เทใจให้เทพา โบกมือลาให้ถ่านหิน

พาดหัวข่าว “ปล่อย 15 แกนนำ พลังงานเล็งถอย” “รื้อแผนพีดีพีรับเทรนด์โลก” บนหน้าหน้าหนังสือพิมพ์ เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันกับที่ศาลจังหวัดสงขลาอนุญาตให้ประกันตัวเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน หลังจากถูกจับกุมจากการเดินเท้าอย่างสงบ #เทใจให้เทพา นับตั้งแต่วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2560 เพื่อไปยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย อ.เมือง สงขลา

อีกครั้งหนึ่ง การคัดค้านถ่านหินของเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นแสงสว่างส่อง ตรงไปยัง “ภาระรับผิดและตรวจสอบได้(accountability)” ของการวางแผนภาคการผลิตไฟฟ้า และท้าทายกระบวนการวางแผนผลิตไฟฟ้าที่เป็นปัญหาถึงขั้นวิกฤต

แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า(Power Development Plan) หรือที่เรียกย่อๆ ว่า แผนพีดีพี เป็นแผนแม่บทเพื่อการลงทุนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าในประเทศ โดยกำหนดว่าจะมีการสร้างโรงไฟฟ้าแบบใดขึ้นบ้าง เป็นจำนวนเท่าไร ที่ไหนและเมื่อไร แผนพีดีพีมีนัยยะที่ครอบคลุมกว้างขวาง ไม่เพียงแต่จะกำหนดอนาคตของการผลิตไฟฟ้า ภูมิทัศน์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อมของประเทศ หากยังส่งผลต่อประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนอีกด้วย ด้วยเหตุที่เลือกที่จะสร้างโรงไฟฟ้าจำนวนมากที่ก่อมลพิษ สร้างความขัดแย้ง มีต้นทุนและความเสี่ยงสูง

มี 3 ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศไทย แผนพีดีพีฉบับใหม่ที่จะมีขึ้นและแนวโ้น้มการผลิตไฟฟ้าของโลก

1) แม้ว่ารัฐบาลจะรื้อแผนพีดีพีรับแนวโน้มโลก แต่การผลักดันถ่านหินที่กระบี่และเทพายังมีอยู่ต่อไป

คณะทำงานจัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า นำเสนอเมื่อเร็วๆ นี้ ว่า

  • ความต้องการใช้ไฟฟ้าในปี 2579 (ปลายแผนพีดีพี2015) ลดลงกว่า 2 หมื่นล้านหน่วย
  • สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประเมินว่า GDP เฉลี่ย ช่วงปี 2560-2579 จะอยู่ที่ร้อยละ 3.78 ลดลงจากสมมุติฐานในแผนพีดีพี2015 ที่คาดว่า GDP จะเติบโต ร้อยละ 4-5
  • ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดจะอยู่ที่ 54,771 เมกะวัตต์ในปี 2579 (ปลายแผนพีดีพี2015) ลดลงประมาณ 4,500 เมกะวัตต์
  • การเติบโตของผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เอง (Isolated Power Supply) ทั้งประชาชนและเอกชนโดยเฉพาะ โซลาร์รูฟท็อปเพิ่มจาก 3,300 เมกะวัตต์หรือ 24,000 ล้านหน่วยในปี 2560 เป็น 5,277 เมกะวัตต์หรือ 44,412 ล้านหน่วยในปี 2579
  • คาดว่าโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ 3 โครงการคือโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ พิเศษภาคตะวันออก การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) 1.2 ล้านคัน และโครงการรถไฟความเร็วสูง รวมกันจะทำให้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 3,033 เมกะวัตต์หรือ 9,872 ล้านหน่วยในปี 2579 แต่ไม่ได้ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้า ของประเทศสูงขึ้นมากนัก เพราะมีผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เองมากขึ้นโดยเฉพาะผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป

อย่างไรก็ตาม กระบวนการปรับปรุงแผนพีดีพีฉบับใหม่ ยังคงนำเอาประเด็นการสร้างโรงไฟฟ้า ในภาคใต้ที่ล่าช้า ทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาจังหวัดสงขลา มาพิจารณาด้วย โดยอ้างว่าเพื่อวางแผนการสร้างโรงไฟฟ้าในอนาคตให้สอดรับกับความต้องการ ใช้ไฟฟ้าตามแผนพีดีพีฉบับใหม่ต่อไป ในภาพแสดงถึงโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินภายใต้แผนพีดีพี 2015 (2558-2579) ส่วนที่ไฮไลท์เป็นสีแดงคือโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ จากการคัดค้าน/ไม่ยอมรับของชุมชน

