จักรยาน : สองขาท้าโลก (3)

#จักรยานสองขาท้าโลก

ธารา บัวคำศรี แปลเรียบเรียงจาก

The Bicycle: Vehicle for a Small Planet, Worldwatch Paper #90, September 1989 เขียนโดย Marcia D. Lowe

ดาวน์โหลด pdf ไฟล์ จักรยาน พาหนะเพื่อโลกใบน้อย

——————

รถยนต์ซึ่งเป็นยานพาหนะที่ทำให้สังคมอุตสาหกรรมมีการเดินทางส่วนบุคคลและความสะดวกอย่างไม่เคยมีมาก่อน ได้พิจารณามานานแล้วในฐานะ “ยานพาหนะแห่งอนาคต” แต่ประเทศต่างๆ ที่ใช้รถยนต์กำลังสูญเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล ทุกๆ ปี การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเพิ่มขึ้น อากาศเป็นพิษและการจราจรคับคั่งในเมืองเพิ่มความรุนแรงขึ้น การเดินทางในระยะใกล้ ผู้ที่เลือกใช้รถยนต์ก็ไม่สะดวกสบายสักเท่าไร ซ้ำร้ายยังกีดกันไม่ให้คนเดินเท้าและคนขี่จักรยานร่วมใช้เส้นทาง การมีทางเลือกในการเดินทางอย่างกว้างขวางนอกเหนือไปจากการขับรถยนต์ ไม่เพียงแต่จะช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและสุขภาพมนุษย์เท่านั้น ยังหมายถึงคุณภาพชีวิตที่ดีในเมืองอีกด้วย

แม้จะมีการปรับปรุงกฏหมายหรือมาตรการด้านความปลอดภัย แต่ละปี ประมาณว่า 1 ใน 4 ของคน 1 ล้านคนทั่วโลก เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ ส่วนผู้บาดเจ็บนั้นมีจำนวนหลายล้านคน ประเทศกำลังพัฒนาที่มีคนขับรถยนต์น้อยกว่าและมีคนเดินเท้ามากกว่า ไม่ได้แยกเส้นทางสัญจรไปมาของคนทั้งสองกลุ่ม ทำให้มีอัตรการตายต่อระยะการเดินทางด้วยรถยนต์ (หน่วยเป็นไมล์) มากกว่า 20 เท่า สูงกว่าประเทศอุตสาหกรรม อุบัติเหตุรถยนต์กลายเป็นสาเหตุใหญ่ของการเสียชีวิต

เกือบทุกคนที่อาศัยในเมืองใหญ่ต้องเผชิญกับอากาศเป็นพิษ – อันตรายชนิดหนึ่งของยุคยานยนต์ รถยนต์และพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์ต่างๆ ทำให้เกิดอากาศเป็นพิษมากกว่ากิจกรรมอื่นใดของมนุษย์ เครื่องยนต์แก๊สโซลีนและดีเซลปล่อยคาร์บอนมอนนอกไซด์ ไฮโดรคาร์บอนและไนโตรเจนออกไซด์ออกมาเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณการเผาไหม้เชื้อเพลิงทั้งหมดทั่วโลก ตะกั่วในอากาศ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ฝุ่นละออง และมลพิษอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่มีอันตรายและบางชนิดเป็นพิษหรือก่อให้เกิดมะเร็ง ยังถูกพ่นออกมาจากท่อไอเสียอีกด้วย

การศึกษาขององค์การอนามัยโลกและโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติเมื่อไม่นานมานี้ประมาณว่า เมืองต่างๆ กว่าครึ่งโลก มีระดับคาร์บอนมอนนอกไซด์ที่เป็นอันตราย จำนวน 1 ใน 3 ของบรรดาเมืองเหล่านี้เป็นเมืองที่มีความเข้มข้นของตะกั่วอยู่ในระดับอันตรายและมีค่าเกินกว่าที่จะยอมรับได้ การศึกษายังประมาณอีกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนคนเมืองในอเมริกาเหนือและยุโรป สูดดมไนโตรเจนออกไซด์ในระดับที่เกินค่ามาตรฐาน

