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศเข้าใจภัยคุกคามของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสาเหตุของมัน เมื่อรวมกับความท้าทายของการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน จึงดำเนินการนโยบายขั้นต่างๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจแก่การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน

ปัจจุบัน ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากภายนอก และกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงของการผูกมัดตนเองเข้ากับพลังงานสกปรกที่ขาดความปลอดภัย ทั้งๆที่มีศักยภาพพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดทั้งจากลมและแสงแดด ซึ่งลงทุนเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็ก เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานของชุมชน และการลงทุนทางอุตสาหกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศ

เราต้องการเห็นรัฐบาลเป็นผู้ปูทางพลังงานหมุนเวียนเพื่ออนาคต เราต้องการให้รัฐบาลใช้งบประมาณเพื่อส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและประสิทธิภาพพลังงานแทนโรงไฟฟ้าถ่านหินและนิวเคลียร์ ยกร่างกฎหมายเพื่อส่งเสริมการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนด้วยผลตอบแทนที่มั่นคงและสามารถคาดการณ์ได้ เพื่อรับประกันว่าผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจะได้รับความสำคัญในการเข้าถึงสายส่งไฟฟ้าก่อน และการยกร่างให้มีมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานที่เข้มงวดและโครงการการจัดการด้านความต้องการไฟฟ้า และพลังงานหมุนเวียนสามารถแข่งขันได้ เพียงแต่รัฐบาลลดละเลิกการอุดหนุนถ่านหินและ นิวเคลียร์และแนะนำถึง หลักการผู้มลพิษต้องจ่าย ที่ผ่านมา พลังงานฟอสซิลและนิวเคลียร์นั้นได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลอยู่ราว 250 พันล้านเหรียญต่อปี เราควรเปลี่ยนแปลงการลงทุนดังกล่าวนั้นมาให้กับแหล่งพลังงานที่จะช่วยเรายุติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นอันตราย

พลังงานหมุนเวียนโดยเฉพาะลมและแสงแดด มีบทบาทนำในอนาคตพลังงานของโลก ไม่ใช่เรื่องอุปสรรคทางเทคนิคแต่เป็นอุปสรรคทางการเมืองที่ได้กีดขวางการเปลี่ยนแปลงนี้ ขึ้นอยู่รัฐบาลของเราที่จะใช้โอกาสเพื่อผลักดันการพัฒนาที่ยั่งยืนให้ดำเนินต่อไป ลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานจากภายนอก เพิ่มการจ้างงาน สร้างสังคมที่มั่นคงและมีส่วนสำคัญในการต้านสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นอันตรายของโลก

ในที่สุดญี่ปุ่นก็ยอมรับความจริง : “ขณะนี้ เรามีเหตุฉุกเฉิน(การรั่วไหลของน้ำปนเปื้อนรังสีลงสู่มหาสมุทร)ที่ฟูกูชิมะ”

  
บริษัทเทปโกกำลังพยายามอย่างหนักที่จะจัดการกับน้ำปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีที่กำลังรั่วซึมลงในมหาสมุทรใกล้เขตฟูกูชิมะ นายชินจิ คินโจ หัวหน้าหน่วยงานควบคุมดูแลความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น กล่าวว่า “ขณะนี้ เรามีสถานการณ์ฉุกเฉิน” โดยระบุว่า น้ำใต้ดินที่ปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีได้เล็ดรอดกำแพงกั้นใต้ดินและปริ่มขึ้นมาสู่พื้นผิวโดยมีค่าที่เกินระดับการปล่อยทิ้งกัมมันตภาพรังสีออกสู่สิ่งแวดล้อม

นายคินโจกล่าวว่า ความรู้สึกของบริษัทเทปโกในเรื่องวิกฤตนั้นอ่อนมาก และด้วยเหตุนี้เอง จึงไม่ควรให้ขึ้นอยู่กับบริษัทเทปโกเพียงลำพังในการจัดการหายนะภัยที่ดำเนินสืบเนื่องนี้

ข้อมูลจากสำนักข่าวรอยเตอร์ชี้ให้เห็นว่า บริษัทเทปโกได้ปกปิดข้อบกพร่องเหล่านี้และถูกวิพากษ์กรณีไร้ความสามารถในการตอบรับกับปัญหาในขณะที่โฆษณาว่าพยายามทำเพื่อป้องกันการรั่วไหล นายคินโจเกรงว่าถ้าน้ำปนเปื้นขึ้นมาถึงพื้นผิว “มันจะเกิดการไหลอย่างรวดเร็ว” และใช้เวลาราวสามสัปดาห์ที่จะถึงจุดวิกฤต

The Energiewende : การเปลี่ยนแปลงระบบพลังงานของเยอรมนีคือการขับเคลื่อนทางประชาธิปไตย