Screen Shot 2560-12-01 at 1.36.42 PM

2) การผลิตไฟฟ้าของไทยจะเข้า “แนวโน้มโลก” ไม่เกินปี 2563 เป็นจุดผลิกผันจากถ่านหินสกปรก สู่ระบบ พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด

Screen Shot 2560-12-01 at 5.11.27 PM

การวิเคราะห์ของ Bloomberg New Energy Finance ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยไฟฟ้าปรับเฉลี่ยที่ ผลิตได้จากระบบโซล่าร์เซลล์ (ในระดับ utility scale) จะเท่ากับหรือถูกกว่าถ่านหินไม่เกินปี 2563 Bloomberg ระบุว่าในช่วง 25 ปีข้างหน้า ในจำนวนมูลค่าการลงทุนใหม่ในภาคพลังงานของไทยประมาณ 80,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ร้อยละ 48 จะเป็นการลงทุนด้านพลังงานแสงอาทิตย์และลม แผนที่ที่ตีพิมพ์ล่าสุดโดย Bloomberg ชี้ให้เห็นว่าต้นทุนของเซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศไทย จะลดลงอย่างน้อยร้อยละ 50 ภายในปี พ.ศ.2583

จุดผลิกผันไปสู่ระบบพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดของประเทศไทยนั้นขึ้นอยู่กับว่ากระบวนการวางแผนพีดีพีนั้นเปิดกว้างเพียงใด แนวทางการจัดทำแผนพีดีพีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีการสร้างแบบจำลอง การพินิจอนาคต (Scenario)ในแบบเดียวโดยอาจเพิ่มความเป็นไปได้อีกสองทางคือการเติบโต ทางเศรษฐกิจ “สูง” และ “ตำ่” โดยที่ไม่มีการพิจารณาความไม่แน่นอนหรือปัจจัยความเสี่ยงอย่างอื่นเลย การปฏิรูปกระบวนการวางแผนไฟฟ้าแบบ Integrated resource planning ที่ผลักดันโดยสาธารณชนมาโดยตลอดจำต้องนำตัวแปรหรือปัจจัยเสี่ยงต่างๆ มาผสมผสานให้มีแบบจำลองการพินิจอนาคต (Scenario) หลากหลายแบบให้มากที่สุด จากนั้นต้องมีกระบวนการสาธารณะเพื่อให้สังคมเลือกแผนที่มีต้นทุนต่ำสุดภายใต้ระดับความเสี่ยงต่างๆ ที่พอรับได้

แม้ว่าข้อเรียกร้องของเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินจะเน้นไปยังกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพรายโครงการ แต่ถ้าหากประชาสังคมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศได้มีส่วนร่วมอย่างมีความหมายในกระบวนการพิจารณาและจัดทำแผนการผลิตไฟฟ้าซึ่งนำไปสู่การกำหนดอนาคตที่ยั่งยืนและเป็นธรรมอย่างแท้จริง เชื่อเหลือเกินว่าความขัดแย้งที่นำไปสู่ความรุนแรง ซึ่งกระทำโดยรัฐก็สามารถที่จะหลีกเลี่ยงและหาทางออกที่ดีร่วมกันได้

3) โบกมือลาถ่านหิน เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส

มีการโบกมือลาถ่านหินทั่วโลกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นี่คือแนวโน้มโลกในภาคการผลิตไฟฟ้า ในบางประเทศ ธุรกิจถ่านหินกลายเป็นสินทรัพย์ที่กลายเป็นภาระผูกพัน (Stranded Assets) และแน่นอน การต่อสู้ที่เทพา กระบี่และพื้นที่อื่นๆ ในประเทศไทยไม่ได้เกิดขึ้นในสูญญากาศ มีผู้คนทั่วโลกที่ร่วมต่อสู้ ยืนหยัดเพื่อยุติถ่านหินมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

