ว่าด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลก

โลกร้อนขึ้น อุณหภูมิที่อ่านจากเทอร์โมมิเตอร์ทั่วโลกมีระดับเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรม สาเหตุมาจากทั้งกิจกรรมของมนุษย์และการแปรเปลี่ยนทางธรรมชาติผสมกัน ด้วยหลักฐานที่มีความสำคัญมากขึ้น ระบุว่าสาเหตุของการเพิ่มเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์เป็นหลัก

จากการวิเคราะห์อุณหภูมิอย่างต่อเนื่องโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ NASA’s Goddard Institute for Space Studies (GISS) อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 องศาเซลเซียส(หรือ 2 องศาฟาเรนไฮต์)เล็กน้อยนับตั้งแต่คริสตทศวรรษ 1880 สองในสามของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกที่เพิ่มขึ้นนั้นเกิดขึ้นนับตั้งแต่ปี ค.ศ.1975(พ.ศ.2518) โดยมีอัตราการเพิ่มราวๆ 0.15-0.20 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษ

แต่เราทำไมต้องแคร์การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกที่ 1 องศา? จะว่าไปแล้ว การขึ้นลงของอุณหภูมิในแต่ละวันของพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่ก็มากกว่านั้นอยู่แล้ว

การบันทึกอุณหภูมิผิวโลกนั้นแทนค่าเฉลี่ยของพื้นผิวโลกทั้งหมด อุณหภูมิที่เราเจอในพื้นที่และในช่วงเวลาสั้นๆ นั้นผันผวนขึ้นลงอย่างมากเนื่องจากเหตุการณ์ที่เป็นวัฐจักรซึ่งสามารถคาดการณ์ได้ (กลางคืนและกลางวัน ฤดูร้อนและฤดูหนาว) แบบแผนของกระแสลมและการตกของน้ำฟ้าที่คาดการณ์ยาก แต่อุณหภูมิโลกขึ้นอยู่กับว่ามีพลังงานเท่าใดที่โลกได้รับจากดวงอาทิตย์และพลังงานดังกล่าวนั้นแผ่กลับออกไปนอกโลกเท่าไร-ปริมาณพลังงานเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ส่วนปริมาณพลังงานที่แผ่ออกจากพื้นผิวโลกขึ้นอยู่องค์ประกอบของสารเคมีในชั้นบรรยากาศโดยเฉพาะอย่างยิ่งปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่กักเก็บความร้อน

การเปลี่ยนแปลงระดับโลกที่ 1 องศาจึงมีนัยสำคัญยิ่งเนื่องจากมันต้องใช้ปริมาณมหาศาลของความร้อนในการทำให้มหาสมุทร ชั้นบรรยากาศและแผ่นดินอุ่นขึ้น(ที่ 1 องศาเซลเซียส) ในอดีต การลดลงของอุณหภูมิผิวโลกเพียง 1 หรือ 2 องศา สามารถทำให้โลกเข้าสู่ยุคน้ำแข็ง(Little Ice Age) การลดลงของอุณหภูมิโลกลง 5 องศา เพียงพอที่ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปอเมริกาเหนืออยู่ใต้มวลน้ำแข็งหนาเมื่อ 20,000 ปีก่อน

การบันทึกอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเริ่มขึ้นในราวปี ค.ศ.1880 เนื่องจากการเก็บรวบรวมข้อมูลยังไม่ครอบคลุมไปทั่วโลกก่อนหน้านั้น กรมอุตุนิยมวิทยาสหรัฐอเมริกาใช้ช่วง ค.ศ. 1951-1980 เป็นปีฐานของอุณหภูมิเฉลี่ย การวิเคราะห์อุณหภูมิของ GISS เริ่มในราวปี ค.ศ.1980 ดังนั้น คาบสามทศวรรษที่ใช้อ้างอิงมากที่สุดคือ ระหว่าง ค.ศ.1951-1980 ช่วงเวลาดังกล่าวนี้เป็นช่วงของรุ่นคนที่เป็นผู้ใหญ่ในปัจจุบันได้เติบโตขึ้น จึงเป็นช่วงเวลาที่มีการอ้างอิงที่อยู่ในความทรงจำของคนจำนวนมาก

