Archive | Note RSS feed for this section

จับตาผืนป่าแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในวันป่าไม้โลก

ผืนป่าเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสรรพชีวิต ป่าให้ความชื้น ความร่มเย็นและถ่ายเทออกซิเจน รวมถึงรักษาสมดุล วัฏจักรคาร์บอน ต้นไม้ช่วยกันลมและกันแดด ต้นไม้หยั่งรากลงบนผืนดิน ดูดซับและชะลอการไหลของน้ำ ป่าไม้เป็นแหล่งอาหาร ยารักษาโรค เชื้อเพลิงและวัสดุก่อสร้างที่มนุษย์นำมาใช้เพื่อดำรงชีวิต ป่าไม้เป็นระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดบนผืนแผ่นดิน ประมาณว่ามีผู้คนกว่า 1.6 พันล้านคน รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 2,000 กลุ่มวัฒนธรรมทั่วโลกนั้นมีวิถีชีวิตที่พึ่งพาป่าไม้โดยตรง ทุกๆ วันที่ 21 มีนาคม ของทุกปี องค์การสหประชาชาติจัดให้มีการเฉลิมฉลองวันป่าไม้โลก ในปี 2560 นี้ เน้นถึงบทบาทที่ไม่แยกขาดจากกันของป่าไม้และน้ำ ถือเป็นปีแรกของการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน(Sustainable Development Goals) เรามีความท้าทายหลายด้านในเรื่องนโยบายป่าไม้ทั้งที่โยงกับวิกฤตน้ำและวิกฤตทางสังคมและสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ในระดับประเทศเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน แต่เมื่อพินิจในระดับภูมิภาคแล้ว ความท้าทายดังกล่าว ยิ่งซับซ้อนและโยงใยถึงห่วงโซ่อุปทานของสินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลกไม่ว่าจะเป็น ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ผลิตภัณฑ์ไม้และพืชเศรษฐกิจที่ป้อนอุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์ จากฐานข้อมูลจับตาป่าไม้โลก(Global Forest Watch) เราสามารถจัดลำดับการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ระหว่างปี พ.ศ. 2544-2557 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ดังนี้คือ 1. อินโดนีเซีย (126 ล้านไร่) 2. มาเลเซีย(38 ล้านไร่) 3. เมียนมาร์ (14.6 ล้านไร่) […]

Rate this:

Continue reading

การลดลงของเหมืองถ่านหินในสหราชอาณาจักร

ที่ เซอร์ เดวิด คิง เสนอให้ประเทศไทยละทิ้งถ่านหิน เพราะประวัติศาสตร์เขียนบอกไว้ ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่เชียว จากนักล่าเมืองขึ้น จักรวรรดิอันเกรียงไกรและศูนย์กลางการปฏิวัติอุตสาหกรรมในอดีตเมื่อร้อยปีก่อน ขณะนี้ สหราชอาณาจักรมีการผลิตถ่านหิน การจ้างงานในอุตสาหกรรมถ่านหินและผลผลิตที่เกิดขึ้นอุตสาหกรรมถ่านหินเหลืออยู่จิ๊ดเดียว อาจมีการนำเข้าถ่านหินอยู่บ้างเพื่อใช้ป้อนโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใกล้จะปลดระวางเต็มที ในปี พ.ศ.2407 มีการคาดการณ์ของแหล่งสำรองถ่านหินในอนาคตของสหราชอาณาจักรว่าถ่านหินมีเหลือเฟือใช้ได้ไปอีก 900 ปี การคาดการณ์ในช่วงศตวรรษต่อมาระบุว่ายังเหลือใช้อีก 500 ปี จนถึงปี พ.ศ.2527 แหล่งสำรองถ่านหินในอังกฤษลดลงเหลือ 90 ปี จนถึงปี 2551 อุตสาหกรรมถ่านหินของสหราชอาณาจักรซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นแหล่งเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าเข้าสายส่ง ปัจจุบันหายไปโดยสิ้นเชิงอันเนื่องจากการหร่อยหรอลงอย่างรวดเร็วของแหล่งสำรองที่เคยมีเหลือเฟือ จากสถิติของกระทรวงยุทธศาสตร์ธุรกิจ พลังงานและอุตสาหกรรม ไฟฟ้าที่ใช้มาจากก๊าซกว่าร้อยละ40 ตามมาด้วยนิวเคลียร์อีกราวร้อยละ 20 จากถ่านหินอีกร้อยละ 10 จากกังหันลมอีกร้อยละ 10 และอื่นๆ ในขณะเดียวกัน มีข้อเสนอและแผนการละทิ้งนิวเคลียร์และถ่านหินเพื่อสร้างระบบการผลิตไฟฟ้าแห่งศตวรรษที่ 21 ในสหราชอาณาจักร บนพื้นที่ฐานของระบบกระจายศูนย์พลังงาน อ่านได้จาก http://www.greenpeace.org.uk/…/Mul…/Live/FullReport/7753.pdf และหลักปฎิบัติสี่ประการในการผลิตไฟฟ้าของสหราชอาณาจักรโดยไม่ต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Hinkley http://energydesk.greenpeace.org/…/4-ways-the-uk-can-get-a…/

