จดหมายจากละแม

ธรรมะสวัสดีคุณธารา/กรีนพีซ
อาตมาสนับสนุนและเป็นกรีนพีซตั้งแต่เป็นฆราวาส
ตอนนี้ได้บวชเรียนและมาพำนักอยู่ที่สำนักสงฆ์พระธาตุเขาน้อย อ.ละแม ต.ละแม ชุมพร
เดิมทีที่นี่รกร้างไปพักนึง จนพระอาจารย์มาพบว่า..
ที่นี่ยังมีสภาพที่ยังพออยู่ได้ อยู่บนเขาเล็กๆ เงียบสงบ มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ล้อมรอบ ที่สำคัญ มีลานทราย
ที่หันหน้าเข้าสู่ทะเลอ่าวไทย เป็นภาพ panorama เป็นเส้นนอนของทะเลกว้างยาวมาก (ยาวเกินกว่ากล้องจะถ่ายรูปไปยืนยันได้มากกว่านี้)
เบื้องหน้า เป็นแนวต้นปาล์ม ต้นมะพร้าวเขียวฉอุ่มเป็นพรมไปจรดปากน้ำละแม ไม่มีสิ่งก่อสร้างรกตาเสียดแทงยอด ให้เจ็บปวดใจแม้แต่น้อย
มีเพียงแค่ ผืนพรมต้นไม้ จรดมหาสมุทร สุดฟ้ากว้างใหญ่
ลมแรงเย็นสบายทั้งวัน และมีพระอาทิตย์มาเยี่ยมทุกเช้า
เหมือนสวรรค์ มองแล้วสงบสบาย เอื้อแก่การสงบใจไว้ภาวนาอย่างยิ่ง
ธรรมะ คือ ธรรมชาติ
…..
ที่ละแมนี้ถ้าใครมาถึง อาจจะเห็นบางบ้านติดว่า
“เราไม่เอาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์”
ได้ยินชาวบ้าน และวิทยุชุมชนรณรงค์และต่อต้านเรื่องเหล่านี้กันมาก
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์นี้ได้ยินว่ามีการผลักดันมาตั้งแต่ยุคคุณอภิสิทธิ์แล้ว
ซึ่งมีเหตุผลนึงซึ่งบอกชาวบ้านคือ ตอนนี้ “ไฟฟ้าไม่พอ!!!”
ฟังแล้วสลดใจ
ทุกวันนี้ เราใช้ไฟฟ้ากันมากขนาดที่เกินความจำเป็นของชีวิตจนเห็นได้ชัด
ไฟฟ้าที่มีอยู่อาตมาเชื่อว่า ถ้าใช้เพื่อแค่ดำรงชีวิต
ถึงแม้บวกเข้ากับความสะดวกสบายและความบันเทิงเล็กๆน้อยๆอย่างพอเพียง
สามารถใช้ได้เหลือเฟือ ถึงใช้พร้อมกันทั่วประเทศ
แต่ทุกวันนี้ไฟฟ้ามันไม่ได้แค่ต้มน้ำ แต่มันเอาไปเปิดแอร์ ร้องคาราโอเกะ สถานบันเทิง ใช้ไปในสัดส่วนความสะดวกสบายมากเกินกว่าการใช้ชีวิตหลายเท่านัก
โดยเฉพาะ เชื่อว่าการใช้พลังงานไฟฟ้าเกินตัวนั้น
น่าจะเป็นการใช้ของคนกลุ่มน้อย!!ในประเทศ
คนกรุงเทพ คนมีอำนาจ คนมีกำลังซื้อ
ที่ว่าน่าสลดใจนั้นคือ
ต่อให้ทุกวันนี้คนในละแมใช้ฟุ่มเฟือยเต็มที่
ก็ไม่ได้เศษเสี้ยวของการนำไฟฟ้าไปใช้ของ
กลุ่มนายทุน โรงงานอุตสาหกรรม และความบันเทิงส่วนเกินของชีวิต
ถ้าคนที่ละแม มีโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ขึ้นจริงๆ
คงตลกที่คนมีไม่ได้ใช้และไม่มีความจำเป็นใช้ไฟฟ้ามากระดับนั้นเลย
ต่อให้ขู่เข็นให้ใช้ไฟฟ้ากันเลยก็ตาม
ใน60ล้านคน มีคนไม่กี่คนที่ได้ประโยชน์
“โลกนี้มีทรัพยากรสำหรับคนทุกคน แต่มีทรัพยากรไม่พอสำหรับคนโลภมากคนเดียว”
ท่านมหาตมะ คานธี
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ว่า จะตั้งตระหง่านอยู่ในเบื้องหน้า พระธาตุเขาน้อยนี้ ย่ำยีกิเลสทางสายตาของอาตมา ดั่งที่กล่าวมาเบื้องต้น
การที่มันจะทำร้ายความรู้สึกสุนทรีย์ทางสายตาของอาตมา อาตมายังพอหาทางเยียวยาความรู้สึกนั้นได้
แต่ชีวิตในอนาคตของคนที่นี่ ของคนในประเทศ และคนในโลก มันจะเป็นอย่างไร
โรงฟ้าฟ้านิวเคลียร์ ระดับปัญหามันก็คงระดับนิวเคลียร์เช่นกัน
ขอบคุณที่กรีนพีซที่ลงมือทำสิ่งเหล่านี้แทนทุกคน
และหวังว่าคงจะไม่มีเหตุการณ์ร้ายๆเกิดขึ้นในละแม
การรักษาธรรมชาติ ก็คือการรักษาธรรมะในจิตใจผู้คน
การปฏิบัติธรรม มิใช่การที่จะต้องทำอยู่แค่ในวัด
เมื่อทราบข่าวโรงไฟฟ้าได้แต่อุทาน
“คุณพระช่วย!”
พอเห็นกรีนพีซขยับตัวก็อุทานอีกครั้งว่า
“คุณช่วยพระ!”
อนุโมทนาสาธุ
เจริญพร
พระประสิทธิ์ สิทฺธิวิชฺโช
พระธาตุเขาน้อย ละแม