กราฟด้านล่างแสดงความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกจากปี ค.ศ.1880(พ.ศ.2423) ถึงปี ค.ศ.2019(พ.ศ.2562) จากการบันทึกข้อมูลขององค์การนาซา NOAA กลุ่มวิจัย Berkeley Earth และ Met Office Hadley Centre แห่งสหราชอาราจักร และการวิเคราะห์ของ Cowtan and Way แม้ว่าการวัดของสำนักต่างๆ เหล่านี้จะมีความแตกต่างกันเล็กน้อยปีต่อปี แต่ทั้งห้าสำนักแสดงให้เห็นความสอดคล้องกันของแบบแผนการขึ้นลงของอุณหภูมิ การบันทึกอุณหภูมิของทั้ง 5 สำนักแสดงถึงการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกในช่วงทศววรษที่ผ่านมา

การวิเคราะห์อุณหภูมิผิวโลกเฉลี่ยของนาซามาจากสถานีตรวจวัดอากาศ 20,000 สถานี ทั้งภาคพื้นดิน เรือ และทุ่นลอย รวมถึงสถานีวิจัยต่างๆ ในทวีปแอนตาร์กติก การวัดจะนำเอาอัลกอริธึมมาใช้พิจารณาถึงอิทธิพลของความแตกต่างระหว่างสถานตรวจวัดอากาศ ปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง โดยคำนวณการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกโดยใช้ปีฐาน ค.ศ.1951-1980

ทีมนักวิทยาศาสตร์ของ GISS ระบุจุดประสงค์การวิเคราะห์เพื่อประมาณการการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิด้วยการคาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกที่เชื่อมโยงกับคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ ละอองลอยและการเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมของดวงอาทิตย์

โลกร้อนมิได้หมายถึงอุณหภูมิทุกจุดบนพื้นผิวโลกเพิ่มขึ้น 1 องศา ทุกครั้งไป อุณหภูมิในปีหนึ่งๆ หรือในทศวรรษหนึ่งๆ อาจเพิ่มขึ้น 5 องศาในที่หนึ่ง และลดลง 2 องศาในอีกที่หนึ่ง ฤดูหนาวที่เย็นผิดปกติในภูมิภาคหนึ่งอาจตามมาด้วยฤดูร้อนรุนแรงในเวลาต่อมา หรือฤดูหนาวที่เย็นยะเยือกในที่หนึ่งอาจถ่วงดุลด้วยฤดูหนาวที่อุ่นขึ้นอย่างผิดปกติในอีกฟากฝั่งหนึ่งของโลก โดยรวม ภาคพื้นดินจะร้อนขึ้นมากกว่าผิวมหาสมุทร เนื่องจากมวลน้ำจะค่อยๆ ดูดซับความร้อนและค่อยๆ คายความร้อนออก (มหาสมุทรโลกมีความเฉี่อยทางความร้อนมากกว่าพื้นผิวดิน) การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละภาคพื้นทวีปและแอ่งมหาสมุทร

อ้างอิง

Hansen, J., et al. (2010). Global surface temperature change. Reviews of Geophysics, 48.

NASA Earth Observatory (2015, January 21) Why So Many Global Temperature Records?

NASA Earth Observatory (2010, June 3) Global Warming.

NASA Goddard Institute for Space Studies (2020) GISS Surface Temperature Analysis (GISTEMP).

NOAA National Centers for Environmental Information (2020, January 15) Assessing the Global Climate in 2019.