ธารา บัวคำศรี – แปลเรียบเรียงจาก Energy Transition – The Germany Energiewende

http://energytransition.de/2012/10/energy-by-the-people/

GET_2A15_renewables_in_the_hand_of_the_people_l

ประเทศส่วนใหญ่ ภาคพลังงานตกอยู่ในมือของกลุ่มบรรษัทขนาดใหญ่เนื่องจากไฟฟ้าผลิตขึ้นจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่รวมศูนย์ พลังงานหมุนเวียนเปิดโอกาสใหม่เพื่อเปลี่ยนผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ไปสู่ผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กๆ จำนวนมาก และแนวทางการกระจายศูนย์นี้เปิดให้พลเมืองและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม เยอรมนีมีระดับของการมีส่วนร่วมของพลเมืองในเรื่องของการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานที่สูงมาก

การเปลี่ยนแปลงทางพลังงานของเยอรมนีเป็นการเคลื่อนไหวที่มีลักษณะเป็นประชาธิปไตย

บางประเทศเปลี่ยนระบบพลังงานหมุนเวียนโดยขอให้หน่วยงานด้านไฟฟ้าผลิตไฟฟ้าสีเขียวโดยใช้นโยบายที่เรียกว่า “ระบบโควตา” นโยบายเหล่านี้ตั้งเป้าหมายให้หน่วยงานด้านไฟฟ้าได้บรรลุเป้าหมายและมีบทลงโทษหากเป้าหมายดังกล่าวนั้นไม่บรรลุผล ในกรณีนี้มักเน้นไปที่ประเด็นเรื่องราคา โดยอยู่บนสมมุติฐานที่ว่าหน่วยงานด้านไฟฟ้าจะเลือกแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่แพงน้อยที่สุด ตัวอย่างเช่น สมาคมพลังงานลมแห่งสหราชอาณาจักรทำรายการโครงการพลังงานลมเป็นลักษณะการนำเสนอ โครงการที่ได้รับการอนุมัติ ไม่ได้รับอนุมัติ หรือสร้างแล้วเสร็จ เป็นแบบที่ไม่มีอยู่ในระบบ feed-in tariffs ของเยอรมนี ดังนั้น การไม่ได้รับอนุมัติโครงการจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ในกรณีของสหรัฐอเมริกาก็เช่นเดียวกัน

ในทางตรงกันข้าม ไม่มีองค์กรใดองค์กรหนึ่งในเยอรมนีมีหน้าที่ทบทวนข้อเสนอโครงการทุ่งกังลมว่าควรจะอนุมัติหรือไม่ แต่รัฐบาลท้องถิ่นตัดสินใจว่าจะให้สร้างกังหันในบริเวณใดและจะมีการออกแบบอย่างไร(ทั้งในแง่พื้นที่ จำนวนกังหันลม และอื่นๆ) หน่วยงานด้านไฟฟ้าไม่ต้องเจอกับการลงโทษด้วยเหตุผลที่ว่าบริษัทเหล่านี้น้อยมากเลือกที่จะลงทุน ในภาพรวม ความแตกต่างระหว่างระบบโควต้าและ feed-in tariffs นั้นชัดเจนมาก ในระบบโควต้า มีเพียงระบบที่แพงน้อยที่สุดเท่านั้นที่ผ่านเข้าไปได้หลังจากผ่านการทบทวนโครงการด้วยเวลาอันยาวนาน และโครงการเหล่านั้นยังคงอยู่ในมือของบริษัทพลังงานขนาดใหญ่ ส่วนในระบบ feed-in tariffs ทุกๆ อย่างที่จำเป็นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเจ้าของโครงการโรงไฟฟ้าเปลี่ยนถ่ายไปยังภาคพลเมือง หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง เยอรมนีกำลังทำให้ระบบพลังงานของตนเป็นประชาธิปไตย

การเน้นไปที่ราคานั้นเหมาะสมกับระบบโควต้า (ลักษณะเดียวกัน Renewable Energy Standard ในสหรัฐอเมริกา) เนื่องจากผลกำไรส่วนเกินจะตกอยู่ในมือของบริษัทขนาดใหญ่ไม่กี่บริษัท ผู้สนับสนุนระบบโควต้ากล่าวอย่างถูกต้องว่าผลในด้านราคาของระบบ feed-in tariffs นั้นโดยทั่วไปมีมากกว่าในระบบโควต้า แต่พวกเขามองข้ามไปสองประเด็นคือ หนึ่ง ประเทศที่ใช้ระบบ feed-in tariffs โดยทั่วไปมีการติดตั้งกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากกว่า และ สอง หากมีการออกแบบอย่างเหมาะสม ผลกำไรจากระบบ feed-in tariffs จะกลับไปสู่ผู้ลงทุนรายย่อย มิใช่บริษัทพลังงานข้ามชาติ เป็นการพลังทลายการผูกขาดภาคพลังงานของบริษัทขนาดใหญ่ หรืออีกนัยหนึ่ง หลายคนที่เจอกับราคาไฟฟ้าขายปลีกที่กว่าเล็กน้อยนั้นจะได้รับผลกำไรจากส่วนที่เพิ่มขึ้นเหล่านั้น