บทกวีนิรนามจากการประชุมองค์การค้าโลกที่เมืองซีแอตเทิล ปี 2542

ทำไมเรามาที่นี่

เพราะโลกที่เราใฝ่ฝัน สิ่งที่เราเชื่อมั่น มันอันตรธานไป
เพราะดวงอาทิตย์กลายเป็นมะเร็งและดาวพระเคราห์ที่เราอาศัยอยู่มันร้อนขึ้น
เพราะเด็กกำลังอดอยากหิวโหยใต้ร่มเงาของเรือยอท์ชและการประชุมสุดยอดทางเศรษฐกิจ
เพราะมันมีเครื่องบินมากเกินไปแล้วบนท้องฟ้า

นี้เป็นโลกปรุงแต่งที่คุณเสาะหาเพื่อย่นย่อมันและเร่งเร้ามัน
เรามาที่นี่เพื่อมาบอกคุณว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่เราต้องการจะซื้อหา

สิ่งที่เราต้องการ ไม่ใช่เงิน หากเป็นความเป็นความตายของธรรมชาติ ความมั่งคั่งของงาน เราไม่ต้องการไม้ราคาถูก เราต้องการต้นไม้ที่มีชีวิต
เราไม่ต้องการจีเอ็มโอ เราต้องการเห็นและได้กลิ่นอาหารที่มาจากพืชที่เราปลูกในละแวกบ้านที่เราอยู่

เรามาที่นี่เพราะเสียงร่ำร้องภายในของเรา ความทรงจำในกระแสเลือดบอกเรา คุณมิใช่เป็นแค่ธนาคาร หรือ แหล่งทุน คุณกลายเป็นส่วนปลายอันมืดบอดของคลื่นสีดำที่หลงลืมแหล่งที่มา

เรามาที่นี่เพื่อปกป้องและเคารพสัจจะ ธรรมชาติ มนุษย์ และธรรมดาสามัญ จากคลื่นแห่งความละโมบ

เรามาที่นี่โดยการยืนหยัดของจิตวิญญาน และโดยสิทธิทางธรรมชาติ
หากคุณสงสัยถึงอำนาจแห่งสัจจะและความสูงสุดของธรรมชาติ ลองหยุดหายใจสักช่วงหนึ่ง

คุณรู้ถึงแรงกดดันของความปรารถนาของเรา
เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อยอมรับกฏเกณฑ์ของคุณ
เรามาที่นี่เพื่อเปลี่ยนแปลงคุณ และเปลี่ยนแปลงตัวเราเอง จากภายในออกมา
นี่มิใช่การประท้วงทางการเมือง
มันคือการตื่นขึ้นของจิตวิญญาน