ปฏิกิริยาเคมีของแก๊สที่ถูกพ่นออกมาจากท่อไอเสียนี้ สร้างปัญหาไปทั่วมหานครใหญ่ ทำให้เด็ก คนแก่และทารกในครรภ์ ป่วยและเสียชีวิตจากโรคปอดและถุงลมโป่งพอง โอโซนเป็นส่วนประกอบหลักของหมอกควันพิษที่เกิดจากรถยนต์ เมื่อโอโซนอยู่ในรูปของไนโตรเจนออกไซด์และไฮโดรคาร์บอนจะทำปฏิกิริยากับแสงอาทิตย์ โอโซนซึ่งโดยธรรมชาติเป็นตัวกรองแสงอุลตราไวโอเลตเมื่ออยู่ในชั้นบรรยากาศสตราโตรสเฟีย กลับเป็นอันตรายต่อสุขภาพเมื่อมันอยู่บนพื้นดิน ใน พ.ศ. 2531 มหานครบางแห่งในจำนวน 96 แห่งของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่อยู่ของคนอเมริกาครึ่งประเทศ มีระดับโอโซนเกินค่ามาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนดขึ้นโดนองค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (EPA) วันที่ท้องฟ้าขมุกขมัวอย่างมากในเมืองที่มีหมอกควันพิษเลวร้ายที่สุดของโลกอันได้แก่ เม็กซิโกซิตี้ เอเธนส์ บูดาเปสต์ และอีกหลายเมืองรัฐบาลต้องประกาศห้ามขับรถยนต์เป็นการชั่วคราวเพื่อลดผลกระทบจากควันพิษที่ทำให้สุขภาพของประชาชนตกอยู่ในภาวะเลวร้าย

ความรุนแรงของอากาศพิษในประเทศกำลังพัฒนา (อดีต) สหภาพโซเวียตและประเทศในยุโรปตะวันออกเพิ่มขึ้นตามปริมาณรถยนต์ที่เพิ่งสูงลิบ แม้ว่าจำนวนรถยนต์ในประเทศโลกที่สามโดยเปรียบเทียบแล้วจะมีอัตราเพิ่มน้อยกว่าประเทศอุตสาหกรรมก็ตาม แต่มันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอยู่ในราว 2 เท่า ช่วงครึ่งแรกของคริสตทศวรรษที่ 80 จำนวนรถยนต์ใน (อดีต) สหภาพโซเวียตและยุโรปตะวันออก (โดยเฉพาะการผลิตรถยนต์โดยสารซึ่งเกิดจากแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นของผู้ใช้บริการ) เพิ่มมากกว่า 2 เท่าของอัตราการเพิ่มเฉลี่ยของโลกที่ร้อยละ 3 จะทำให้มีผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในอนาคต หากไม่มีมาตรการควบคุมการปล่อยควันเสียจากรถยนต์ในประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งอย่างจริงจังและ (อดีต) สหภาพโซเวียตและยุโรปตะวันออกมักจะไม่มีมาตรการควบคุมที่เพียงพอ

ควันเสียที่เกิดจากรถยนต์ทำให้เมืองมีระดับอากาศพิษเกินค่ามาตรฐานอย่างมาก ยวดยานพาหนะเป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของไนโตรออกไซด์และสารประกอบอินทรีย์ (ในสหรัฐอเมริกาเป็นแหล่งกำเนิดมากที่สุด) ที่จะพัฒนาไปเป็นโอโซน เชื่อกันว่า โอโซนทำให้ผลผลิตของถั่วเหลือง ฝ้ายและพืชผลอื่นๆ ลดลงราวร้อยละ 5-10 คิดเป็นค่าใช้จ่ายต่อปีประมาณ 5 พันล้านเหรียญต่อ 1 ฤดูการผลิตเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ไนโตรเจนออกไซด์สามารถเกิดปฏิกิริยาเคมีในบรรยากาศกลายเป็นฝนกรด ซึ่งมีผลกระทบต่อชีวิตสัตว์น้ำในทะเลสาบและแม่น้ำและคาดว่าเป็นตัวการทำลายป่าไม้ทั่วทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ

ความสูญเสียดังกล่าวข้างต้นนี้น้อยมาก หากเปรียบเทียบกับหายนะภัยที่เกิดขึ้น “สภาวะโลกร้อน” ซึ่งสามารถทำลาย “ชีวาลัย” ให้สูญสิ้น ประมาณร้อยละ 17 ของปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ (ก๊าซเรือนกระจกที่มีสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของปรากฏการณ์ “โลกร้อน”) ทั่วโลก เกิดจากการปล่อยควันเสียของยานยนต์ ส่วนคาร์บอนมอนนอกไซด์มีผลทางอ้อมของปรากฏการณ์ “โลกร้อน” โดยก๊าซมีเธนและโอโซนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจก 2 ชนิดย่อย จะแยกตัวออกอย่างช้าๆ จากชั้นบรรยากาศที่ต่ำกว่า

การใช้ยานยนต์มากเกินไปต้องพึ่งพาน้ำมันมากยิ่งขึ้น ทำให้เงินตราของประเทศรั่วไหลออก ในปี พ.ศ.2531 สหรัฐอเมริกานำเข้าน้ำมันคิดเป็นเงินประมาณ 26 พันล้านเหรียญ หรือมากกว่าร้อยละ 20 ของการขาดดุลการค้าต่างประเทศ การใช้น้ำมันในภาคการคมนาคมขนส่งของประเทศต่างๆ มีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการใช้น้ำมันปิโตรเลียมทั้งหมดของประเทศนั้นๆ เช่น ในสหรัฐอเมริกา ร้อยละ 63 และเคนยาร้อยละ 91 แม้ว่าราคาน้ำมันดิบจะลดลงเมื่อไม่นานมานี้ แต่ประเทศโลกที่สามยังมีภาระหนี้สินที่เกิดจากการใช้เงินตราต่างประเทศที่กู้มาส่วนใหญ่เพื่อซื้อน้ำมัน ในปี พ.ศ.2528 ประเทศกำลังพัฒนารายได้ต่ำ (รวมถึงประเทศจีน) ใช้เงินรายได้จากการส่งออกด้านพาณิชยกรรมโดยเฉลี่ยร้อยละ 33 เพื่อนำเข้าพลังงาน หลายประเทศต้องจ่ายเกินกว่าครึ่ง

วิกฤตการณ์น้ำมันของคริสตทศวรรษที่ 70 ทำให้ทั่วโลกตระหนักถึงความไม่แน่นอนของน้ำมันปิโตรเลียมในฐานะแหล่งพลังงาน ผลคือ ประเทศที่พึ่งพารถยนต์เกิดปัญหาตามมามากมาย ถึงแม้ว่าราคาและการจัดจำหน่ายน้ำมันทรงตัวในปัจจุบันซึ่งทำให้ประเทศผู้ซื้อพอใจ แต่ความต้องการน้ำมันยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง วิกฤติน้ำมันจึงเกิดขึ้นอีกในคริสทศวรรษ 90

จักรยาน : สองขาท้าโลก (2.1)

#จักรยานสองขาท้าโลก

ธารา บัวคำศรี แปลเรียบเรียงจาก

The Bicycle: Vehicle for a Small Planet, Worldwatch Paper #90, September 1989 เขียนโดย Marcia D. Lowe

