พื้นที่เผาไหม้ในปรากวัย โบลิเวียและบราซิล

Natural color
SWIR overlay

นับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ดาวเทียมของนาซาจับภาพการเกิดไฟ การเกิดไฟจำนวนมาก ใกล้พรมแดนของโบลิเวีย ปรากวัยและบราซิล (หมายเหตุ – พื้นที่นี้ไม่ใช่บริเวณป่าฝนเขตร้อนแอมะซอน)

ในวันที่ 25 สิงหาคม 2562 ระบบ Operational Land Imager (OLI) บนดาวเทียม Landsat 8 บันทึกภาพไฟไหม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำปรากวัยใกล้ๆ กับ Puerto Busch. ภาพแรกเป็นภาพสีที่อยู่ในช่วงสายตามองเห็น (OLI bands 4-3-2) และอีกภาพหนึ่งเป็นภาพในช่วงคลื่นสั้น-แสงอินฟาเรด (shortwave-infrared light) เพื่อที่จะทำให้เห็นการเกิดขึ้นของไฟอย่างชัดเจน พื้นที่ส่วนที่ถูกเผาไหม้ไปแล้วจะปรากฏเป็นสีดำ

ภาพถ่ายจากระบบ MODIS นี้ระบุว่า การเกิดขึ้นของไฟครั้งแรกอยู่ในเขตปรากวัย และต่อมาลามไปยังโบลิเวียและบราซิลในวันที่ 19 สิงหาคม 2562

ที่มา : NASA Earth Observatory images by Joshua Stevens, using Landsat data from the U.S. Geological Survey. Caption by Adam Voiland.

หมอกควันเข้าปกคลุมเซาเปาลู(São Paulo) เมืองที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกตะวันตกให้อยู่ในความมืดมิดในเวลากลางวัน

ควันที่ลอยมาจากแหล่งกำเนิดหลายร้อยไมล์เข้าปกคลุมให้เมืองเซาเปาลูนกอยู่ในความมืดในช่วงกลางวัน (Courtesy of Leandro Mota)

ในช่วงกลางวันแสกๆ ท้องฟ้ากลับกลายเป็นสีดำในทันที กลางวันกลายเป็นกลางคืนในเซาเปาลู

แน่นอน หมอกควันคือข่าวร้ายในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกตะวันตกโดยที่มีรถยนต์ติดยาวหลายไมล์บนท้องถนน

ผู้เชี่ยวชาญพยายามหาว่าเหตุกลางวันมืดในวันจันทร์(19 สิงหาคม 2562) เกิดจากอะไร แต่ข้อสรุปของพวกเขาในเวลานั้นกลับย้อนแย้งกัน สถาบันอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติระบุว่า เมืองเซาเปาลูซึ่งตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,500 ฟุต นั้นตก”อยู่ในเมฆหมอก” ส่วนสำนักอื่นๆ บอกว่ามันเป็นแนวอากาศเย็น บริษัท MetSul ซึ่งเชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาบอกว่า ตัวการคือหมอกควันที่มาจากไฟป่าในโบลิเวีย ปารากวัยและที่อันห่างไกลของบราซิล

ที่จริง ดูเหมือนมาจากปัจจัยสามอย่างนี้รวมกัน เมฆหมอก ควันและแนวอากาศเย็น ที่ทำให้เกิดการเคลื่อนตัวของควันจากจุดกำเนิดในระยะไกล เข้าปกคลุมเมืองจนมืดมิดในเวลากลางวัน

Josélia Pegorim นักอุตุนิยมวิทยาจาก Climatempo ให้สัมภาษณ์ กับ Globo ว่า “หมอกควันไม่ได้มาจากไฟในรัฐเซาเปาลู แต่มาจากควันไฟป่าที่หนาทึบที่เกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อนในเขตรัฐรอนโดเนีย(ของบราซิล)และโบลิเวีย มวลอากาศเย็นเปลี่ยนทิศทางและกระแสลมนั้นได้พาหมอกควันมายังเซาเปาลู

ข่าวสารต่างๆ รายงานถึงจำนวนการเกิดไฟในบราซิล โดยเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 80 ในปี พ.ศ.2562 นี้ โดยเฉพาะข้อมูลที่ปล่อยออกมาจากสถาบันแห่งชาติว่าด้วยการวิจัยอวกาศ (the National Institute for Space Research หรือ INPE) ในช่วงสัปดาห์

Alberto Setzer นักวิจัยที่ INPE ให้สัมภาษณ์ กับสื่อท้องถิ่นว่า “พื้นที่แอมะซอนส่วนใหญ่นั้นครั้งหนึ่งเป็นพื้นที่ทนไฟ แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการทำลายป่าสร้างโลกใหม่ขึ้น ไฟป่าเพิ่มความถี่และความเข้มข้นขึ้น จากงานวิจัยต่างๆ ที่มีการศึกษาและนำเสนอไว้”