ก้าวย่างแห่งธรรมชาติ (The Natural Step)

ก้าวย่างแห่งธรรมชาติในที่นี้เป็นชื่อกลุ่มองค์กรที่มีรากฐานอยู่บนชุดของหลักการทางนิเวศที่คิดขึ้นโดยแพทย์รักษาโรคมะเร็งชาวสวีเดน  องค์กรนี้ส่งแผ่นพับและเทปบันทึกเสียงที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างโรคภัยไข้เจ็บและมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม รวมถึงมุมมองใหม่เกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมไปยังทุกครัวเรือนทั่วประเทศสวีเดน

ก้าวย่างแห่งธรรมชาติ เสนอ “เงื่อนไขของระบบ” (system condition) 4 ข้อที่ต้องบรรลุเพื่อความยั่งยืน หลายบริษัททั่วโลกยอมรับหลักการดังกล่าว และถือเป็นความท้าทายของบริษัทที่จะปฏิบัติให้ได้

เงื่อนไขทั้ง 4 ข้อได้แก่

  1. ธรรมชาติไม่สามารถทนได้ต่อการสะสมของสิ่งต่างๆ ที่ถูกสกัดออกมาจากพื้นผิวพื้นโลก (แร่ น้ำมัน ฯลฯ)
  2. ธรรมชาติไม่สามารถทนทานต่อการสะสมของสารประกอบตกค้างยาวนานที่มนุษย์สร้างขึ้น (อาทิ พีซีบี และดีดีที)
  3. ธรรมชาติไม่สามารถสร้างทรัพยากรใหม่ขึ้นมาทดแทนได้ทันกับจำนวนที่ถูกใช้หมดไป เช่นการจับปลามากและเร็วกว่าที่พวกมันจะขยายพันธุ์ได้ทัน การเปลี่ยนพื้นที่อุดมสมบูรณ์ให้ทะเลทราย
  4. ดังนั้น  ถ้าเราต้องการให้ชีวิตดำรงอยู่ได้ต่อไป  เราต้อง ก)ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และ ข) ส่งเสริมความเป็นธรรม การละเลยปัญหาความยากจนจะผลักดันให้คนจนหันมาใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อความอยู่รอดเฉพาะหน้า ทั้งๆที่ทรัพยากรนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในระยะยาว (อาทิ ป่าฝนเขตร้อน)

ตัวอย่างของการปฏิบัติที่เกิดจากอิทธิพลทางความคิดของ ก้าวย่างแห่งธรรมชาติ ต่อเกษตรกร ประชาชน และนักธุรกิจต่างๆ เช่น

  • สหพันธ์เกษตรกรแห่งสวีเดนส่งเสริมให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกลดการใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง  ปัจจุบันเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์ (มีอยู่ราวสองพันคนและเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว) ถูกนับถือว่าเป็นสุดยอดทางด้านเกษตรกรรม  เกษตรกรที่ทำการผลิตแบบดั้งเดิมจะได้รับความช่วยเหลือจากสหพันธ์  ถ้าพวกเขาต้องการเปลี่ยนมาทำเกษตรอินทรีย์
  • แวดวงการค้าปลีกของสวีเดนเริ่มให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเมื่อสิบปีที่แล้วเป็นเรื่องยากที่จะคิดว่าจะเกิดสิ่งนี้ขึ้น  ปัจจุบันไม่มีการขายกระดาษที่ฟอกขาวด้วยคลอรีนอีกต่อไป
  • บริษัทอีเลคทรอลักซ์ ซึ่งผลิตตู้เย็นและเครื่องใช้ไฟฟ้านานาชนิดตัดสินใจไม่นำสารฟรีออนที่มีความเป็นพิษต่ำมาใช้แทนสารซีเอฟซี–ฟรีออน แม้จะว่าปลดปล่อยสารพิษน้อยกว่า เพราะถือว่าการเปลี่ยนแปลงแบบนี้ก็ยังขัดต่อเงื่อนไขของระบบข้อที่ 2 อยู่ดี  โดยบริษัทเลือกที่จะทำวิจัยเพื่อค้นหาสารที่ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต