ควันไฟป่าลอยไกลออกไปเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก

ช่วงสายของวันที่ 2 กันยายน 2563 เครื่องมือ Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS) บนดาวเทียม Terra ขององค์การนาซาบันทึกภาพสีจริงจากกลุ่มควันไฟป่าแคลิฟอร์เนียที่พัดพาโดยกระแสลมไปทางทิศตะวันตกเหนือมหาสมุทรที่ปกคลุมด้วยเมฆหนา

ควันไฟส่วนใหญ่เกิดจาก August Complex fire ใน Mendocino National Forest ในวันที่ 2 กันยายน ไฟป่าเผาทำลายพื้นที่ 261,000 เอเคอร์ (408 ตารางไมล์/1,060 ตารางกิโลเมตร) และควบคุมไฟป่าไว้ได้ 20 %

อ้างอิง : NASA Earth Observatory image by Joshua Stevens, using MODIS data from NASA EOSDIS/LANCE and GIBS/Worldview. Caption by Kathryn Hansen.

ฝนตกหนักและอุทกภัยในญี่ปุ่น

ฝนที่ตกหนักเป็นปริมาณมากกว่าสองเท่าจากระดับปกติในเดือนกรกฎาคมเป็นเวลาสองสามวัน บางส่วนของญี่ปุ่นต้องเผชิญกับภัยพิบัติจากน้ำท่วมครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 35 ปี พายุฝนและน้ำท่วมก่อให้เกิดดิยถล่มและการสูญเสียชีวิตมากมาย ในขณะที่คนนับล้านต้องอพยพจากบ้านเรือนและที่ทำงานของตน นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบเรียกร้องให้มีการระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยราว 73,000 คนทั่วญี่ปุ่นมาให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเนื่องจากพยากรณ์อากาศระบุว่าจะมีดินถล่มและฝนตกเพิ่มขึ้น

japan_mrg_2018190

แผนที่ด้านบนแสดงถึงปริมาณสะสมของฝนระหว่างเวลาตีสามของวันที่ 2 กรกฎาคม ถึงตีสามของวันที่ 9 กรกฎาคม 2561  มี 13 จังหวัดบนเกาะหลักของญี่ปุ่นมีปริมาณฝนตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง เมืองฮิโรชิมาและโอกายามา ทางตอนใต้ของเกาะฮอนชูเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยร้ายแรงที่สุด

ข้อมูลฝนตกมาจากการเก็บข้อมูลระยะไกลด้วยเครื่องมือวัด Integrated Multi-Satellite Retrievals (IMERG) ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ของภารกิจ Global Precipitation Measurement (GPM) ดาวเทียม GPM เป็นหัวใจของการสังเกตเรื่องการตกของฝนซึ่งรวมถึงการวัดโดยเครื่องมือของนาซา องค์กรสำรวจอวกาศของญี่ปุ่นและหน่วงานในประเทศและระหว่างประเทศอีก 5 แห่ง ปริมาณการตกของฝนที่วัดได้จากภาคพื้นดินจะมีค่ามากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

การตกของฝนมี สาเหตุมาจาก อากาศอุ่นและชื้นที่พัดมาจากมหาสมุทรแปซิฟิกและอิทธิพลของ พายุไต้ฝุ่นพระพิรุณ(Typhoon Prapiroon)

แปลความจาก – NASA Earth Observatory image by Joshua Stevens, using IMERG data from the Global Precipitation Mission (GPM) at NASA/GSFC. Text by Kasha Patel.

ถนนก้อนเมฆเหนือมหาสมุทรแอตแลนติกและแปซิฟิก

UnitedStates_tmo_2014007ในระหว่างที่ความหนาวยะเยือกเข้าปกคลุมสหรัฐอเมริกา โดยมีอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ  20–40°F (11–22°C) เครื่องมือ Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS) บนภาพถ่ายดาวเทียม Terra จับภาพถนนก้อนเมฆ(Cloud streets) ที่ลอยอยู่เหนือมหาสมุทรแอตแลนติกในวันที่ 7 มกราคม 2557

ถนนก้อนเมฆเป็นแถบของเมฆคิวมูลัสแถบยาวขนาน เกิดขึ้นเมื่ออากาศเย็นลอยอยู่เหนือผิวมหาสมุทรที่อุ่นกว่าและชั้นอากาศที่อุ่นกว่า ผิวน้ำที่อุ่นปล่อยความร้อนและความชื้นให้กับมวลอากาศเย็นเบื้องบน และมวลอากาศที่ร้อนขึ้นที่เรียกว่า thermals ลอยขึ้นผ่านชั้นบรรยากาศ

สภาพอากาศเย็นในเอเชียตะวันออกยังก่อให้เกิดถนนก้อนเมฆลอยอยู่เหนือทะเลญี่ปุ่นในวันที่ 9 มกราคม 2014 เครื่องมือ MODIS บนดาวเทียมยังจับภาพถนนก้อนเมฆที่ก่อตัวตามแนวเหนือใต้ ในวันนั้น อุณหภูมิสูงสุดที่เมืองวลาดิวอสตอก(Vladivostok) รัสเซียวัดได้ 10°F (-12°C) และต่ำสุดคือ -7 °F (-21°C).

SeaofJapan_tmo_2014009

References

NASA Earth Observatory image courtesy Jeff Schmaltz LANCE/EOSDIS MODIS Rapid Response Team, GSFC. Caption by Adam Voiland.

Instrument: Terra – MODIS