คลื่นความร้อนส่งผลให้พืดน้ำแข็งกรีนแลนด์ละลายหนักมาก

July 20 – 30, 2019
July 30, 2019

ปลายเดือนกรกฎาคม 2562 เกิดเหตุการณ์พืดน้ำแข็งบนเกาะกรีนแลนด์ละลายหนักมาก น้ำแข็งละลายเป็นมวลน้ำจืดนับพันล้านตันลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติกตลอดทั้งเดือนกรกฎาคม ส่งผลทันทีและโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล

การที่พืดน้ำแข็งกรีนแลนด์ละลายนั้นเกิดจากมวลอากาศร้อนเคลื่อนตัวปกคลุมเกาะกรีนแลนด์หลังจากที่ทำให้เกิดอากาศร้อนที่ไม่เป็นตามฤดูกลาลทั่วทั้งทวีปยุโรป แผนที่ด้านบนแสดงความผิดปกติของการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิในระยะสั้นของเกาะกรีนแลนด์ ชี้ให้เห็นว่าอุณหภูมิอากาศในวันที่ 30 กรกฎาคม 2562 สูงกว่าหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิของช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา(20-26 กรกฎาคม 2652) อย่างไร จะเห็นว่า จุดศูนย์กลางของพืดน้ำแข็งกรีนแลนด์ต้องเจอกับอากาศร้อนอย่างไร

แผนที่ทำขึ้นจากแบบจำลอง Goddard Earth Observing System (GEOS) ของอากาศระดับสองเมตรจากพื้นผิว แบบจำลอง GEOS ก็เช่นเดียวกันกับแบบจำลองสภาพอากาศและสภาพภูมิอากาศอื่นๆ ที่ใช้สมการทางคณิตศาสตร์ที่เป็นตัวแทนของกระบวนการทางกายภาพต่างๆ เช่น แบบแผนการตกของน้ำฟ้าและเมฆ เป็นต้น เพื่อคำนวณว่าชั้นบรรยากาศจะเป็นอย่างไร การวัดคุณสมบัติทางกายภาพจริงๆ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น และลม เป็นต้น จะถูกป้อนเข้าไปในแบบจำลองเป็นระยะๆ เพื่อให้การสร้างแบบจำลองเข้าใกล้ความจริงที่สังเกตได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ข้อมูลจากแบบจำลองนำเสนอภาพโดยประมาณแบบกว้างๆ ของพื้นที่ที่ไม่มีค่อยมีสถานีตรวจวัดสภาพอากาศภาคพื้นดิน

มีเครื่องมือวัดภาคพื้นดินที่นำข้อมูล รวมถึง Summit Station เนื่องจากตั้งอยู่บนที่ที่สูงที่สุดของจุดกลางของพืดน้ำแข็งกรีนแลนด์ สถานีวัดแห่งนี้ไม่ค่อยเจออุณหภูมิที่เกินกว่า อุณหภูมิที่จุดเยือกแข็ง (0°C) แต่ในวันที่ 30 กรกฎาคม อุณหภูมิอากาศยังคงอยู่ที่จุดเยือกแข็งมากกว่า 11 ชั่วโมง โดยระยะเวลาที่มีอุณหภูมิคงอยู่ที่จุดเยือกแข็งหรือเหนือกว่าเมื่อเทียบกับช่วงเหตุการณ์พืดน้ำแข็งละลายในวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ.2555 มากกว่าเป็นเกือบสองเท่า

การละลายของพืดน้ำแข็งกรีนแลนด์ในเดือนกรกฎาคม 2555 และ 2562 เป็นไปตามแบบแผนเดียวกัน โดยที่การละลายเกิดขึ้นหลังจากวันที่มีอุณหภูมิอากาศไม่ถึงจุดเยือกแข็ง และตามมาด้วยวันที่อากาศเย็น ความแตกต่างของเดือนกรกฎาคม 2562 คือ เหตุการณ์ละลายของพืดน้ำแข็งขยายเป็นสองวัน และอีก 2-3 ชั่วโมงในวันที่ 31 กรกฎาคม