8 ขั้นตอนในการกู้วิกฤตมลพิษพลาสติกในมหาสมุทร

ทะเลและมหาสมุทรให้ทุกสิ่งที่เราต้องการ : อาหาร ออกซิเจน แรงบันดาลใจและการงาน ทะเลและมหาสมุทรยังช่วยรักษาสมดุลของสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าความสำคัญของมหาสมุทรที่มีต่อชีวิต มนุษย์ยังคงทำประหนึ่งทะเลและมหาสมุทรเป็นดังที่ระบายของเสีย ประมาณว่าทุกๆ นาที ขยะพลาสติกที่เท่ากับปริมาณที่บรรจุในรถบรรทุกขยะหนึ่งคันถูกทิ้งลงทะเล และเป็นความเร่งด่วนในการทำอะไรบางอย่างเพื่อแก้ปัญหา และเรามีเวลาไม่มากในการทำอะไรบางอย่างกับปัญหา ข่าวดีคือเรามีทางออกของปัญหา

มันน่าเศร้าแต่เป็นวันที่สำคัญเมื่อ วาฬ Cuvier’s beaked) ขึ้นเกยตื้นบนหาด Sotra ในนอร์เวย์โดยมีพลาสติก 30 ชิ้นอยู่ในท้องของมัน เราทั้งหลายที่ทำงานในประเด็นมหาสมุทรมาหลายปีต่างรับรู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ นักวิจัยทำงานศึกษาเรื่องมลพิษพลาสติกในมหาสมุทรย้อนหลังไปถึงปี พ.ศ.2513 สำหรับหลายๆ คน ปี พ.ศ.2560 น่าจะเป็นช่วงเวลาที่รับรู้อย่างจริงจัง ปัญหาเรื่องพลาสติกมันใหญ่โตมากโดยที่เราสามารถเห็นได้บนชายหาด/ชายฝั่งทะเลทั่วทุกมุมโลก

ประมาณว่า ทุกๆ ปี พลาสติกราว 8 ล้านตันลงไปอยู่ในมหาสมุทร ผลิตภัณฑ์ซึ่งครึ่งหนึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานแห่งอัจริยะได้กลายมาเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ขยายตัวเร็วที่สุดในโลก มันยากที่จะจินตนาการว่าขยะพลาสติก 8 ล้านตันมันมากแค่ไหน ถ้าจะให้เทียบ มันก็ประมาณกับนำหนักของประชากรทั้งหมดของประเทศสเปนและสพราชอาณาจักรรวมกัน ประมาณว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้น 60 ตันต่อนาทีภายในปี พ.ศ.2593 หากแนวโน้มการใช้พลาสติกและการขาดการจัดการของเสียที่เพียงพอยังคงเป็นอยู่เช่นในปัจจุบัน

พลาสติกสร้างปัญหาใหญ่ต่อสัตว์ป่าและพรรณพืชและต่อมนุษย์ นกทะเล เต่าทะเล และสิ่งมีชีวิตในทะเลอื่นๆ เข้าไปติดอยู่ในถุงพลาสติก ติดอยู่ในเครื่องมือประมงที่ทิ้งไว้ไม่ใช้แล้ว และเสียชีวิตจากการกินพลาสติกเข้าไปในท้องของมัน พลาสติกหลุดเข้าห่วงโซ่อาหารและอาหารที่เรากิน และพบอยู่ในสายพันธุ์ปลาเกือบทุกชนิดที่มีการสำรวจ รวมถึงหอยและปู และนี่อาจเป็นเพียงการเร่ิมต้น พลาสติกเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นปัญหาที่มีทางออก เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องลงมือเดี๋ยวนี้