ผู้สนับสนุนระบบโควต้าแย้งว่า พวกเขาไม่ลำเอียงในทางเทคโนโลยี หมายถึงว่า พวกเขาไม่ชอบเลือกเทคโนโลยีอันหนึ่งว่าเหนือว่าอีกอันหนึ่ง พวกเขาเห็นว่า ระบบ feed-in tariffs นั้นเลือกผู้ชนะ แต่ความเห็นดังกล่าวเป็นเรื่องไม่ปกติตามผลลัพท์ทางการตลาดที่แตกต่างกัน ระบบโควต้าสนับสนุนโครงการพลังงานหมุนเวียนที่แพงน้อยที่สุดซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโครงการกังหันลมบนฝั่ง ไม่น่าแปลกใจที่ระบบแผงเซลสุริยะซึ่งยังคงมีราคาแพงอยู่โดยเปรียบเทียบมักจะประสบความล้มเหลวในการประมูลโครงการหากมิได้มีการจัดวางเอาไว้แล้ว (อย่างไรก็ตาม สถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงไปอันเนื่องจากราคาของแผงเซลแสงอาทิตย์มีราคาที่ซื้อหาได้) ในทางตรงกันข้าม ตลาดพลังงานหมุนเวียนในระบบ feed-in tariffs นั้นเป็นไปเพื่อแหล่งพลังงานหมนุเวียนทุกแหล่ง และหากเราต้องการให้มีการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน เราจะต้องการส่วนแบ่งที่เหมาะสมของแหล่งพลังงานหมุนเวียนแบบต่างๆ มิใช่เพียงการเน้นไปที่แหล่งพลังงานหมุนเวียนที่ถูกที่สุดเท่านั้น

สิ่งที่เป็นเรื่องน่าขำ นโยบายโควต้าที่เน้นความเป็นกลางของเทคโนโลยีมักนำไปสู่การเน้นไปที่แหล่งพลังงานหมุนเวียนเพียงแหล่งเดียว (กังหันลมบนฝั่ง) ในขณะที่นโยบายที่ถูกกล่าวหาว่าเลือกผู้ชนะนั้นนำไปสู่ส่วนผสมของเทคโนโลยีพลังงานที่มีลักษณะเข้มแข็งกว่า นอกจากนี้ ในขณะที่การประมูลโครงการถูกพิจารณาว่า “มีลักษณะที่แข่งขัน” การแข่งขันเกิดขึ้นระหว่างแหล่งพลังงาน บริษัทยังต้องแข่งขันกับเจ้าของโครงการรายอื่นในการประมูล แต่การประมูลนั้นนำไปสู่การกระจุกตัวมากขึ้นของตลาด ระบบ Feed-in Tariffs นั้นก่อให้เกิดตลาดพลังงานที่เปิดกว้างมากกว่ามาก ด้วยมีผู้ลงทุนใหม่เข้ามาแข่งขันในเวทีระดับเดียวกันตามข้อกำหนดที่วางไว้

เมื่อเร็วๆ นี้เอง สมาคมพลังงานลมแห่งสหรัฐอเมริกามีพื้นที่ส่วนหนึ่งบนเว็บไซต์ของตนที่เรียกว่า “โครงการ(Projects)” ซึ่งมีรายชื่อโครงการกังหันลมตามทำเลที่ตั้ง ขนาด และเจ้าของโครงการ ในขณะที่ เยอรมนีมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากกังหันมากที่สุดกว่าใครในโลก ถึงกระนั้น DEWI องค์กรที่ทำหน้าที่รวบรวมสถิติของพลังงานลมในเยอรมนีกล่าวว่า พวกเขาไม่เคยทำตารางขึ้นมา “เราไม่สามารถบอกว่าใครเป็นเจ้าของกังหันลมอันใดอันหนึ่งในเยอรมนีเพราะว่าความเป็นเจ้าของนั้นแตกย่อยออกไปตามลำดับ และบางครั้งมีกลุ่มธุรกิจและกลุ่มประชาชนเป็นร้อยราย”

ทุ่งกังหันลม Dardesheim ขยายอย่างเป็นขั้นตอนในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา และกังหันลมใหม่ยังถูกสร้างเพิ่มขึ้น การไปเยี่ยมชมโครงการไฟฟ้าจากลมนี้เหมือนกับการไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ ที่ฐานของกังหันลมด้านขวา เด็กๆ สามารถนำสีมาระบายรูปต่างๆ ขนาดเท่าของจริงได้

