โรงไฟฟ้าถ่านหินในอินเดียมีส่วนทำให้เกิดหมอกควันพิษปกคลุมบังคลาเทศ

bangladesh_tmo_2014036สิ่งที่กลายเป็นเรื่องปกติในบังคลาเทศในช่วงฤดูหนาว คือ หมอกควันหนาทึบปกคลุมประเทศ ภาพด้านบนคือภาพถ่ายดาวเทียมที่เครื่องมือ Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS) บนดาวเทียม Terra ถ่ายไว้ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557

แถบหมอกควันพิษเป็นผลพวงของการรวมตัวของฝุ่นละอองขนาดเล็กและละอองไอน้ำจำนวนมหาศาลที่ล่องลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศ หมอกควันพิษดังกล่าวนี้เป็นตัวกระจายและดูดซับแสงอาทิตย์ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบและรูปร่างของอนุภาคนั้น

ภูมิประเทศที่ปกติจะมีสีสันแตกต่าง ก็จะเห็นเป็นเฉดสีเทาหม่นๆ ดังภาพ ส่วนแถบสีขาวในภาพนั้นคือเมฆ

อนุภาคแขวนลอยในบรรยากาศมาจากหลายแหล่งด้วยกัน โดยที่การเผาไหม้ชีวมวลนั้นเป็นแหล่งกำเนิดหลักในบังคลาเทศ ด้วยความที่ประชากรส่วนใหญ่ยังใช้ไม้ฟืน ฟางข้าว มูลสัตว์และการหุงหาอาหารและใช้เป็นความร้อนในบ้านเรือน เชื้อเพลิงชีวภาพเหล่านี้ปลดปล่อยอนุภาคแขวนออกสู่บรรยากาศเพราะว่าผู้คนใช้การเผาไหม้ในอุณหภูมิต่ำทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์

ยานยนตร์และอุตสาหกรรมก็มีส่วนทำให้เกิดหมอกควันพิษในฤดูหนาวปกคลุมเหนือท้องฟ้าแห่งบังคลาเทศ อุตสาหกรรมทำอิฐ ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการในฤดูหนาว ก็เป็นแหล่งกำเนิดหลักของฝุ่นละอองแขวนลอยเพราะใช้เตาเผาอิฐที่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพมากนัก การศึกษาโดยใช้ข้อมูลตรวจวัดคุณภาพอากาศภาคพื้นดิน ระบุว่า 1 ใน 3 ของฝุ่นละอองขนาดเล็กมาจากยานพาหนะ อีก 1 ใน 3 มาจากเตาเผาอิฐ และที่เหลือนั้นมาจากกระแสที่พัดพาเอาฝุ่นจากพื้นดินแห้งและฝุ่นจากผิวถนน

ในขณะที่การผลิตอิฐและการใช้ความร้อนมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูหนาว สภาพทางอุตุนิยมวิทยาก็มีส่วนสำคัญในการทำให้เกิดหมอกควันพิษด้วย ในช่วงที่เหลือของปี ฝนที่ตกหนักช่วยชะล้างฝุ่นละอองและมลพิษในอากาศ แต่ช่วงฤดูหนาวนั้นเป็นช่วงที่แห้งแล้ง กระแสลมก็พัดอ่อนลงด้วยในช่วงฤดูหนาวซึ่งทำให้มลพิษและฝุ่นละอองต่างๆ กักตัวในอยู่ในพื้นที่

อินเดียเพื่อนบ้านของบังคลาเทศได้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในอัตราเร่งเมื่อไม่นานมานี้ เครื่องมือวัดโอโซนบนดาวเทียมออราตรวจพบการเพิ่มขึ้นของการปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ร้อยละ 60 จากโรงไฟฟ้าถ่านหินในอินเดียในช่วงปี 2005 ถึง 2012 ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ซึ่งเป็นก๊าซเข้าทำปฏิกิริยากับสสารอื่นๆ ในบรรยากาศเกิดเป็นอนุภาคซัลเฟตซึ่งมีส่วนทำให้เกิดแถบหมอกควันพิษปกคลุมอยู่เหนือท้องฟ้าของบังคลาเทศ