ข้อมูลที่รวบรวมโดย Global Coal Plant Tracker เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน โดยเฉพาะอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไทยมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน เมื่อวัดจากกำลังผลิตติดตั้ง (หน่วยเมกะวัตต์)น้อยกว่า ดังนั้น แทนที่จะมองความมั่นคงทางพลังงาน ในมุมมองที่คับแคบว่าเราจำเป็นจะต้องแข่งกับประเทศเพื่อนบ้านโดยสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินให้มากขึ้น นี่คือโอกาสที่จะโบกมือลาถ่านหินสกปรก และก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากระบบพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดเต็มร้อยซึ่งยั่งยืนและเป็นธรรม ผลประโยชน์ร่วมกัน (co-benefits) ทั้งสังคมคือการออกแบบการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่มุ่งไปสู่อนาคตข้างหน้าอย่างมีอารยะ และการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) รวมถึงเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสังคมสงบสุข ยุติธรรม ไม่แบ่งแยกซึ่งมุ่งมั่นที่จะลดความรุนแรงทุกรูปแบบ พร้อมทำงานร่วมกันเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและความไม่มั่นคงทางสังคมก็จะอยู่ไม่ไกล

High commitment to Paris – insufficient action at home

Press Release Germanwatch, NewClimate Institute, and Climate Action Network (CAN)

Climate Change Performance Index 2018

  • Global energy transition taking up speed – but no country is doing enough
  • Countries have to strengthen targets and implementation
  • Sweden, Morocco, Norway leading the tableau – USA in the free fall

Bonn (November 15th, 2017): After a decade of rapid growth, we see a strong decrease in the growth rates of global CO2 emissions over the past years, sending signals for a decarbonisation of the global energy system. The Climate Change Performance Index 2018 (CCPI) confirms these developments in Greenhouse-Gas-emissions (GHG), renewable energies and energy use for some countries but also still clearly shows a current general lack of ambitious targets and sufficient implementation for a Paris-compatible pathway. Jan Burck, co-author of the CCPI at Germanwatch, comments: “We see a strong commitment to the global climate targets of the Paris Agreement in international climate diplomacy. The countries now have to deliver specific measures breaking down their commitments to a sectoral level.”

“We continue to see very positive developments regarding renewables and energy efficiency”, Stephan Singer from the Climate Action Network (CAN) and co-publisher of the CCPI, adds. “The data show encouraging growth in renewable energy, ever cheaper prices for solar and wind energy, and successes in saving energy in many countries. This was responsible for stabilising global energy CO2 emissions in the last three years. But progress is achieved much too slow for a fully renewable energy based world economy in a few decades, because growing oil and gas consumption is higher than the welcomed reduction in coal use”.

Key results of the CCPI 2018

Since no country is on a Paris-compatible path yet, the top three of the CCPI 2018 are still unoccupied.

“The gap in mid- and long-term ambition of the evaluated countries is still too high. In terms of GHG emissions, we see better 2030 targets in countries like Norway or India; comparably good targets for renewable energy, we see in for example Norway, Sweden or New Zealand. No country has a particularly outstanding energy efficiency target. Saudi Arabia and the United States generally have to drastically raise their 2030 ambition”, Prof. Niklas Höhne from the NewClimate Institute, co-author of the CCPI, explains.

With comparably positive developments in renewables and per capita emissions, Sweden ranks 4th in this year’s CCPI – following the empty top three. A relatively low emissions level and a very high trend in renewable energy are reasons for Lithuania’s 5th rank. Profiting from a good policy evaluation and relatively high 2030 targets, Morocco lands on position six, followed by Norway. India ranks 14th with a still low level of per capita emissions and energy use.  China on the contrary, with its high emissions and a growing energy use over the past five years, still ranks 41st. But better placements in the next years can be expected, since national experts highlighted the country has implemented policies to phase out coal capacity as well as promoting renewables and electric mobility.

Germany (rank 22), the co-host country for Fiji’s COP 23 Presidency, lands in the midfield of the CCPI 2018. The country has put a lot of effort into international climate diplomacy and globally committing to climate action. “Germany’s mid- and long-term targets are relatively strong but the last government failed on delivering concreate measures to effectively reduce emissions domestically. Germany shows a relatively good development of renewable energy in the electricity sector but the country is not at all on track to meet its 2020 target. It is absolutely crucial that the currently ongoing coalition negotiations come to an agreement on a coal phase out and getting a transition in the transport sector started”, Burck says.

