กระดาษ พลาสติกและถุงผ้า

ถึงจะเป็นกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมก็จำเป็นต้องใช้อย่างรอบคอบระมัดระวัง  ถ้าเรายังคงบริโภคกระดาษในอัตราเท่ากับที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และกระตุ้นให้เกิดการใช้ผลิตภัณฑ์กระดาษแบบใช้แล้วทิ้งในอัตราดังกล่าว ป่าไม้ของโลกจะหมดสิ้นไปภายในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า

ผู้บริโภคผลิตภัณฑ์กระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมปฏิบัติสิ่งต่อไปนี้ได้ทันที  โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์กระดาษหรือการฟอกขาว  พื้นฐาน 3 ประการที่ทุกคนทำได้มีดังนี้

  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์กระดาษชนิดที่ใช้แล้วทิ้ง
  • รีไซเคิลกระดาษ
  • ใช้กระดาษอย่างประหยัด

เพราะฉะนั้น  นักสิ่งแวดล้อมตัวจริงจะไม่เลือกระหว่างถุงกระดาษที่(ไม่) ฟอกขาว และถุงพลาสติกที่(ไม่) ย่อยสลาย แต่ใช้ตะกร้าหรือถุงผ้าเวลาจ่ายตลาด

นักสิ่งแวดล้อมตัวจริงจะไม่ซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปปลอดคลอรีน  หรือแม้กระทั่งผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่าย่อยสลายด้วยชีววิธีได้ แต่จะใช้ผ้าอ้อมผ้าเท่านั้น

นักสิ่งแวดล้อมตัวจริงจะไม่ใช้กล่องนมกระดาษแม้ว่าผลิตด้วยกระดาษแข็งไม่ฟอกขาว  เพราะขวดนมที่ทำด้วยแก้วอย่างแข็งแรงไม่เพียงแต่เก็บรักษานมได้นานกว่า  แต่ช่วยลดการสูญเสียทรัพยากรและลดภูเขาขยะลง  ข้อเท็จจริงนี้ใช้ได้กับภาชนะบรรจุน้ำผลไม้ด้วย

ผลิตภัณฑ์กระดาษที่รีไซเคิลได้และรีไซเคิลไม่ได้

กระดาษที่รีไซเคิลได้กระดาษที่รีไซเคิลไม่ได้
กระดาษเขียน

กระดาษถ่ายเอกสาร

กระดาษแบบฟอร์มต่างๆ

กระดาษเขียนบันทึก

ซองจดหมาย

แฟ้มเอกสาร

บัตรรายการ

แฟ้มกระดาษ (ป่าน) มะนิลา

บัตรคอมพิวเตอร์

กระดาษพิมพ์คอมพิวเตอร์

กระดาษรายงาน

สมุดโทรศัพท์

หนังสือพิมพ์

นิตยสาร

กระดาษคาร์บอน

ฉลากสำเร็จ (ติดกาวเหนียว)

กระดาษเครื่องโทรสาร

ซองจดหมายที่มีช่องติดพลาสติก

ซองจดหมายแบบมีกาวในตัว

กระดาษไข

กล่องนมหรือกล่องเครื่องดื่ม

ผ้าอ้อมสำเร็จรูปแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง

กระดาษม้วนใช้ในครัว

ถุงใส่อาหารกลางวัน

กล่องบุหรี่

ถ้วยและจานกระดาษทุกชนิด

กระดาษห่อขนมและกระดาษตะกั่ว

กระดาษเช็ดหน้า

 

จากปาปีรัส(Papyrus) สู่กระดาษ(Paper)

วัสดุลักษณะคล้ายคลึงกับกระดาษ เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เก่าแก่ที่สุดจากยุคอารยธรรมอันเจริญรุ่งเรือง  กระดาษเป็นสื่อเครื่องมือยุคแรกในการบันทึกความรู้  ความคิด และถ่ายทอดส่งต่อระหว่างบุคคล  วัฒนธรรม จากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง

กระดาษและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระดาษแข็ง ผลิตจากส่วนประกอบเส้นใยเซลลูโลสของพืช  คำว่า “เปเปอร์“ ( Paper) มาจากภาษาอียิปต์โบราณว่า ปาปีรัส ( Papyrus) หมายถึง พืชน้ำจำพวกต้นอ้อ ต้นกก ซึ่งเคยใช้ทำกระดาษด้วยการแผ่ลำต้นออกแช่น้ำ เรียงสลับเป็นชั้นๆ รูปกากบาท  จากนั้นนำมาทุบเป็นแผ่นหยาบๆ แล้วตีแรงๆ เป็นแผ่นยาวจนสำเร็จจึงม้วนเก็บรวมไว้ด้วยกัน

ปาปีรัสและแผ่นหนังซึ่งทำอย่างปราณีตจากหนังสัตว์ (ลูกวัวหรือลูกแกะ) มีความเหนียวมากเป็นวัสดุสำหรับใช้เขียนเพียงชนิดเดียวในยุโรปตะวันตก  จวบจนถึงศตวรรษที่ 12  ชาว Moors ในสเปนนำวิธีการทำกระดาษของจีนเข้าสู่ยุโรปโดยใช้วัสดุจากพืชชนิดอื่น เช่น ไม้ไผ่  ป่าน  ฟางข้าว  และปอกระเจา

จากประดิษฐกรรมด้านข่าวสารการพิมพ์  และการเพิ่มขึ้นของการอ่านออกเขียนได้ในศตวรรษถัดมา  ส่งผลให้ความต้องการกระดาษเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่าการตอบสนองของลินินและเส้นใยจากหญ้า  และ “ภาวะกระดาษขาดแคลน”  เริ่มคุกคามการค้าการพาณิชย์เป็นระยะๆ

ช่วงกลางศตวรรษที่ 19  การคิดค้นกระบวนการทำกระดาษจากไม้  ไม่เพียงแก้ไขปัญหาการผลิตสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคได้เท่านั้น  แต่เป็นการสร้างตลาดใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไม้อีกด้วย

ปัจจุบันนี้ผลิตภัณฑ์กระดาษถูกมองว่าเป็นของธรรมดาสามัญประเภทหนึ่ง และยากที่จะจินตนาการชีวิตประจำวันของเราที่ปราศจากกระดาษได้   นอกจากการใช้กระดาษและเส้นใยเซลลูโลสเพื่อบันทึกถ้อยคำแล้ว   มีการใช้ผลิตภัณฑ์กระดาษอย่างกว้างขวางมากมาย  รวมทั้งผลิตภัณฑ์หีบห่อ  บรรจุภัณฑ์  วัสดุทำฉนวน กันกระแทก ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด  และแม้กระทั่งสารเสริมแต่งอาหาร  หากปราศจากกระดาษเสียแล้ว  รัฐบาล อุตสาหกรรมและระบบการศึกษาก็มิอาจปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

จากข้อเท็จจริงที่ว่า แผนภาพแสดงปริมาณกระดาษต่อประชากรมักจะถูกนำไปอ้างอิงชี้วัดมาตรฐานความเป็นอยู่ของประเทศ  จึงเป็นเรื่องที่สำคัญจำเป็นยิ่งยวดที่ต้องคิดค้นพัฒนาวิธีการที่สะอาดปลอดภัยและยั่งยืนสำหรับผลิตปัจจัยขั้นพื้นฐานดังกล่าวนี้