“ข้อมูลด้านอุณหภูมิดังกล่าวนี้ มาจาก NOAA’s Earth System Research Laboratory ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของตำแหน่งของ Summit Station ที่อยู่บนพืดน้ำแข็งที่ซึ่งใช้วัดตัวแปรด้านสภาพภูมิอากาศที่แสดงให้เห็นสภาวะอากาศที่ผิดปกติจากเดิม ” Christopher Shuman จากมหาวิทยาลัย Maryland และนักธารน้ำแข็งวิทยาประจำ NASA’s Goddard Space Flight Center กล่าว

อากาศร้อนส่งผลให้น้ำแข็งละลายสะสมอยู่บนพื้นผิวขิงพืดน้ำแข็ง ภาพถ่ายสีธรรมชาติด้านบนเกิดขึ้นในวันที่ 30 กรกฎาคม 2652 ด้วยเครื่องมือ Operational Land Imager (OLI) บนดางเทียม Landsat 8 แสดงให้เห็นถึงแอ่งน้ำแข็งจากการละลายทางตะวันตกเฉียงเหนือใกล้กับขอบพืดน้ำแข็ง การละลายในช่วงฤดูร้อนบรเวณชายขอบเป็นลักษณะที่เป็นแบบแผน ส่วนพื้นที่ทีเกิดการละลายทั้งหมดเป็นพื้นที่เกือบ 1 ล้านตารางกิโลเมตรของพืดน้ำแข็ง ที่เกิดขึ้นในวันที่ 30-31 กรกฎาคม 2562 ไม่ค่อยเกิดขึ้น

ถึงกระนั้น ขอบเขตของการละลายที่พื้นผิวในปีนี้ครอบคลุมในพื้นที่ที่เล็กกว่าช่วงเหตุการณ์ในปี พ.ศ.2555 เหตุผลประการหนึ่งคือทิศทางการเคลื่อนตัวของมวลอากาศร้อนที่มาจากทางด้านทิศตะวันออก แทนที่จะเป็นการเคลื่อนตัวแบบเดิมที่มาจากด้านทิศตะวันตก

ที่มา : NASA Earth Observatory images by Joshua Stevens, using GEOS-5 data from the Global Modeling and Assimilation Office at NASA GSFC, and Landsat data from the U.S. Geological Survey. Story by Kathryn Hansen.

คลื่นความร้อนปกคลุมยุโรป (ปี พ.ศ.2562)

27 มิถุนายน 2562

เป็นช่วงต้นฤดูร้อนและยุโรปเริ่มรู้สึกถึงความร้อนแล้ว หลายๆ ส่วนของทวีปยุโรปประสบกับอุณหภูมิที่ร้อนที่สุดเท่าที่มีมาสำหรับปี 2562 บางเมืองในยุโรปมีอุณหภูมิสูงที่สุดทุบสถิติ

คลื่นความร้อนแสดงชัดเจนจากแผนที่ แสดงถึงอุณหภูมิทั่วทั้งยุโรปในวันที่ 27 มิถุนายน 2562 แผนที่นี้มาจากแบบจำลอง Goddard Earth Observing System (GEOS) และเป็นอุณหภูมิของอากาศที่ความสูงจากพื้น 2 เมตร พื้นที่สีแดงเข้มเป็นบริเวณที่แบบจำลองระบุว่ามีอุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียส

แบบจำลอง GEOS เหมือนกับแบบจำลองสภาพอากาศและแบบจำลองสภาพภูมิอากาศ คือใช้สมการทางคณิตศาสตร์ที่แสดงถึงกระบวนการทางกายภาพ(เช่น การตกของน้ำฟ้าและการเกิดเมฆ) เพื่อคำนวณว่าบรรยากาศจะเป็นอย่างไร การวัดคุณสมบัติทางกายภาพจริงๆ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น และลม จะผนวกเข้าไปในแบบจำลองเป็นระยะ เพื่อให้การสร้างแบบจำลองใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ในวันที่ 27 มิถุนายน รายงานการเตือนภัย(Awareness reportจากเครือข่ายของการบริการทางอุตุนิยมวิทยาแห่งยุโรประบุว่าระดับอุณหภูมิอยู่ใน “ระดับที่เป็นอันตรายมาก” การเตือนภัยอยู่ในระดับสูงสุดในบางส่วนของสเปน ฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์ และโครเอเชีย กรมอุตุนิยมวิทยาฝรั่งเศสจัดลำดับเมืองหลายเมืองที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดทุบสถิติ โดยหลายพื้นที่เคยเกิดคลื่นความร้อนถึงขั้นเสียชีวิตในช่วงปี พ.ศ.2546