ดาวน์โหลด pdf ไฟล์ จักรยาน พาหนะเพื่อโลกใบน้อย

——————-

ในแถบละตินอเมริกา มีธุรกิจบางแห่งใช้จักรยาน ซึ่งพ้นไปจากคำว่าจักรยานมีไว้สำหรับคนจน ที่โบโกตา-เมืองหลวงของโคลัมเบีย ร้านทำขนมปังปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ส่วนใหญ่ใช้รถสามล้อเพื่อจัดจำหน่ายสินค้าให้กับร้านค้าปลีกมากกว่า 60,000 แห่ง นิคารากัวเป็นประเทศละตินอเมริกาชาติแรกที่ส่งเสริมจักรยานอย่างจริงจัง ในปี 2530 มีงบประมาณซื้อจักรยานจำนวน 50,000 คัน เพื่อนำมาแทนระบบการคมนาคมขนส่งที่ประสบความเสียหายจากสงคราม ส่วนหนึ่งรัฐบาลเป็นผู้ซื้อ อีกส่วนหนึ่งรับบริจาคประเทศอื่นๆ

พื้นที่ที่มีมลพิษขั้นรุนแรงหลายแห่งในยุโรปตะวันออกและอดีตสหภาพโซเวียตได้รับการสนับสนุนให้ฟื้นฟูการใช้จักรยานโดยเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสิ่งแวดล้อม เมือง Siauliai ในลิธัวเนียดำเนินโครงการ Comprehensive Cycling เมื่อ พ.ศ. 2522 ระบบเส้นทางจักรยานใหม่และขยายบริการที่จอดรถทำให้มีการใช้จักรยานในเมืองเพิ่มขึ้น เมืองเล็กๆ ในฮังการี มีการเดินทางด้วยจักรยานประมาณครึ่งหนึ่งของการเดินทางไปทำงาน

บรรดาประเทศอุตสาหกรรม มีจำนวนรถจักรยานต่อคนในอัตราที่น่าเหลือเชื่อ หลายประเทศมีจักรยานต่อคนมากกว่าประเทศที่มีลักษณะคล้ายกันในเอเชีย 2 หรือ 3 เท่า แต่ในพื้นที่ซึ่งผู้คนใช้รถยนต์ได้สะดวกการมีจักรยานไว้ในครอบครองไม่ได้หมายความว่ามีการขี่จักรยาน ชาวเมืองไบรตันส์ทุกๆ 4 คน จะมีจักรยาน 1 คน แต่ใช้เพื่อการเดินทางเพียง 1 เที่ยว เทียบกับการคมนาคมขนส่ง 33 เที่ยว ในสหรัฐอเมริกาโดยเปรียบเทียบแล้ว ในจำนวน 40 คัน มีจักรยานเพียง 1 คัน ที่ใช้สำหรับเดินทางไปมา ส่วนที่เหลือเป็นจักรยานเพื่อสุขภาพและเกมส์กีฬา

การเปรียบเทียบระหว่างการมีจักรยานและการมีรถยนต์ไว้ในครอบครอง ช่วยชี้ให้เห็นว่า มีการนำจักรยานไปใช้ในการคมนาคมขนส่ง ในสหรัฐอเมริกามีจำนวนต่อคนมากกว่าอินเดีย 7 เท่า แต่เนื่องจากว่าคนอเมริกาทุกๆ 2 คน จะมีมากกว่า 1 คนที่มีรถยนต์ – เทียบกับคนอินเดียทุกๆ 500 คน มีเพียง 1 คนที่มีรถยนต์ ดังนั้นจักรยานจึงมีบทบาทนำสมัยอย่างมากในระบบคมนาคมขนส่งของสหรัฐอเมริกา