Rate this:

Continue reading

ทวิบถของโยชิดะ (Yoshida’s Dilemma)

ในหนังสือ Yoshida’s Dilemma ผู้เขียน Rob Gilhooly ซึ่งใช้ชีวิตในญี่ปุ่นมายาวนานและทำงานเป็นสื่อมวลชนและช่างภาพเชิงข่าวสารคดีได้รวบรวมหลักฐานจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่าผ่านประสบการณ์ตรงของนายนาโอตะ คัน นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น(ในเวลานั้น) ไปจนถึงเรื่องของคนที่ทำงานเพื่อช่วยประเทศให้พ้นจากหายนะภัยจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และคลื่นสีนามิถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ เหตุอันสะพรึงกลัวที่เกิดขึ้นจริงอันเป็นเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ได้เน้นไปที่นายมาซาโอะ โยชิดะ ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าผู้ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมงานของเขาเอาชีวิตเข้าเสี่ยงกับรังสีนิวเคลียร์ ศัตรูที่มองไม่เห็น และเรื่องเล่าของผู้คนที่อาศัยอยู่โดยรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ยอมจำนนโดยละทิ้งบ้านเรือนของตนและวิถีชีวิตที่ตกทอดกันมาหลายชั่วรุ่นคน ในขณะที่ บริษัทพลังงานและเจ้าหน้าที่รัฐบาลพยายามปกปิดซ่อนเร้นความจริงที่เกิดขึ้นกับหายนะภัยนิวเคลียร์ครั้งร้ายแรงนับตั้งแต่เชอร์โนบิล ในขณะที่ Rob Gilhooly ผู้เขียนระมัดระวังที่จะเข้าข้างวิวาทะของกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับพลังงานนิวเคลียร์ แต่ข้อสรุปที่หนีไม่พ้นคือพลังงานนิวเคลียร์เป็นเทคโนโลยีอันตรายอย่างยิ่ง อาจจะอันตรายยิ่งกว่าแม้ว่าจะใช้แบบจำลองทางธุรกิจแบบญี่ปุ่นที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยที่ กลุ่มมหาอำนาจนิวเคลียร์ทั้งหลาย(nuclear village)ต่างปิดปากไม่วิพากษ์วิจารณ์ และแม้กระทั่งองค์ความรู้ของการตัดสินใจและแนวปฏิบัติเชิงการดำเนินการที่เป็นอันตรายของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หนังสือ Yoshida’s Dilemma ได้เป็นเสียงปลุกให้ตื่นต่อประเทศอื่นๆ ที่เป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์ ไม่ว่าประเทศเหล่านั้นจะต้องเจอกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เข้าทำลายฟุกุชิมะหรือไม่ และเป็นหนังสือที่ต้องอ่านในเชิงการพิจารณาและการตั้งคำถามถึงการจัดการและการผลักดันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ซึ่งไม่เฉพาะในญี่ปุ่น แต่ในประเทศอื่นๆ ด้วย

Rate this:

Continue reading
WORLD ORGANIC NEWS

News & Advocacy

Bucket List Publications

Indulge- Travel, Adventure, & New Experiences

Pimthika 'S BLOG

The Right Way To Walk For Coffee Lover

A-FAB

ASEAN for a Fair, Ambitious and Binding Global Climate Deal

TARAGRAPHIES

A view from within in a hyperconnected world

Burma Concern

A Creative Platform for Understanding Burma

AOr NOpawan

Let's the flowers bloom in your heart!!

Matt on Not-WordPress

Stuff and things.