Wendel Trio, Director of Climate Action Network (CAN) Europe, comments on the performance of the EU, which was evaluated in the CCPI 2018 for the first time: “The report reveals that the EU vows commitment to the Paris Agreement, but avoids real climate action at home. The EU needs to translate words into action and commit to deeper emission cuts than currently foreseen. Current discussions on the new clean energy policies and the EU budget offer excellent opportunities to increase ambition of the bloc’s climate action.”

Having declared its withdrawal from the Paris Agreement and dismantled major climate legislation of the previous government, the USA (rank 56) finds itself in the bottom five of the ranking. Besides, a very low policy evaluation, the country’s emissions level and energy use are considerably too high to be in line with a well-below 2°C pathway. The bottom three of the index is formed by Korea (rank 58), Iran (rank 59) and Saudi Arabia (rank 60), all of which are showing hardly any progress or ambition in reducing its emissions and energy use.

About the Climate Change Performance Index 2018, developed by Germanwatch and the NewClimate Institute:

The Climate Change Performance Index by Germanwatch and the NewClimate Institute is a ranking of the 56 countries and the EU, together responsible for about 90% of global GHG emissions. The methodology was improved in for the 2018 edition. The four categories examined are: emissions (40%), renewable energy (20%), energy use (20%) and climate policy (20%). The latter is based on expert assessments by NGOs and think tanks from the respective countries. One of the major achievements is that the CCPI now also evaluates to what extent the respective countries are taking adequate action within the categories emissions, renewables and energy use to being on track towards the global Paris-goal of limiting global warming to well below 2°C.

 

Annex: Press contacts

About 300 climate experts contributed to this year’s edition of the Climate Change Performance Index with their evaluation of national climate policies. The following agreed to be listed as a press contact for their country:

Country Name Organization Email
Algeria Sofiane Benadjila Independent Consultant sofbenadjila@hotmail.fr
Algeria Brahim Haddad Researcher mecanique25@hotmail.com
Algeria Radia Louz Independent Consultant radialouz@outlook.fr
Argentina Marisa Young Fundation Agreste eventos@fundacionagreste.org.ar
Argentina Juan Pablo Olsson 350.org juanpablo@350.org
Argentina Roque Pedace FoE roque.pedace@gmail.com
Australia Toby Halligan ACF Toby_Halligan@acf.org.au
Australia Simon Black GPAP simon.black@greenpeace.org
Austria Johannes Wahlmüller GLOBAL 2000 johannes.wahlmueller@global2000.at
Austria Adam Pawloff Greenpeace adam.pawloff@greenpeace.org
Belarus Dr. Alexandre Grebenkov United Nations Development Progarmme alexandre.grebenkov@undp.org
Belarus Rak Uladzimir Center for Environmental Solutions uladzimir.rak@gmail.com
Brazil William Wills Eos Consulting wills@eos.eco.br
Brazil Shigueo Watanabe Jr CO2 Consulting shigueo.watanabe@co2consulting.com.br
Brazil Tiago Reis IPAM tiago.reis@ipam.org.br
Bulgaria Antoaneta Yotova CAC Bulgaria toniyotova@gmail.com
China Jiaqiao Lin REEI linjiaqiao@reei.org.cn
China Mingde Cao China University of Political Science and Law mingde-cao@vip.163.com
Chinese Taipei Gloria Kuang-Jung Hsu Taiwan Environmental Protection Union kjhsu@ntu.edu.tw
Cyprus Georgia Shoshilou Federation of Environmental Organizations info@oikologiafeeo.org
Czech Republic Karel Polanecký Hnutí DUHA karel.polanecky@hnutiduha.cz
EU Wendel Trio CAN Europe wendel@caneurope.org
Germany Malte Hentschke Klima-Allianz malte.hentschke@klima-allianz.de
Germany Sebastian Scholz NABU Sebastian.Scholz@nabu.de
Germany Jan Kowalzig Oxfam jkowalzig@oxfam.de
Germany Ann-Kathrin Schneider BUND AnnKathrin.Schneider@bund.net
Greece Anthimos Chatzivasileiou WWF a.chatzivasileiou@wwf.gr
Greece Dimitis Ibrahim Greenpeace dimitris.ibrahim@greenpeace.org
Hungary Greenpeace info.hu@greenpeace.org
Hungary Béla Munkácsy Environmental Planning and Education Network munkacsy.bela@gmail.com
India Ajita Tiwari Laya, INECC ajitanjay@gmail.com
India Sanjay Vashist CANSA/HBF sanjayvashist@gmail.com
India Shankar Sharma shankar.sharma2005@gmail.com  
Indonesia Almo Pradana WRI almo.pradana@wri.org
Ireland Oisin Coghlan Stop Climate Chaos Coalition oisin@foe.ie
Italy Mauro Albrizio Legambiente albriziom@gmail.com
Italy Stefano Caserini Italian Climate Network stefano.caserini@gmail.com
Latvia Janis Brizga Green Liberty Latvia janis@zalabriviba.lv
Lithuania Inga Konstantinavičiūtė Lithuanian Energy Institute inga.konstantinaviciute@lei.lt
Mexico Jorge Villarreal ICM jorge.villarreal@iniciativaclimatica.org
Mexico Ninel Escobar WWF nescobar@wwfmex.org
Mexico Sandra Guzmán GFLAC sandra.lunag83@gmail.com
Morocco Touria Barradi Free expert consultant soraya.barradi@gmail.com
Netherlands Sible Schöne HIER sible@hier.nu
Netherlands Dian Phylipsen SQ Consult d.phylipsen@sqconsult.com
New Zealand Louisa McKerrow WWF lmckerrow@wwf.org.nz
Norway Silje Lundberg FoE sal@naturvernforbundet.no
Norway Kåre Gunnar Fløystad ZERO kare.gunnar.floystad@zero.no
Norway Ida Thomassen The Future in our Hands (FIOH) ida@framtiden.no
Poland Andrzej Ancygier Climate Analytics andrzej.ancygier@climateanalytics.org
Poland Andrzej Kassenberg ISD a.kassenberg@ine-isd.org.pl
Poland Aleksander Śniegocki WISE Europa aleksander.sniegocki@wise-europa.eu
Poland Krzystzof Księżopolski Warsaw Institute kmksiezopolski@uw.edu.pl
Poland Krzystzof Jedrzejewski Polish Climate Coalition k.jedrzejewski@koalicjaklimatyczna.org
Portugal João Branco Quercus
Portugal Francisco Ferreira ZERO francisco.ferreira@zero.ong
Romania Lavinia Andrei Terra Mileniul III lavinia.andrei@terramileniultrei.ro
Romania Ioana Ciuta Bankwatch ioana.ciuta@bankwatch.org
Russian Federation Alexey Kokorin WWF akokorin@wwf.ru
Russian Federation Oleg Pluzhnikov Business Russia olegplug@bk.ru
Russian Federation Michael Yulkin RSPP yulkin.ma@gmail.com
Russian Federation Vladimir Chuprov Greenpeace vladimir.tchouprov@greenpeace.org
Slovenia Barbara Kvac Focus barbara@focus.si
Spain Hector de Prado FoE sosclima@tierra.org
Spain Josep Puig S. and T. for a Non Nuclear Future gctpfnn@energiasostenible.org
Spain David Howell SEO Birdlife dhowell@seo.org
Switzerland Georg Klingler Greenpeace georg.klingler@greenpeace.org
Switzerland Patrick Hofstetter WWF Patrick.Hofstetter@wwf.ch
Thailand Tara Buakamsri GP Southeast Asia tara.buakamsri@greenpeace.org
Ukraine Oleg Savitsky Independent Consultant olehsavitskyi@gmail.com
Ukraine Andrii Zhelieznyi NECU ferum@necu.org.ua
Ukraine Oksana Aliieva HBS Kiew Oksana.Aliieva@ua.boell.org
United Kingdom Dustin Benton Green Alliance dbenton@green-alliance.org.uk
United States Alexander Ochs SD Strategies ochs@sd-strategies.com
United States Rachel Cleetus Union of Concerned Scientists RCleetus@ucsusa.org
United States Basav Sen SEEN basav@ips-dc.org
United States Christoph v. Friedeburg Independent Consultant cvfriede@yahoo.com
Bucket List Publications

Indulge- Travel, Adventure, & New Experiences

Pimthika 'S BLOG

The Right Way To Walk For Coffee Lover

A-FAB

ASEAN for a Fair, Ambitious and Binding Global Climate Deal

TARAGRAPHIES

A view from within in a hyperconnected world

Burma Concern

A Creative Platform for Understanding Burma

AOr NOpawan

The story of Red Yarn

Matt on Not-WordPress

Stuff and things.