ตัวอย่างจากเยอรมนีนี้เป็นเรื่องทั่วไป ไม่มีข้อยกเว้น ฟาร์มกังหันลมที่ Dardesheim มิใช่โครงการแรกในปี 1994 ต้งยกความดีความชอบให้กับเมืองเล็กๆ ชื่อ Friedrich-Wilhelm-Lübke-Koog ใกล้กับชายแดนประเทศเดนมาร์ก ส่วนที่เมือง Freiburg ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนีที่มีขนาดประชากรราว 220,000 คน ประชาชนได้ลงขันราวหนึ่งในสามของค่าใช้จ่ายในการลงทุนในโครงการกังหันลม 4 ตัว ที่สร้างขึ้นบนเนินเขา ส่วนที่เหลือมาจากการกู้ยืมธนาคาร ผู้จัดการโครงการบอกว่า อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ 4.5 ในขณะที่โครงการสามารถจ่ายผลกำไรจนถึงร้อยละ 6 กลับไปหาผู้ร่วมทุนในชุมชน การลงทุนของประชาชนนั้นถือว่าเป็นกรรมสิทธิหุ้นส่วนในโครงการ หรืออีกนัยหนึ่ง ธนาคารจะให้ดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำเนื่องจากหุ้นส่วนโครงการนั้นมีมาก ในอีกด้านหนึ่ง มีงานเอกสารจำนวนมากหากโครงการเกี่ยวข้องกับนักลงทุนรายย่อยจำนวนมาก แทนที่จะเป็นเงินกู้ก้อนโตจากธนาคาร เช่นเดียวกับโครงการพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ ในเยอรมนี โครงการไฟฟ้าจากกังหันลมที่ Freiburg project เน้นไปที่การยอมรับของชุมชน ให้คนในชุมชนคุยกันเอง โดยไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทขนาดใหญ่ที่มาจากที่อื่นที่มาทำให้สมาชิกในชุมชนรู้สึกว่าจะเข้ามาแสวงประโยชน์

โครงการล่าสุดที่พยายามทำให้ชุมชนมิใช่เป็นเพียงผู้ส่งออกไฟฟ้าสุทธิ – กล่าวคือขายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าระบบสายส่งและซื้อไฟฟ้ากลับเมื่อไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนนั้นไม่เพียงพอ – หากยังสามารถพึ่งตนเองด้านพลังงานได้ทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น เกาะ Pellworm ได้รวมเอาแหล่งพลังงานแสงอาทิตย์ ลม ชีวมวลและความร้อนใต้พิภพเข้าด้วยกันโดยเชื่อมต่อกับระบบสายส่งอัจฉริยะที่มีแหล่งกักเก็บพลังงานเพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากภายนอกของ 1,200 ครัวเรือน ลงร้อยละ 90

ยังมีโครงการไฟฟ้าจากชีวมวลที่ชุมชนเป็นเจ้าของ ในปี 2547 เกษตรกรในหมู่บ้าน Jühnde ได้ตั้งสหกรณ์ขึ้นเพื่อปลูกพืชพลังงาน มากกว่าร้อยยะ 90 ของคนในหมู่บ้านเห็นด้วยที่จะเปลี่ยนระบบทำความร้อนใหม่ที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบก๊าซชีวภาพ โรงไฟฟ้าชีวมวลใช้เชื้อเพลิงจากข้าวโพดที่เพาะปลูกในพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชาวบ้านจ่ายค่าใช้จ่ายทำความร้อนให้กับกลุ่มเกษตรกรและธุรกิจแทนที่เงินจะไหลออกไปสู่บริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

เมื่อหมู่บ้าน Jühnde เปลี่ยนไปใช้ระบบพลังงานหมุนเวียนทำความร้อนในบ้านเรือน ก็มีคนสนใจทั่วประเทศ และเป็นตัวอย่างให้กับชุมชนอื่นๆ ที่จะเดินรอยตาม มีการเพิ่มขึ้นของการใช้พืชพลังงานอย่างรวดเร็วซึ่งก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เพราะเกรงว่าพืชเชิงเดี่ยวจะมีผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิทัศน์ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ปลูกข้าวโพดในสหรัฐอเมริกาตรงที่เรียกว่า corn belt และพื้นที่ปลูกถั่วเหลืองขนาดใหญ่ในบราซิลหรือสวนปาล์มน้ำมันขนาดใหญ่ในมาเลเซีย ก็จะพบว่าพื้นที่ปลูกข้าวโพดของเยอรมนีนั้นมีขนาดเล็กไปถนัดใจ

โครงการพลังงานหมุนเวียนโครงการใหม่ยังคงได้รับการสนับสนุนโดยขึ้นอยู่กับชุมชน หากพลเมืองในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบนั้นไม่ต้องการถูกล้อมรอบด้วยทุ่งข้าวโพด ก็จะไม่มีการเดินหน้าโครงการ