ชาวยุโรปตะวันตกเป็นผู้ใช้จักรยานมากที่สุดในโลกอุตสาหกรรม ประเทศต่างๆ เช่น เดนมาร์ก เยอรมัน และเนเธอร์แลนด์ คนที่เป็นเจ้าของจักรยานมีอยู่จำนวนมาก การวางแผนส่งเสริมจักรยานในช่วง 20 ปีที่แล้ว (ซึ่งนอกเหนือไปจากการพูดถึงภูมิอากาศที่ดึงดูดใจหรือภูมิประเทศที่ราบเรียบ) ทำให้เห็นประเทศที่มีบรรยากาศเป็นมิตรกับจักรยานอย่างแท้จริงในยุโรปได้ชัดเจน เนเธอร์แลนด์และเดนมาร์กเป็นผู้นำอยู่ในกลุ่มนี้ กล่าวคือ การเดินทางแบบต่างๆ ทั้งหมดในเมืองทุกเมืองจำนวน 100 เที่ยว จะมีการเดินทางด้วยจักรยาน 20-30 เที่ยว เมืองหลายแห่งมีถึง 50 เที่ยว หลายประเทศในยุโรป ผู้ใช้บริการรถไฟในเขตชานเมืองและเขตเมืองเล็กๆ จำนวนร้อยละ 10-55 ขี่จักรยานเดินทางไปสถานีรถไฟ การจราจรติดขัดและอากาศเป็นพิษในช่วงทศวรรษที่แล้ว กระตุ้นผู้บริหารของสวิซเซอร์แลนด์ เยอรมัน และออสเตรียส่งเสริมการใช้จักรยานเพิ่มขึ้น ตรงกันข้าม กับสถานการณ์ในอังกฤษ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศสและประเทศยุโรปตอนใต้นักขี่จักรยานยังพอใจอยู่กับการที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล

เขตเมืองทั้งหมดในอเมริกาเหนือและออสเตรเลียเป็นพื้นที่ที่การใช้รถยนต์ถึงจุดอิ่มตัว แต่ยังคงทิ้งจักรยานหันไปใช้รถยนต์ การขยายตัวของเมืองทำให้ที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน และการบริการต่างๆ กระจายห่างออกไปซึ่งเป็นอุปสรรคในการขี่จักรยานและการใช้บริการขนส่งมวลชน เมืองใหญ่หลายเมืองห้ามใช้รถจักรยาน ถนนและที่จอดรถสร้างไว้สำหรับรถยนต์เท่านั้น ขณะที่ออสเตรเลียมีการวางแผนและออกแบบแนวทางการคมนาคมขนส่งด้วยจักรยาน แต่รัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นไม่ค่อยสนใจ มองไม่เห็นทางเลือกในการคมนาคมแบบอื่นๆ นอกจากรถยนต์ ส่วนเมืองหลายแห่งในอเมริกาเหนือ เช่น ซีแอตเติล คัลการี และเมืองมหาวิทยาลัยต่างๆ ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยแก่ผู้เดินทางไปมาด้วยจักรยานอย่างชัดเจน แต่ก็มีข้อยกเว้น

คนทั่วไปมีทางเลือกในการขี่จักรยานเพิ่มมากขึ้น กล่าวคือ วิศวกรได้ออกแบบและสร้างจักรยานชนิดใหม่อย่างต่อเนื่อง ออกแบบให้มีน้ำหนักเบา ทนทานมากขึ้น มีประสิทธิภาพสูงขึ้น แม้แต่การป้องกันจากสภาพอากาศที่เลวร้าย ทางเลือกใหม่ๆ รวมถึงจักรยานวิบากที่แข็งแรงทนทาน และผู้ขี่เอนไปด้านหลังขณะขับขี่และจักรยานแบบใช้มือหมุนสำหรับผู้ที่ใช้ขาไม่ได้ จักรยานแบบเรียงต่อกันทำให้คนสองคนร่วมใช้พลังกล้ามเนื้อ จักรยานแบบพับเก็บทำให้คนที่เดินทางไปมาสามารถเก็บจักรยานไว้ใต้ม้านั่งหรือกระเป๋าได้

โลกของเรามียานพาหนะชนิดต่างๆ มาเกินพอแล้ว ช่วยกันทำให้จักรยานมีส่วนร่วมมากขึ้นในการคมนาคมขนส่ง ทุกปี ทั่วโลกผลิตจักรยานเกือบ 100 ล้านคัน คิดเป็น 3 เท่าของจำนวนรถยนต์ เนื่องจากความต้องการใช้ในประเทศและการส่งออกที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ผลิตจักรยานรายใหญ่โดยเฉพาะโซนเอเชียมีความมั่นใจว่าสามารถขยายกำลังการผลิตออกไป