8 ขั้นตอนที่เราสามารถทำได้

1. ลดการพึ่งพาพลาสติก

เราใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งในปริมาณที่เหลือเชื่อ ทั้ง หลอดพลาสติก ถุงพลาสติก บรรจุภัณฑ์พลาสติก แก้วพลาสติก ถ้วย ชาม ช้อนและซ่อมพลาสติก เราต้องยุติการใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้งเหล่านี้ ประเทศต่างๆ มากขึ้นได้นำเอามาตรการห้ามใช้ถุงพลาสติกและพลาสติกใช้แล้วทิ้ง หรือตั้งเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมในการลดการใช้พลาสติกและของเสียพลาสติก ความพยายามดังกล่าวนี้ต้องถูกยกระดับเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้การใช้พลาสติกในระดับโลกลดลง และพวกเราสามารถทำในส่วนของเราได้เพื่อปฏิเสธผลิตภัณฑ์เหล่านี้

2. ขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต

ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา การผลิตพลาสติกของโลกเพิ่มขึ้น 2 เท่า ผู้ผลิตพลาสติกชั้นนำวางแผนจะเพิ่มการผลิตอีกหนึ่งในสามในอีก 5 ปีข้างหน้า ในปี พ.ศ.2517 การใช้พลาสติกต่อหัวต่อปีอยู่ที่ 2 กิโลกรัม 2kg ปัจจุบันเพิ่มเป็น 43 กิโลกรัมต่อหัวต่อปี! โลกกำลังเดินไปผิดทิศทาง จำต้องมีการพัฒนาทางเลือกต่อพลาสติกที่ไม่อาจย่อยสลายได้ และจะต้องมีการพุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมที่รับผิดชอบต่อขยะพลาสติกโดยข้อตกลงด้านอุตสาหกรรมที่เฉพาะเจาะจงและข้อตกลงว่าด้วยภาระรับผิดชอบของผู้ผลิตในการจัดการ เก็บจัดเก็บ และการนำมาใช้ใหม่

A member of Algeria's Under the Sea diving club collects plastic bottles.

3. เพิ่มค่าธรรมเนียมและภาษีให้กับพลาสติกที่เป็นมลพิษ

พลาสติกส่วนใหญ่ที่เราใช้ในปัจจุบันผลิตมาจากน้ำมันและเป็นทั้งแหล่งกำเนิดของก๊าซเรือนกระจกและมลพิษ ในนอรเวย์ มีพลาสติกเพียงร้อยละ 0.5 ที่ผลิตมาจากทรัพยากรที่หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ได้ พลาสติกจากเชื้อเพลิงฟอสซิลยังคงถูกว่า รัฐบาลต่างๆ จำเป็นต้องดำเนินการเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมพลาสติกที่เป็นมลพิษเหล่านี้ ค่าธรรมเนียมจำต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อทำให้พลาสติกที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่มีราคาถูกกว่า

4. ขยายการจัดการของเสียที่มีประสิทธิภาพ

พลาสติกส่วนใหญ่มาจากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา การขยายตัวของประชากรและชนชั้นกลางที่เพิ่มมากขึ้นทำให้การใช้พลาสติกเพิ่มได้รวดเร็วกว่าศักยภาพในการจัดการขยะพลาสติก พลาสติกจึงถูกทิ้งและออกสู่ทะเลในที่สุด  จีนและอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีส่วนทำให้เกิดขยะพลาสติกในทะเลมากที่สุด จำเป็นต้องมีโครงการในการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานในการจัดการขยะพลาสติกและการรีไซเคิล

5. ผลักดันให้เกิดวิสัยทัศน์ขยะพลาสติกในทะเลเป็นศูนย์

ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2560 ที่ประชุมสหประชาชาติด้านสิ่งแวดล้อมยกร่างเป้าหมายระดับโลกเพื่อยุติการปล่อยทิ้งขยะพลาสติกลงทะเล ขั้นตอนต่อมาคือการจัดทำข้อตกลงนานาชาติที่มีเป้าหมายและกรอบเวลาที่ชัดเจนเพื่อรับรองว่าจะมีการจัดทำแผนที่ของแหล่งกำเนิดขยะทะเล ความรับผิดชอบทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันการแพร่หลายของขยะพลาสติกในทะเล และเพิม่ความเข้มแข็งในการจัดการของเสียที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั่วโลก

6. เพิ่มการวิจัย การติดตามตรวจสอบและแผนที่แหล่งกำเนิดขยะพลาสติก

ยังมีอีกมากที่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับพลาสติก นักวิจัยคาดว่าร้อยละ 70 ของขยะพลาสติกลงไปอยู่ในพื้นใต้ทะเล เมื่อเวลาผ่านไป พลาสติกเหล่านี้แตกตัวเป็นชิ้นเล็กๆ แต่เรายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพลาสติกจิ๋วเหล่านี้ หรือ เราจะกำจัดมันอย่างไร ความพยายามจะสร้างแผนที่และติดตามตรวจสอบ ตลอดจนการวิจัยถึงผลกระทบเชิงลบนั้นจะต้องถูกยกระดับขึ้น ดูข้อมูงเพิ่มเติมจาก การริเริ่ม นี้

7. ยุติการปล่อยทิ้งขยะพลาสติกลงสู่ทะเล

ประมาณร้อยละ 80 ของขยะพลาสติกในทะเลมาจากกิจกรรมต่างๆ และอุตสาหกรรมบนบก ทุกๆ อย่างตั้งแต่ยางรถยนต์ อุปกรณ์กีฬา เสื้อผ้า ไปจนถึงก้นบุหรี่และก้านสำลีเช็ดหู ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา ลดการใช้พลาสติกลงในชีวิตประจำวัน

8. ช่วยกันทำความสะอาดและฟื้นฟูแหล่งปนเปื้อนขยะพลาสติก

ปฏิบัติทำความสะอาดและฟื้นฟูพื้นที่และชายฝั่งทะเลที่เผชิญกับวิกฤตมลพิษ แม้ว่าจะเป็นกิจกรรมการแก้ปัญที่ปลายเหตุ ก็ยังมีความสำคัญในฐานะเป็นกิจกรรมที่กระตุ้นให้ผู้คนมารวมตัวกันในความพยายามยุติมลพิษพลาสติก

เรื่องดีๆ ของมหาสมุทรในปี 2557

แปลเรียบเรียงจากบทความของ Ayana Elizabeth, Waitt Institute ใน Ocean Views on December 24, 2014

เราอาจจะรับรู้เรื่องราวของมหาสมุทรหลายเรื่อง พอจะมีข่าวดีอยู่บ้าง แม้ว่ามหาสมุทรของเรายังคงเจอปัญหาหนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการประมงเกินขนาด มลพิษ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการทำลายถิ่นที่อยู่อาศัย แต่ในปี 2557 นี้ก็มีเรื่องฟินๆ หลายเรื่องด้วยกัน

#1 ปี 2557 เป็นปีสำคัญของเขตสงวนมหาสมุทร(marine reserves) หมู่เกาะคิริบาติ ปาเลาและคุกทำการปิดทะเลในน่านน้ำของตนกว่าครึ่งโดยห้ามมิให้ทำประมงเชิงพาณิชย์ ส่วนสหรัฐอเมริกาได้ขยายเขตอนุรักษ์ทะเลในหมู่เกาะแปซิฟิกอันห่างไกลของตนเพิ่มเป็นห้าเท่า สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมิใช่เพราะการอนุรักษ์ที่ทำให้ผู้นำทางการเมืองรู้สึกถึงภาวะกดดัน และก็มิใช่เพียงแค่เหตุผลทางเศรษฐกิจการประมง แต่ยังเป็นประโยชน์ในการประชาสัมพันธ์เพื่อการท่องเที่ยวและชื่อเสียงในทางสากลของประเทศ

1-Map-of-new-Pacific-Remote-Islands-Monument-From-news.nationalgeographic.com_-600x485

#2 ผู้นำโลกรวมตัวกันให้ความสนใจประเด็นมหาสมุทรโลก การประชุมว่าด้วยมหาสมุทรของเรา(Our Ocean Conference)ที่จัดโดยกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกาดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนของนโยบายด้านมหาสมุทร จุดเน้นมุ่งไปที่งานที่ประสบผลสำเร็จ ทางออกและคำมั่นของรัฐบาลในการอนุรักษ์มหาสมุทร Leonardo DiCaprio ได้กล่าวประเด็นสำคัญของความพยายามปกป้องมหาสมุทร การประชุมนี้ต่อมากลายเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นประจำปี นอกจากนี้ ยังมีการประชุมสุยอดว่าด้วยการปฏิบัติการปกป้องมหาสมุทร(Global Ocean Action Summit)ในกรุงเฮก ซึ่งเน้นไปที่เศรษฐกิจมหาสมุทร

2-Leonardo-DiCaprio-delivering-remarks-at-the-Our-Ocean-Conference-From-wikimedia.org_-600x424

#3 เรารู้ว่าเราต้องทำอะไรเพื่อฟื้นฟูแนวปะการังแห่งคาริเบียน รายงานที่ร่วมกันเขียนโดยนักวิทยาศาสตร์กว่า 90 คนและวิเคราะห์ข้อมูลจากงานสำรวจแนวปะการังในทะเลคาริเบียนกว่า 35,000 ชิ้นในช่วง 42 ปีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่า ปะการังเสื่อมโทรมลงครึ่งหนึ่งนับตั้งแต่ปี 2513 รายงานยังระบุว่า ถ้าเราช่วยกันอนุรักษ์สัตว์กินพืชที่สำคัญ เช่น ปลานกแก้วและเม่นทะเล เป็นต้น สัตว์น้ำนี้ช่วยกินสาหร่ายในแนวปะการัง และหากเราควบคุมมลพิษและการก่อสร้างตามแนวชายฝั่ง เราจะสามารถปกป้องแนวปะการังไว้ได้

3-Cover-of-Caribbean-Coral-Reefs-Status-Report-from-IUCN.org_-600x848

#4 ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสัปดาห์แห่งฉลาม(Shark week)ร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อการอนุรักษ์ สารคดีเรื่องฉลามใน Discovery Channel นั้นเทียบเท่ากับซุปเปอร์โบลว์ในเรื่องการอนุรักษ์ฉลาม เป็นเรื่องราวที่สื่อติดตามตลอดทั้งปี เนื้อหาส่วนใหญ่ออกแบบให้ฉลามดูเป็นสัตว์หิวโหย ดุร้าย คนที่ติดตามสารคดีใช้สื่อสังคมแสดงพลังว่าพอแล้วสำหรับทัศนคติอันผิดพลาดนี้ สัปดาห์แห่งฉลามได้รับความสนใจจากสื่อมาก ฉลามยังได้รับความรักจากสาธารณะชนเมื่อรัฐออสเตรเลียตะวันตกออกนโยบายล่าฉลามเพื่อลดจำนวนประชากรของพวกเขา และได้รับการประท้วงคัดค้านจากประชาชน

4-Peaceful-coexistance-of-Sharks-and-SCUBA-divers-in-Turks-and-Caicos-Photo-by-Kristen-Marhaver-600x599

#5 การจัดพื้นที่มหาสมุทร(Ocean zoning)เป็นประเด็นด้านการจัดการที่ได้รับความสนใจ กว่า 30 ประเทศนำเอา ocean zoning เป็นเครื่องมือในการจัดการ ล่าสุดคือ Blue Halo Initiative ในบาบูดา(Barbuda) โดยมีสถาบัน Waitt ร่วมมือกับรัฐบาลท้องถิ่นพัฒนาแผนการจัดการแบบองค์รวมในเขตทะเล หลังจากกระบวนการปรึกษากับชุมชนกว่า 17 เดือน เป็นผลให้เกิดแผนที่ทางทะเลที่รวมเอาการปกป้องเขตชายฝั่งทะเลร้อยละ 33

5-Ocean-Zoning-factsheet-Waitt-Institute-600x463

#6 มีคลื่นลูกใหม่ของกลุ่มอนุรักษ์มหาสมุทรที่รวมตัวกันแบบหลวมๆ มีประสิทธิภาพและขยันขันแข็ง ขณะที่กลุ่มองค์กรไม่แสวงหากำไรขนาดใหญ่ยังทำงานอย่างต่อเนื่อง เราตื่นเต้นที่เห็นกลุ่มใหม่เข้ามาร่วมทำงานปกป้องมหาสมุทร ขอเอ่ยนามเป็นพิเศษกับกลุ่ม The Black Fish (ต่อสู้กับการประมงผิดกฎหมาย) กลุ่ม SeaSketch (เทคโนโลยีแผนที่แบบมีส่วมร่วม) กลุ่ม SoarOcean (ใช้ drones เป็นเครื่องมือเพื่อดูแลมหาสมุทร) กลุ่ม SkyTruth (ใช้เทคโนโลยี remote sensing เพื่อบังคับใช้กฎหมายประมงให้มีประสิทธิภาพ)กลุ่ม Smart Fish (ปรับปรุงมูลค่าเพิ่มของผลิตจากทะเลให้กับชุมชน) กลุ่ม Future of Fish (ธุรกิจเพื่ออาหารทะเลที่ยั่งยืน) และกลุ่ม Parley for Oceans (ยกระดับแฟชั่นเพื่ออนุรักษ์ทะเล)

6-new-ocean-group-logos-From-organization-websites-600x600
#7 ทรัพยากรประมงเพื่อการพาณิชย์ขขนาดใหญ่ฟื้นตัวจากการทำประมงเกินขนาด ในปี 2543 การประมง(จับปลาพื้นทะเล)ตามแนวชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกาเผชิญกับวิกฤตการประมงเกินขนาดจนรัฐบาลต้องประกาศให้เป็นหายนะภัย ในปี 2557 นี้เอง หลังจากการทำงานอย่างหนักและความร่วมมือระหว่างรัฐ ชาวประมง และองค์กรไม่แสวงหากำไรอย่าง the Environmental Defense Fund ความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งประมงได้ฟื้นตัวพอที่การประมงได้รับการรับรองว่ามีความยั่งยืน

7-observer-aboard-a-groudfish-vessel-photo-by-NOAA-via-blogs.edf_.org_-600x447

#8 โครงการ The Clinton Global Initiative ก็เน้นเรื่องมหาสมุทร โดยที่ CGI (การริเริ่มของมูลนิธิ Clinton) นั้นมีประวัติที่น่าเชื่อถือของการสนับสนุนการปฏิบัติการแบบตัดขวางหลายภาคส่วนในประเด็นสำคัญๆ โดยการส่งเสริมคำมั่นที่เป็นรูปธรรมจากองค์กรสมาชิก เครือข่ายปฏิบัติการมหาสมุทรของ CGI จะดำเนินการในปี 2558 เพื่อร่วมสร้างแนวทางแก้ปัญหาระหว่างภาคอุตสาหกรรม รัฐบาล องค์กรไม่แสวงหากำไร และเศรษฐีใจบุญ