อ้างอิง

  • Azad, K. & Kitada, T. (1998, June 1) Air pollution by fine particulate matter in Bangladesh. Atmospheric Pollution Research, 32 (11), 1991-2005.
  • Begum, B et al. (2011, October 13) Key issues in controlling air pollutants in Dhaka, Bangladesh. Atmospheric Environment, 45 (40), 7705-7713.
  • Begum, B. et al. (2013, January) Air pollution by fine particulate matter in Bangladesh. Atmospheric Pollution Research, 4 (1), 75-86.
  • Hyslop, N. (2009) Impaired visibility: the air pollution people see. Atmospheric Polluton, 242-249.
  • Miah, B. et al. (2011) Implications of Biomass Energy and Traditional Burning Technology in Bangladesh. Environmental Science and Engineering, 242-249.
  • Schmidt, C. (2013, August 1) Modernizing Artisanal Brick Kilns: A Global Need. Environmental Health Perspectives, (121) 39-53.
  • NASA image courtesy Jeff Schmaltz, LANCE/EOSDIS MODIS Rapid Response Team at NASA GSFC. Caption by Adam Voiland.

ฝุ่นละอองขนาดเล็กและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของประชากรโลก

The Global Toll of Fine Particulate Matter

Color bar for The Global Toll of Fine Particulate Matter
acquired January 1, 1850 – January 1, 2000download large image (453 KB, PNG, 1440×720)

ความผันผวนของสภาพอากาศในระยะสั้นเมื่อรวมเข้ากับการปล่อยมลสารจากกิจกรรมของมนุษย์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องได้นำไปสู่การเกิดมลพิษทางอากาศ ในเดือนมกราคม 2556 มลพิษทางอากาศจากอุตสาหกรรมเข้าปกคลุมภาคอิสานของสาธารณะรัฐประชาชนจีน และช่วงเดือนมิถุนายน 2556 ควันไฟป่าจากสวนปาล์มน้ำมันขนาดใหญ่บนเกาะสุมาตราเข้าปกคลุมสิงคโปร์และคาบสมุทรมลายูรวมถึงบางส่วนของภาคใต้ของไทย

ในหลายๆ กรณี มลพิษทางอากาศจะคงตัวอยู่เป็นเวลาหลายวันหรือเป็นสัปดาห์ ทำให้มีคนป่วยจากโรคทางเดินหายใจและโรคหัวใจเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมากขึ้น เมื่อมลพิษทางอากาศจางลง อากาศสดใส ความจำเรื่องอากาศแย่ ๆ ค่อยจางหายไป แต่ความเสี่ยงด้านสุขภาพมิได้จางหายไปด้วย ระดับมลพิษทางอากาศแม้จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยก็อาจมีผลอย่างมากต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์ได้

คำถามคือ คนทั่วโลกรับสัมผัสกับมลพิษทางอากาศมากน้อยเพียงใด? แล้วความเสียหายด้านสุขภาพนั้นเป็นเท่าใด? ด้วยเหตุที่มีช่องว่างในเครือข่ายของการตรวจวัดภาคพื้นดิน เจสัน เวสต์ นักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาได้พยายามหาคำตอบเหล่านี้โดยการใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์

ในปี ค.ศ.2010 เวสต์และทีมงานจัดพิมพ์เผยแพร่การประเมินผลกระทบสุขภาพระดับโลกจากมลพิษทางอากาศโดยใช้แบบจำลองสภาพอากาศแบบจำลองเดียว ต่อมา พวกเขาคิดว่าเพื่อปรับปรุงการคำนวณให้ดีขึ้นโดยใช้ผลจากแบบจำลองแบบต่าง ๆ หลาย ๆ แบบจำลอง แทนที่จะเป็นแบบเดียว ในปี ค.ศ. 2013 พวกเขาตีพิมพ์ผลงานเผยแพร่ลงใน  Environmental Research Letters โดยสรุปว่ามีคน 2.1 ล้านคนทั่วโลกเสียชีวิตจากผลกระทบโดยตรงจากมลพิษทางอากาศที่รู้จักกันในชื่อว่า “ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (fine particulate matter) หรือ PM2.5