จักรยาน : สองขาท้าโลก (2)

#จักรยานสองขาท้าโลก

ธารา บัวคำศรี แปลเรียบเรียงจาก

The Bicycle: Vehicle for a Small Planet, Worldwatch Paper #90, September 1989 เขียนโดย Marcia D. Lowe

ดาวน์โหลด pdf ไฟล์ จักรยาน พาหนะเพื่อโลกใบน้อย

———————-

ในเมืองจีน เสียงของการจราจรบนท้องถนน คือ เสียงวืดๆ ของล้อจักรยาน และเสียงกริ๊งๆ ของกระดิ่งทั่วภูมิภาคเอเชียใต้ พาหนะที่ใช้แรงถีบจะต่อเข้ากับรถลาก ตะกร้า และแท่นบรรทุกที่ลำเลียงทุกสิ่งทุกอย่าง นับตั้งแต่ผู้โดยสารไปจนถึงหมูที่ส่งเสียงร้องอิ๊ดๆ และกระสอบข้าว เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในนิคารากัวขี่จักรยานไปรักษาคนไข้ตามหมู่บ้านชนบทอันห่างไกล คนทำฟาร์มโคนมในเคนยาขี่จักรยานเดินทางไปส่งนม บุรุษไปรษณีย์ในออสเตรเลียขี่จักรยานไปทั่วเมืองพร้อมด้วยถุงจดหมายและพัสดุ ในยุโรป ผู้สัญจรไปมามักใช้จักรยานเป็นพาหนะเดินทางไปทำงาน และในอเมริกาเหนือ คนขี่จักรยานส่งเอกสารจำนวนนับพันคนเคลื่อนที่ด้วยความเร็วผ่านรถยนต์ซึ่งจอดนิ่งท่ามกลางสภาพจราจรที่ชะงักงันในศูนย์กลางเมือง

จักรยานส่วนใหญ่ของโลกอยู่ในทวีปเอเชีย เฉพาะประเทศจีนมีประมาณ 300 ล้านคัน นั่นคือ คนจีนทุกๆ 4 คน มีจักรยานมากกว่า 1 คัน หรือคนจีนในเมืองทุกๆ 2 คน มีจักรยานเกือบ 1 คัน การควบคุมการจราจรบริเวณทางแยกในเมืองเทียนจินซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมทางตอนเหนือของประเทศ ครั้งหนึ่งเคยนับจำนวนจักรยานที่ผ่านมาได้มากกว่า 5 หมื่นคันภายในเวลา 1 ชั่วโมง

คนจีนที่เดินทางไปมามีทางเลือกน้อย ส่วนมากจะเลือกใช้จักรยาน คนจีน 1 ในจำนวน 74,000 คนทั่วประเทศเท่านั้น ที่สามารถมีรถยนต์เป็นของตนเอง คนในประเทศอุตสาหกรรมนิยมใช้จักรยานเช่นเดียวกับรถยนต์เพราะมีความสะดวกในการเดินทางไปมาโดยลำพัง และเป็นการเดินทางจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่งโดยตรง โดยไม่ต้องเดินทางอ้อมหรือหยุดรอเหมือนกับผู้โดยสารคนอื่นๆ เมื่อจักรยานและบริการขนส่งมวลชนใช้เวลาเดินทางเท่ากันในเส้นทางเดียวกัน ชาวจีนที่เดินทางไปมาส่วนใหญ่จึงชอบขี่จักรยานมากกว่า