โดยรวม ประมาณว่า สหกรณ์พลังงานหมุนเวียน โครงการพลังงานหมุนเวียนที่ชุมชนเป็นเจ้าของ มีเงินลงทุนมากกว่า 1.2 พันล้านยูโร จากประชาชนมากกว่า 130,000 คน ในปี 2556 อาจกล่าวได้ว่า คนรวยเท่านั้นจะลงทุนแบบนั้นได้ หรือข้ออ้างที่ว่า คุณต้องมีบ้านเป็นของตนเองจึงจะมีเซลแสงอาทิตย์บนหลังคาได้ แต่มากกว่าร้อยละ 90 ของสหกรณ์พลังงานในเยอรมนีได้มีการติดตั้งแผงโซลาร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหุ้นหนึ่งหุ้นในสหกรณ์พลังงานเหล่านั้นมีค่าน้อยว่า 500 ยูโร ประมาณสองในสามส่วนของจำนวนสหกรณ์ทั้งหมด สหกรณ์บางแห่งหุ้นหนึ่งหุ้นมีค่าน้อยกว่า 100 ยูโร ประธานสมาคมอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์กล่าวว่า “สหกรณ์พลังงานได้สร้างประชาธิปไตยของแหล่งพลังงานขึ้นในเยอรมนีและเปิดให้ทุกๆ คนได้รับผลประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงระบบพลังงาน แม้ว่าพบวกเขาจะไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง”

นอกจากนี้ สหกรณ์พลังงานยังไปมากกว่าการผลิตไฟฟ้า โดยเข้าไปเกี่ยวข้องการเป็นเจ้าของสายส่ง ในทศวรรษ 1990 การเคลื่อนไหวเริ่มขึ้นโดย Schönau Power Rebels สมาชิกของชุมชนในเขตป่าดำที่กดดันให้หน่วยงานด้านไฟฟ้าอนุญาตให้พวกเขาซื้อระบบสายส่งในพื้นที่ ปัจจุบัน การขับเคลื่อนยังคงแผ่ยายไปทั่วประเทศ ในปี 2557 ฮัมบูรกร์ เมืองใหญ่อันดับสองของเยอรมนีโหวตให้มีการซื้อคืนระบบสายส่ง อย่างไรก็ตาม การรณรงค์ในกรุงเบอร์ลินประสบความล้มเหลว พลเมืองยังสามารถซื้อหุ้นในระบบสายส่งที่ขยายเชื่อมต่อกับโครงการกังหันลมนอกชายฝั่งอีกด้วย แม้จะยังมีขอบเขตที่จำกัด

การเปลี่ยนแปลงทางสังคม

การเปลี่ยนแปลงระบบพลังงาน หรือ The Energiewende ของเยอรมนีมิใช่เป็นเพียงความท้าทายทางเทคนิค มันเป็นความท้าทายของเราทุกคนในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้วย หากต้องการให้บรรลุเป้าหมาย เยอรมนีจะต้องรับเอายุทธศาสตร์ว่าด้วยความพอเพียง(sufficiency strategies) ที่เน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมซึ่งมิอาจเกิดขึ้นได้เพียงชั่วข้ามคืน แต่ใช้เวลาและอาศัยการปลูกจิตสำนึก เยอรมนีเป็นสังคมที่ผู้คนรักอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย เมื่ออุปกรณ์เหล่านี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เราต้องมั่นใจว่า ผู้คนจะไม่ตัดสินใจว่ารถที่มีประสิทธิภาพในการเดินทางมากขึ้น กินเชื้อเพลิงน้อยลง นั้นหมายถึง พวกเขาจะขับรถยนต์มากขึ้นกว่าเดิม การอภิปรายว่าด้วยนโยบายนี้เพิ่มเริ่มขึ้นในเยอรมนี แร่เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า แบบจำลองธรุกิจใหม่ (เช่น สหกรณ์พลังงาน) จะมิเพียงเปิดให้ผู้คนเกี่ยวข้องกับแนวทางใหม่ๆ แต่รวมถึงการยอมรับการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ที่เพิ่มขึ้นและความตระหนักในการใช้พลังงาน

อย่างไรก็ตาม แบบแผนของความยืดหยุ่นจำเป็นจะต้องมีการทดลอง สมาคมบ้านจัดสรรกำลังทำงานในประเด็นแนวคิดบ้านจัดสรรที่ยืดหยุ่นโดยทำให้พื้นที่ในบ้านง่ายต่อการจัดแบ่งโดยง่าย เพื่อที่จะเป็นกลไกในการชะลอการเพิ่มขึ้นของขนาดพื้นที่อยู่อาศัยที่ขยายตัวขึ้นอย่างมหาศาลในช่วงสองสามทศวรรษที่ผ่านมา ในอาคารที่พักอาศัยขณะนี้ได้มีเครื่องซักผ้าที่มีประสิทธิภาพสูงใช้รวมกันในบริเวณด้านล่างของอาคาร โครงการนั่งรถยนต์ไปด้วยกัน(car sharing) ทำให้ผู้คนเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามความจำเป็นของแต่ละคน แต่ไม่ควรจะบังคับให้ผู้คนยอมรับความคิดดังกล่าว แต่หากทำให้คนทั้งหลายคิดค้นทางทางออกด้วยตัวของพวกเขาเองในขณะที่มีความตระหนักต่อปัญหาที่เกี่ยวข้องกับราคาพลังงานที่ผันผวนและผลกระทบจากการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีต่อสังคม