นักวิจัยชาวอังกฤษเขียน ลงใน the Conversation ปีนี้ ระบุว่า “ไฟป่าในแอมะซอนไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สาเหตุมาจากความแห้งแล้งและกิจกรรมของมนุษย์รวมกัน ทั้งวิกฤตโลกร้อนและการทำลายป่า นั้นเชื่อมโยงกัน นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของความถี่และความเข้มข้นของความแห้งแล้งในพื้นที่แอมะซอน”

นักวิจัยเชื่อว่าหมอกควันที่ปกคลุมเมืองเซาเปาลูจนมืดมิดในเวลากลางวันของวันจันทร์ที่ 19 สิงหาคมเดินทางมาไกลหลายร้อยกิโลเมตร (Courtesy of Juliana Muncinelli.)

แปลเรียบเรียงจาก Terrence McCoy ใน https://www.washingtonpost.com/world/2019/08/20/sudden-darkness-befalls-sao-paulo-western-hemispheres-largest-city-baffling-thousands/?arc404=true

บราซิลในยามค่ำคืน

brazil_vir_20130804

ในวันที่ 12 มิถุนายน 2557 เทศกาลกีฬาที่มีคนดูมากที่สุดในโลกก็ได้เริ่มขึ้น ณ สนามกีฬา Arena Corinthians เมืองซานเปาโล โดยฟีฟ่า หรือ the Fédération Internationale de Football Association (FIFA) การแข่งบอลโลกประกอบด้วย 32 ทีม ที่ร่วมชิงชัยเข้ารอบสุดท้ายในวันที่ 13 กรกฎาคม 2557 ที่เมืองริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2493 เป็นต้นมา

บราซิลมีประชากรอยู่ราว 190 ล้านคน เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้และใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก (8.5 ล้านตารางกิโลเมตร) ดังที่แสดงในภาพถ่ายดาวเทียม ดินแดนบราซิลนั้นยาวกว่า 4,000 กิโลเมตรจากเหนือจรดใต้และจากตะวันออกสู่ตะวันตก เมืองริมชายฝั่งทะเล ซานเปาโล และริโเดอจาเนโร เป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของประเทศ ในปี 2557 มี 12 เมืองของบราซิลที่ใช้เป็นสถานที่แข่งขันบอลโลก อันได้แก่ Brasília, Belo Horizonte, Manaus, Fortaleza, Cuiabá, Porto Alegre, Curitiba, Natal, Recife, Salvador, Rio de Janeiro และ São Paulo.

การแข่งขันฟุตบอลโลกจัดขึ้นมาทั้งหมด 20 ครั้ง นับตั้งแต่ปี 2473 โดยจัดขึ้น 4 ปีครั้ง โดยหยุดไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทีมชาติบราซิลเข้ารอบสุดท้าย 7 ครั้ง ชนะ 5 ครั้ง ครั้งล่าสุดคือในปี 2545

เครื่องมือ Visible Infrared Imaging Radiometer Suite (VIIRS) บนดาวเทียม Suomi NPP จับภาพในวันที่ 4 เดือนสิงหาคม 2556 ภาพถ่ายกลางคืนเป็นภาพในช่วง T “day-night band,” ซึ่งบันทึกแสงในช่วงความยาวคลื่นจากสีเขียวถึงใต้แดงและใช้วิธีการ  light intensification เพื่อตรวจจับและบันทึกแสงเรื่อๆ เครื่องมือบันทึกสามารถจับแสงที่อ่อนมากๆ เป็น 100,000 เท่าของเครื่องมือบันทึกแสงทั่วไป ทำให้เหมาะกับการบันทึกแสงของดวงจันทร์และแสงไฟของเมือง

brazil_vir_20130804_detail

Related Reading and Other Brazil Images

2014 FIFA World Cup Destination: Brazil. Accessed June 12, 2014.

NASA Earth Observatory (2012) Earth at Night 2012: The Black Marble.

NASA Earth Observatory (2012, December 9) City Lights of South America’s Atlantic Coast.

NASA Earth Observatory (2012, September 7) Meeting of the Waters (Manaus).

NASA Earth Observatory (2012, March 19) Parana River Floodplain, Brazil.

NASA Earth Observatory (2011, June 3) Barrier Islands off Brazil.

NASA Earth Observatory (2010, April 25) Brasilia, Brazil.

NASA Earth Observatory (2003, May 4) Sao Paolo, Brazil, at Night.

NASA image by Marit Jentoft-Nilsen and Robert Simmon, using VIIRS Day-Night Band datafrom the Suomi National Polar-orbiting Partnership. Suomi NPP is the result of a partnership between NASA, the National Oceanic and Atmospheric Administration, and the Department of Defense. Caption by Mike Carlowicz.