ไฟเผาทำลายผืนป่าในออสเตรเลีย

โดยทั่วไป ฤดูกาลไฟในรัฐนิวเซาท์เวลของออสเตรเลียอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม ในปี พ.ศ.2562 นี้ อากาศที่ร้อนและความแห้งแล้งที่ผิดปกติ เข้าปกคลุมพื้นที่นับตั้งแต่เดือนตุลาคม สองเดือนหลังจากนั้น เกิดไฟมากกว่า 100 จุด ในพื้นที่ป่าและป่าพุ่มไม้(bush)ทางแถบพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ พื้นที่ป่าที่เกิดไฟรวมถึงป่าฝนกึ่งเขตร้อน และป่ายูคาลิปตัสแบบชื้นซึ่งปกติจะไม่ค่อยมีไฟไหม้

จนถึงเดือนธันวาคม 2562 ไฟป่าในรัฐนิวเซาท์เวลส์กินบริเวณ 27,000 ตารางกิโลเมตร (10,000 ตารางไมล์) ขนาด 26 เท่าของเนื้อที่กรุงมหานคร ควันไฟป่าและมลพิษทางอากาศเข้าปกคลุมพื้นที่ตามบริเวณชายฝั่งและเมืองต่างๆ เป็นบริเวณกว้างนานหลายสัปดาห์ จากการรายงานข่าว หลายส่วนของซิดนีย์ เมืองใหญ่ที่มีประชากร 5 ล้านคนต้องผจญกับมลพิษทางอากาศที่เกินกว่าระดับที่พิจารณาว่าปลอดภัยหลายเท่า

ไฟสร้างความเสียหายต่อป่ายูคาลิปตัสและป่าปลูกซึ่งอยู่รอดในพื้นที่แห้งแล้งและมีธาตุอาหารต่ำ พื้นที่ป่าไม้เหล่านี้เสี่ยงต่อการเกิดไฟเนื่องจากสายพันธุ์ของพืชหลายชนิดอุดมไปด้วยน้ำมันที่จุดไฟติดง่ายมาก แผนที่ด้านบนมาจากข้อมูลของกระทรวงเกษตรแห่งออสเตรเลียแสดงให้เห็นถึงการระจายตัวของพื้นที่ป่ายูคาลิปตัส จุดสีแดงแสดงให้เห็นถึงจุดความร้อนที่ตรวจวัดโดย Visible Infrared Imaging Radiometer Suite (VIIRS) บนดาวเทียม Suomi ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายนถึง 5 ธันวาคม 2562 ภาพถ่ายดาวเทียมสีธรรมชาติบันทึกโดย Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer

Ayesha Tulloch นักชีววิทยาเชิงอนุรักษ์แห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์อธิบายว่า จริงๆ แล้ว ไฟจะช่วยให้สายพันธุ์ยูคาลิปตัส กระจายพันธุ์และเกิดการงอก ระหว่างการเกิดไฟ เมล็ดพืชจะแตกออกจากฝักลงในดินที่อุดมด้วยธาตุอาหาร เมล็ดจะแข่งกันงอกโดยใช้แสงแดด น้ำ และธาตุอาหารในดิน ในกรณีการเกิดไฟผิดช่วงเวลา ไฟจะเข้าทำลายป่ายูคาลิปตัสทั้งหมด ฝนทิ้งช่วงทั้งก่อนและหลังการเกิดไฟจะจำกัดการงอกของเมล็ดพืช

ไฟป่ายูคาลิปตัสยังส่งผลกระทบต่ออาณาจักรสัตว์ จิงโจ้ต้องถอยร่นออกจากพื้นที่เกิดไฟป่าในช่วงเวลาสั้นๆ ความร้อนจากไฟได้ลดจำนวนแมลงที่กินพืชและจุลินทรีย์ในดิน หมีโคล่าที่เป็นสัตว์เคลื่อนที่ช้าต้องเสียชีวิตจากไฟป่าเป็นจำนวนมากในปี 2562 แต่พื้นที่ที่เป็นถิ่นที่อยู่หมีโคล่ากระจายอยู่ตลอดแนวชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย ไฟป่าที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อประชากรหมีโคล่าในสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับประชากรของมันทั้งหมดในออสเตรเลีย

แม้ว่าป่ายูคาลิปตัสที่จะทนทานต่อไฟอันเนื่องมาจากสภาพที่มีความชื้นแต่ความแห้งแล้งและอุณหภูมิที่สูงในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทำให้ผืนป่าเขตร้อนและป่ายูคาลิปตัสแบบเปียกในออสเตรเลียมีความเสี่ยง Tulloch กล่าวว่าระบบนิเวศน์ป่าเขตรัอนจากเขตร้อนชื้นทางตอนเหนือของประเทศมาจนถึงอุทยานแห่งชาติLamington ไปจนถึงระบบนิเวศน์แบบอัลไพน์นั้นประสบกับการเกิดไฟขนาดใหญ่ระบบนิเวศน์ต่างๆเหล่านี้ไม่อาจทนทานต่อไฟพืชส่วนใหญ่จะตายและไม่อาจฟื้นคืนได้อย่างรวดเร็วเท่ากับป่ายูคาลิปตัสแบบแห้ง

อ้างอิง:

NASA Earth Observatory images by Joshua Stevens and Lauren Dauphin, using VIIRS data from NASA EOSDIS/LANCE and GIBS/Worldview, and the Suomi National Polar-orbiting Partnership, MODIS data from NASA EOSDIS/LANCE and GIBS/Worldview and Landsat data from the U.S. Geological Survey. Eucalyptus forestry data is from Australia’s State of the Forests Report 2018. VIIRS fire location data from the Fire Information for Resource Management System (FIRMS). VIIRS trend data from the University of Maryland. Story by Adam Voiland.