ปริศนาถ่านหิน : สถานะของถ่านหินในยุคเปลี่ยนผ่านระบบพลังงานของเยอรมนี 

สรุปจาก http://eu.boell.org/sites/default/files/german_coal_conundrum.pdf

เยอรมนีได้รับความสนใจจากประชาคมโลกในเรื่องนโยบายพลังงานในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คำว่า Energiewende ซึ่งหมายถึง การเปลี่ยนผ่านทางพลังงานจากการใช้พลังงานนิวเคลียร์ไปสู่พลังงานหมุนเวียนที่เน้นการใช้พลังงานต่ำ นั้นกลายเป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษ

อย่างไรก็ตาม จุดเน้นขณะนี้เปลี่ยนมาเป็นเรื่องบทบาทของถ่านหินในเยอรมนี ในช่วงสองปีที่ผ่านมา สื่อมวลชนทั้งในเยอรมนีและในประเทศต่างๆ กล่าวถึงอนาคตอันเรืองรองที่น่าจะเป็นของพลังงานจากถ่านหินและ “การกลับมาของถ่านหิน” ในเยอรมนี จากการตัดสินใจที่จะลดละเลิกการใช้พลังงานนิวเคลียร์ นักสังเกตการณ์ตั้งข้อสรุปว่า ลิกไนต์ที่มีการผลิตในประเทศจะเข้ามาอุดช่องว่าง จริงๆ แล้ว แถลงการณ์ของนักการเมืองเยอรมนีในช่วงทศวรรษที่ผ่านมายังเสนอให้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขึ้นแทนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

คำถามคือ เยอรมนีกำลังสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่เพื่อมาแทนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถึงแม้ว่าจะมีเป้าหมายสูงส่งด้านความเป็นมิตรสิ่งแวดล้อมของประเทศหรือไม่อย่างไร? รายงาน German Coal Conundrum ค้นพบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นอยู่บนพื้นฐานของการใช้ถ่านหินเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงปี 2012/13 (เนื่องมาจากฤดูหนาวอันยะเยือกและการส่งออกไฟฟ้าที่มีมากขึ้น) และวงรอบของโรงไฟฟ้าถ่านหินโรงใหม่ที่ป้อนไฟฟ้าเข้าระบบ

การพิจารณาในรายละเอียดเปิดเผยว่า ถ่านหินไม่ได้กลับมาในเยอรมนี โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เพิ่มเข้ามาเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียว โรงไฟฟ้าถ่านหินที่เริ่มเดินเครื่องในปี 2005-2007 โดยเป็นแนวโน้มโดยรวมของยุโรปที่เกิดจากราคาคาร์บอนที่ต่ำและมาตรฐานการปล่อยมลพิษจากโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เข้มงวดขึ้น

โรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ในเยอรมนีไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับการลดละเลิกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หลังจากหายนะภัยนิวเคลียร์ที่ฟูกูชิมะในปี 2011 ในทางตรงกันข้าม พลังงานหมุนเวียนมีบทบาทในการชดเชยไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ที่ปิดตัวลง ในช่วงที่มีการลดละเลิกนิวเคลียร์ (จนถึงปลายปี 2022) แนวโน้มนี้คาดว่าจะดำเนินสืบเนื่องไป แม้ว่า ผลลัพธ์เฉพาะจะขึ้นอยู่กับการขยายตัวอย่างแท้จริงของพลังงานหมุนเวียนและความต้องการใช้ไฟฟ้าในเยอรมนีและประเทศเพื่อนบ้าน

วิกฤตอยู่ที่ถ่านหิน โรงไฟฟ้าแบบเดิมใช้เป็น residual load ซึ่งหดตัวลงเรื่อยๆ คำว่า residual load เป็นศัพท์ที่จำเป็นในการทำความเข้าใจภาคพลังงานของเยอรมนี ดังคำอธิบายต่อไปนี้ หลังจากความต้องการไฟฟ้าที่มาจากพลังงานหมุนเวียน ไฟฟ้าที่ส่งมาจากโรงไฟฟ้าถ่านหินน้อยลงแม้ว่าจะมีอยู่มากแค่ไหนก็ตาม โรงไฟฟ้าถ่านหินมีชั่วโมงปฏิบัติการน้อยลง การที่มีไฟฟ้าเหลือในกำลังการผลิตติดตั้ง หน่วยงานด้านไฟฟ้าจึงยุติการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่เมื่อใดก็ตามที่สามารถทำได้

อย่างไรก็ตาม ลิกไนต์มีสถานะที่ปลอดภัยในช่วงที่มีการลดละเลิกนิวเคลียร์ เว้นแต่ว่า จะมีการเปลี่ยนนโยบาย พลังงานหมุนเวียนจะถูกทำให้ลดลงเล็กน้อยเพื่อให้มีไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ตามราคาเชื้อเพลิงใน Merit Order ไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติถูกชดเชย ต่อมาเป็นถ่านหิน เยอรมนียังขาดนโยบายเฉพาะเพื่อลดการใช้ลิกไนต์และเพิ่มการใช้ก๊าซธรรมชาติ นอกจากเสียว่า มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ตลาดพลังงานในเยอรมนียังไม่นำไปสู่การลดการผลิตไฟฟ้าจากลิกไนต์จนถึงกลางทศวรรษ 2020