แผนที่ด้านบนแสดงแบบจำลองการประเมินจำนวนการเสียชีวิตโดยเฉลี่ยต่อพื้นที่ 1,000 ตารางกิโลเมตร (386 ตารางไมล์) ต่อปีอันเนื่องมาจากมลพิษทางอากาศ นักวิจัยใช้ระดับของมลพิษทางอากาศระหว่างปี ค.ศ. 1850 และ 2000 เป็นมาตรวัดของมลพิษทางอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ พื้นที่สีน้ำตาลเข้มแสดงการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรมากกว่าพื้นที่สีน้ำตาลอ่อน พื้นที่สีฟ้าเป็นพื้นที่ที่มีการปรับปรุงในเรื่องมาตรฐานขอมลพิษทางอากาศที่สัมพันธ์กับข้อมูลในปี ค.ศ. 1850 และมีการลดลงของการเสียชีวิตก่อนวัยอันคว ฝุ่นละอองขนาดเล็กก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาลทางภาคอิสานของสาธารณะรัฐประชาชนจีน ภาคเหนือของอินเดียและยุโรป ซึ่งพื้นที่เหล่านี้มีการพัฒนาและการขยายตัวของเมืองอย่างเข้มข้นโดยปล่อย PM2.5 เป็นจำนวนมหาศาลสู่ชั้นบรรยากาศนับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการปฏิวัติอุตสาหกรรม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

Earth Observatory image by Robert Simmon based on data provided by Jason West. Caption by Adam Voiland.

ต้นทุนถ่านหิน : มลพิษที่มากกว่าธรรมดา

ในสหรัฐอเมริกา มลพิษทางอากาศพรากชีวิตผู้คน 30,000 คนในแต่ละปี จากการศึกษาในปี 2544 พบว่าผู้คนใน 14 เมืองจาก 20 เมืองที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย สูดอากาศเอามลพิษที่ทางรัฐบาลเห็นว่า “อันตราย” เข้าไป ในจีน โรคปอด (Pulmonary Disease) เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของผู้ใหญ่เป็นอันดับสอง ร้อยละ 13.9 จากทั้งหมด

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคเหล่านั้นขึ้นก็คือถ่านหินหรืออนุภาคขนาดเล็กที่มาจากการเผาไหม้ถ่านหิน มลพิษทางอากาศ หรือเรียกได้อีกอย่างว่าฝุ่นละอองหรือเขม่า เป็นหนึ่งในผลผลิตอันตรายที่ได้จากการเผาไหม้ถ่านหิน

ฝุ่นละอองหรือเขม่าซึ่งปล่อยออกมาโดยตรงจากปล่องควันอุตสาหกรรมหรือปล่อยออกมาทางอ้อมโดยการทำปฏิกิริยาของสารพิษ อาทิ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์กับอากาศ อนุภาคนั้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่าเส้นผมของคนถึง 40 เท่า และยังมีส่วนประกอบของซัลเฟต ไนเตรท แอมโมเนียม โซเดียมคลอไรด์ คาร์บอน และผงแร่

ฝุ่นละอองขนาดเล็กนั้นอันตรายมากเป็นพิเศษเนื่องจากอนุภาคที่เล็กที่สุดนั้นสามารถถูกสูดลึกเข้าไปในปอดได้ และยังมีความเป็นไปได้ที่จะผ่านเข้าไปสู่กระแสเลือดได้อีกด้วย ฝุ่นละอองส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์โดยเป็นต้นเหตุของจำนวนที่มากขึ้นของอาการหัวใจวายเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดสมองตีบ โรคปอด โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือแม้กระทั่งการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

ยิ่งไปกว่านั้นฝุ่นละอองขนาดเล็กยังสร้างความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน นอกจากสร้างปัญหาหมอกควันและวิสัยทัศน์แล้วยังมีสารพิษที่ฝุ่นละอองเหล่านั้นสามารถทำให้ดินสูญเสียธาตุ ทำให้น้ำเกิดการปนเปื้อน และยังสร้างความเสียหายให้แก่ป่าและพืชผลอีกด้วย

————–

จาก ต้นทุนจริงของถ่านหิน : ผู้คนและโลกต้องจ่ายให้กับเชืิ้อเพลิงที่สกปรกที่สุดในโลกอย่างไร

จัดพิมพ์ภาษาไทยโดยกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คณะผู้เขียน: ดร.อีเรก้า เจอร์บาย, มาไรกา บริทเทน, ไอริช เชง, มาร์ธา คาเมียสกา, เออร์เนส มีแซค, วิคเตอร์ มุนนิค, จายาชรี นานดี, ซารา เพนนิงตัน, เอมิลี โรชอน, นีนา ชลูลซ์, นาฮิญา ชาฮับ, จูเลียน วินเซนต์และเมง ไว เรียบเรียงโดย: รีเบคกา ชอต แอนด์เดอะไรเตอร์

บรรณาธิการแปลและเรียบเรียงภาคภาษาไทย : ธารา บัวคำศรี