ปูยี จักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์หมิง เคยขี่จักรยานไปรอบๆ พระราชวังต้องห้ามเมื่อทรงพระเยาว์เป็นเวลานานแล้ว ก่อนที่ประชาชนทั่วไปจะมีเงินซื้อจักรยานได้ อีก 7 ทศวรรษหลังจากนั้น นับตั้งแต่คริสตวรรษที่ 60 จีนรู้จักกันในนาม “อาณาจักรแห่งจักรยาน” ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ฝูงจักรยานในประเทศจีนเพิ่มขึ้นเกือบเป็น 3 เท่า การขายจักรยานที่ผลิตในประเทศ เมื่อปี พ.ศ.2530 มีถึง 35 ล้านคันมากกว่าจำนวนการขายรถยนต์ทั่วโลกรวมกัน

ที่ไหนๆ ในทวีปเอเชีย จักรยานมักเป็นส่วนประกอบ 2 ใน 3 ส่วนของจำนวนพาหนะบนถนนในเมืองในชั่วโมงเร่งรีบ ระบบขนส่งของเมืองในเอเชียหลายแห่งขยายออกไปด้วยบริการขนส่งมวลชนเสริม (Paratransit) ที่ใช้แรงถีบ ประกอบด้วยรถสามล้อรับจ้างซึ่งมีชื่อเรียกต่างๆ นานา คือ Rickshaws, Trishaw, Pedicabs และ Becaks สามล้อสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้หนึ่งคนหรือมากกว่านั้น การดัดแปลงจักรยานอย่างชำนิชำนาญเช่นนี้ มีมากกว่าการดัดแปลงรถยนต์ในที่ไหนๆ รถสามล้อคือแท็กซี่แห่งเอเชีย และสามล้อสำหรับงานหนักซึ่งบรรทุกสัมภาระได้ครึ่งตันขึ้นไปก็เหมือนรถบรรทุกขนาดเล็ก ในบังคลาเทศเฉพาะสามล้ออย่างเดียวขนสัมภาระหนักเป็นตันได้มากกว่าพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์รวมกัน

ประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ นอกจากนี้แทบไม่มีการคมนาคมขนส่งด้วยจักรยาน ประเทศส่วนใหญ่ในทวีปแอฟริกา แม้กระทั่งลาตินอเมริกา รัฐบาลสร้างค่านิยมที่ว่า ใครมีรถยนต์ ผู้นั้นมีอำนาจและได้รับการยอมรับนับถือ ทำให้ประชาชนมองข้ามพลังงานรถถีบและดูหมิ่นเหยียมหยามจักรยานว่าเป็นพาหนะของคนจน ก่อนประเทศอาณานิคมในแอฟริกาจะได้รับเอกราช มีเส้นทางจักรยานในเมืองต่างๆ แต่ช่วงเวลา 30 ปีที่ผ่านมา เส้นทางจักรยานส่วนมากถูกทำลายหรือถูกทิ้งร้าง สตรีแอฟริกาหลายคนไม่ขี่จักรยานเพราะขัดกับประเพณีหรือศาสนา หรือเพราะการแต่งกายที่รกรุงรัง

ทวีปแอฟริกาและลาตินอเมริกาไม่มีอุตสาหกรรมจักรยานของประเทศ เหมือนประเทศในเอเชียซึ่งมีอุตสาหกรรมดังกล่าวอยู่มากมาย จักรยานที่พอใช้ได้บ้างก็มักมีคุณภาพต่ำ อะไหล่หายากและขาดทักษะและความชำนาญในการซ่อมแซม ตัวอย่างเช่น ประมาณร้อยละ 80 ของจักรยานในนิคารากัว ไม่มีการดูแลรักษาซ่อมแซมที่ดี

แม้จะมีอุปสรรค คุณประโยชน์ของจักรยานและการไม่มีทางเลือกในการคมนาคมทำให้มีการใช้จักรยานอย่างเข้มข้นมากขึ้นในบางแห่งของแอฟริกา แม้ว่าต้องใช้สายเบรคที่เก่าจนใช้การไม่ได้หรือเติมทรายใส่ยางในที่รั่ว บางแห่งในซิมบับเว กานา และอีกสองสามประเทศก็ใช้จักรยานกันมาก