เยอรมนีสามารถลดการพึ่งพาถ่านหินได้ในไม่ช้า ผู้กำหนดนโยบายต้องดำเนินนโยบายเพื่อลดการพึ่งพาถ่านหินของเยอรมนีลงก่อนถึงกลางทศวรรษ 2020 อันดับแรกโดยการริเริ่มปฏิรูประบบการขายคาร์บอนของยุโรป ผู้กำหนดนโยบายของเยอรมนีควรพิจารณาภาษีคาร์บอนและดำเนินการกฎหมายปกป้องสภาพภูมิอากาศ เน้นไปที่ประสิทธิภาพ และใช้ก๊าซธรรมชาติมาเป็นเชื้อเพลิงเชื่อมโยงในช่วงการเปลี่ยนผ่าน สหภาพยุโรปไม่น่าจะมีฉันทามติในเรื่องนโยบายเหล่านี้อย่างแข็งขันในระยะเวลาอันใกล้ ดังนั้น เยอรมนีควรรวมพลังของสมาชิกสหภาพยุโรปที่จะผลักดันเรื่องนี้

การลดละเลิกการใช้ถ่านหินควรเน้นไปที่การยุบโรงไฟฟ้าลิกไนต์ที่สกปรกมากที่สุดในเยอรมนีออกไป สหรัฐอเมริกามีมาตราฐานการปล่อยมลพิษทางอากาศที่เข้มงวดกว่า หากต้องใช้มาตรฐานที่คล้ายกัน เยอรมนีก็จะเริ่มปิดผู้ปล่อยมลพิษและคาร์บอนรายใหญ่สุดได้ด้วย

โดยสรุป ผู้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน (energiewende) ไม่ได้ต้องการจะแก้ต่างข้อมูลที่กล่าวอ้าง แต่ต้องการทำความเข้าใจให้ถูกต้องในเรื่องของการกลับมาของถ่านหิน ถึงแม้การพูดถึงเรื่อง การกลับมาของถ่านหินจะเกินจากข้อเท็จจริง แต่เยอรมนีเองไม่ได้ต้องการจะรีบเร่งในการทำให้รายงานที่ผิดพลาดดังกล่าวนั้นถูกต้อง การรับรู้ว่าการกลับมาของถ่านหินนั้นเกินจากข้อเท็จจริงช่วยเป็นแรงกดดันต่อผู้กำหนดนโยบายในการลดการใช้ถ่านหินลง

เรื่องเด่นว่าด้วยพลังงาน ปี 2557

แปลเรียบเรียงจาก http://www.fastcoexist.com/3039950/the-top-9-electrifying-energy-stories-of-2014

อีกไม่นาน ไฟฟ้าจากแผงโซลาเซลล์บนหลังคาในสหรัฐอเมริกาจะถูกกว่าค่าไฟฟ้าจากสายส่ง แผงโซล่าเซลล์จะกลายเป็นเรื่องพื้นๆ และนั่นเป็นข่าวดี

Co.Exist นำเอาเรื่องเด่นในปี 2557 นี้ มานำเสนอ เป็นเรื่องของนักเทคโนโลยีและผู้ประกอบการที่มองข้ามชอตไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนรุ่นใหม่

เริ่มจากแผงโซลาเซลล์แบบใสแจ๋ว (transparent solar cells) ที่ในวันหนึ่ง เราใช้ประจุแบตเตอรี่ให้กับโทรศัพท์มือถือเพียงแค่วางมันไว้ในแสงแดด หรือใช้เป็นหน้าต่างผลิตไฟฟ้าให้เรา ส่วนบริษัท Solar Wind Energy กำลังสร้าง หอคอยยักษ์ ในทะเลทรายแอริโซนาที่ผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าไฟฟ้าจากเขื่อนฮูเวอร์  ส่วน โครงการถนนโซล่าร์ นั้นปูถนนด้วยกระจกที่แข็งแรงสุดๆ ป้อนไฟฟ้าให้คนทั้งประเทศ

กลุ่ม energy spectrum กำลังทำงานอย่างประสบผลเพื่อทำให้โลกของเราลด ละ เลิกพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยทั่วสหรัฐอเมริกาทำงานรณรงค์เพื่อให้มหาวิทยาลัยถอนตัวจากการสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล ในปี 2557 นี้ การรณรงค์ประสบผลที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

หรือ อ่านประวัติของสตรีท่านนี้ ผู้ช่วยเมืองต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาในการยุติการพัฒนาการสำรวจขุดเจาะปิโตรเลียมด้วยวิธี fracking