คลื่นความร้อน พ.ศ.2562 เริ่มขึ้นในปลายเดือนมิถุนายน เมื่อมวลอากาศร้อนจากภูมิภาคซะฮาราเข้ามายังสเปน และเข้าปกคลุมยุโรปตอนกลาง รายงานข่าวยังอ้างถึงระบบความกดอากาศสูงที่เกี่ยวข้องกับดึงให้มวลอากาศร้อนเข้ามา คาดว่า ความร้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากนี้จะมีไปตลอดทั้งเดือน

NASA Earth Observatory image by Joshua Stevens, using GEOS-5 data from the Global Modeling and Assimilation Office at NASA GSFC. Story by Kathryn Hansen.

คลื่นความร้อนในอินเดีย

10 มิถุนายน 2562

ช่วงต้นเดือนมิถุนายน พ.ศ.2562 คลื่นความร้อนเข้มข้นสร้างความแห้งผากทางตอนเหนือของอินเดีย บางพื้นที่เผชิญกับอุณหภูมิที่สูงเกิน 45 องศาเซลเซียส(113 องศาฟาเรนไฮต์) ในวันที่ 10 มิถุนายน คือวันที่ร้อนที่สุดของเดือนในกรุงเดลี อุณหภูมิแตะ 48 องศาเซลเซียส (118 องศาฟาเรนไฮต์)

แผนที่ด้านบนแสดงอุณหภูมิในวันที่ 10 มิถุนายน ในอินเดียและปากีสถาน ซึ่งเจอกับสภาพร้อนแล้งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา แผนที่ทำขึ้นจากแบบจำลอง Goddard Earth Observing System (GEOS) โดยเป็นอุณหภูมิอากาศที่ระดับ 2 เมตรจากพื้นผิว แบบจำลอง GEOS-5 เช่นเดียวกับแบบจำลองสภาพภูมิอากาศอื่นๆ จะใช้สมการทางคณิตศาสตร์ที่เป็นตัวแทนของกระบวนการทางกายภาพ (เช่น น้ำฟ้าและกระบวนการเกี่ยวกับเมฆ) เพื่อคำนวณว่าชั้นบรรยากาศจะทำอะไร การวัดคุณสมบัติทางกายภาพจริงๆ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น และลม จะนำเข้าสู่แบบจำลองเพื่อทำให้การทำ simulation ใกล้เคียงกับการวัดจริงๆ มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

โดยทั่วไป เดือนพฤษภาคมและมิถุนายนจะเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดในภูมิภาคนี้ แต่คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมจำนวนเพิ่มขึ้น จากข้อมูลของกระทรวงวิทยาศาสตร์ ปีที่ร้อนที่สุด 15 อันดับแรกเกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา ปี พ.ศ.2561 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 6 ของอินเดีย นับตั้งแต่ที่เริ่มบันทึกอุณหภูมิในปี พ.ศ.2444

ในปี พ.ศ.2562 ฝนทิ้งช่วง ก่อนฤดูมรสุมพร้อมกับฤดูมรสุมที่ล่าช้าทำให้คลื่นความร้อนเกินจะทนทาน สภาพอากาศช่วงฤดูมรสุมมาล่าช้า 1 สัปดาห์จากการเคลื่อนตัวทางตะวันออกเฉียงใต้ของอ่าวเบงกอล ฝนฤดูมรสุมมาถึงตอนใต้ของอินเดียในราววันที่ 8 มิถุนายน (ช้ากว่าปกติประมาณ 7 วัน) กรุงเดลีมีอุณหภูมิลดลง อันนื่องมาจากฝนตกในวันที่ 11-12 มิถุนายน และมีพายุฝุ่น แต่ฤดูมรสุมยังไม่เกิดขึ้นทางตอนเหนือและตอนกลางของอินเดียจนถึงต้นเดือนกรกฎาคมนี้

นักอุตุนิยมวิทยาคาดว่าโดยรวมฤดูมรสุมจะเกิดขึ้นปกติ แต่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดียและปากีสถานจะเกิดความแห้งแล้งกว่าปกติ

NASA Earth Observatory image by Joshua Stevens, using GEOS-5 data from the Global Modeling and Assimilation Office at NASA GSFC. Story by Kasha Patel.