3039950-inline-energy-1

มันคือแผงโซลาร์เซลล์ใสแจ๋วที่จะเปลี่ยนให้หน้าต่างบ้านเป็นโรงผลิตไฟฟ้า

“เราต้องการทำให้การเก็บเกี่ยวพลังงานจากแสงแดดเป็นเรื่องที่ปกติธรรมดา ให้คนไม่รู้ว่ามันอยู่ที่นั่น”

3030110-inline-i2-solar-wind-tower

หอคอยยักษ์นี้สามารถทำให้ทะเลทรายผลิตไฟฟ้าได้มากเท่ากับที่เขื่อนฮูเวอร์ผลิตได้

หอคอยที่เรียกว่า The Solar Wind Downdraft Tower นี้จะผลิตพลังงานได้มหาศาล เท่าที่เคยสร้างหอคอยกันมา

3039950-inline-energy-2

ถนนโซล่าร์นี้จะป้อนไฟฟ้าเลี้ยงคนทั้งประเทศ

ผู้สร้างโครงการ the Solar Roadways ต้องการเอากระจกที่มีไดโอดปล่อยแสง(LED-lit glass) แบบแข็งแกร่งสุดๆ มาเป็นผิวทางหลวงทุกแห่ง

3034487-inline-i-1-a-17-year-old-invented-this-smart-device-that-makes-clean-water-and-power-at-the-same-time

เยาวชนอายุ 17 ปี คนนี้ประดิษฐ์อุปกรณ์โคตรอัจฉริยะที่สร้างน้ำและพลังงานในเวลาเดียวกัน

เจ้าเครื่อง H2Pro เปลี่ยนนำ้สกปรกให้เป็นน้ำสะอาดและพลังงาน ตอนคุณอายุ 17 ปี คุณกำลังทำอะไรอยู่?

3029771-slide-s-tar-sands-08

พินิจความฉิบหายของภูมิทัศน์ทางธรรมชาติในมลรัฐอัลเบอร์ตาของแคนาดาจากการขุดทรายน้ำมัน(Alberta Tar Sands)

แหล่งทรายน้ำมันในอัลเบอร์ตาซ่อนเร้นจากสายตา หากมองจากทางอากาศ มันคืออุตสาหกรรมขูดรีดธรรมชาติ สกัดน้ำมันจากทราย ระบบนิเวศป่าไม้แถบนี้ต้องสังเวยให้กับการขยายตัวของอุตสาหกรรมนี้

3039950-inline-energy-3

เป้เก็บตดวัวเพื่อไว้เป็นพลังงาน

วัวแต่ละตัวสามารถผลิตแก๊สเพื่อขับเคลื่อนรถยนต์หรือจ่ายไฟฟ้าให้กับตู้เย็น ลองคิดถึงความเป็นไปได้

3029411-inline-2014helenslottje06

อดีตนักกฎหมายของบริษัทเอกชนยืนหยัดต่อต้านบริษัทขุดเจาะปิโตรเลียมด้วยวิธี Fracking และเอาชนะ

ด้วยกลยุทธที่สร้างสรรค์ด้านกฎหมาย คุณ Helen Slottje แสดงให้เห็นว่าชุมชนชนบทในรัฐนิวยอร์กสามารถต้านทานอำนาจ ของการขยายตัวขอการขุดเจาะก๊าซธรรมชาติที่อันตราย ที่กำลังคืบคลานเข้ามาในพื้นที่ของตนได้อย่างไร ขณะนี้ เธอได้รับเกียรติให้รับรางวัลโกลด์แมน (Goldman Prize) ความคิดและงานของเธอจุดประกายให้กับชุมชนต่างๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา

3039950-inline-energy-4

อาคารที่ผลิตพลังงานจากตะไคร่น้ำ

อาคาร  BIQ ที่ผลิตพลังงานจากตะไคร่น้ำดำเนินการมากว่าปีแล้ว ไปได้สวยทีเดียว3030432-poster-p-shutterstock189691379

การรณรงค์ให้ยุติการลงทุนในอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil Fuel Divestment Movement) ขยายตัวและประสบผลสำเร็จที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

จากประเด็นว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ประกาศไม่สนับสนุนและข้องแวะกับการลงทุน บริษัทเหมืองถ่านหิน mining  มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่นี้ในอันดับต่อไปหรือไม่?

3037831-inline-i-1-in-two-years-rooftop-solar-will-cost-the-same-as-grid-electricity

ในอีก 2 ปี ค่าไฟฟ้าจากแผงโซลาร์บนหลังคาบ้านจะเท่ากับค่าไฟฟ้าจากสายส่ง

อ่านเพิ่มเติมเรื่องราวเด่นอื่นๆ ได้จากลิงก์ต่อไปนี้ : Most-readphotosinfographicslistsvideosmapsbuildingsrobotstransportationbikesfoodcollaborative consumptioncitiesenergyenvironmenthealtheducationcrowdfundinginnovative workplaces, and privacy.