8-launch-of-CGI-Oceans-from-expeditions.com_-600x450

#9 การตรวจสอบย้อนกลับของอาหารทะเลกำลังจัดการโดยผู้กำหนดนโยบายและนักเทคโนโลยี การค้าผลิตผลการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (IUU) นั้นยากที่ทำให้หมดไปเพราะห่วงโซ่อุปทานของอาหารทะเลมีความคลุมเครืออย่างมาก ในสหรัฐอเมริกา มากกว่าร้อยละ 32 ของอาหารทะเลจากการประมงทะเลที่นำเข้านั้นเป็นการประมงแบบผิดกฎหมาย และอีกราวร้อยละ 33 ของอาหารทะเลนั้นติดฉลากผิด หน่วยปฏิบัติการของทำเนียบขาวกำลังเน้นให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ มีกลุ่มต่างๆ ได้ทำงานเพื่อแก้ปัญหาการตรวจสอบย้อนกลับของอาหารทะเล การบริโภคอาหารทะเลที่จับในท้องถิ่นนั้นช่วยแก้ปัญหานี้โดยการสนับสนุนการทำประมงของชุมชน

9-oceana-seafood-fraud-report-cover-from-oceana.org_

#10 มลพิษจากพลาสติกในมหาสมุทรก็ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดประมาณว่ามีเศษพลาสติกอย่างน้อยที่สุด 5.25 ล้านล้านชิ้นในมหาสมุทร ในขณะที่โลกเฝ้าดู การค้นหาเครื่องบินของสายการบินมาเลย์เซียที่สูญหายไปนั้นยุ่งยากอันเนื่องมาจากชิ้นส่วนเศษขยะในพื้นผิวของมหาสมุทร แล้วมีประดิษฐกรรมที่จะนำเอาชิ้นส่วนพลาสติกจากมหาสมุทรไหม ขอโทษ มันไม่มีทางทำได้ (แม้จะเห็นหนทางที่จะลดมลพิษจากพลาสติกลง)แต่ในวงการแฟชั่นเอง Pharrell, Bionic Yarn และ Parley for Oceans ทำงานร่วมกับ G-Star เพื่อทำเสื้อผ้าที่มาจากพลาสติกในมหาสมุทร

10-g-star-raw-for-the-oceans-from-milled.com_-600x300

#11 ความพยายามเพื่อต่อกรกับภาวะมหาสมุทรกลายเป็นกรด(ocean acidification) เพิ่มขึ้น มหาสมุทรกำลังกลายเป็นกรดจากการที่ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากบรรยากาศ เป็นภัยคุกคามต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล นับตั้งแต่การกัดกร่อนของปะการัง ไปจนถึงการที่เปลือกของสัตว์ประเภทหอยบางลง ทำให้ปลามีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงและอ่อนไหวต่อสัตว์ที่เป็นผู้ล่ามากขึ้น การที่ราวหนึ่งในสามของภาวะมหาสมุทรกลายเป็นกรดมีสาเหตุมาจากมลพิษจากภาคพื้นดิน รัฐวอชิงตันได้พัฒนาแผนปฏิบัติการเพื่อขจัดมลพิษ (เช่น การปกป้องแหล่งน้ำที่เป็นแหล่งหอย oysters อันแสนโอชา) ส่วนรัฐแมรี่แลนด์และรัฐเมนกำลังดำเนินรอยตาม

11-when-the-ocean-acificies-shells-melt-from-ocean.si_.eduocean-acidification-600x414

#12 อ่าว Bristol ในรัฐอะลาสกา ได้รับการปกป้องจากการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ร้อยละ 40 ของอาหารทะเลมาจากอ่าว Bristol แห่งนี้ เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโลกที่มีปลาแซลมอลว่ายเวียนในธรรมชาติ อยู่ร่วมกับวาฬ แมวน้ำและนกทะเล นักกิจกรรมในท้องถิ่นและระดับประเทศต่างต่อสู้เพื่อการปกป้องพื้นที่นี้และยุติแผนการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติโดยกฎหมายที่ประธานาธิบดีลงนาม ขั้นต่อไปคือการปกป้องแหล่งต้นน้ำจากโครงการเหมืองแร่ Pebble Mine

12-bristol-bay-Alaska-from-whitehouse.gov_

#13 หนังสารคดีเกี่ยวกับมหาสมุทรและบทบาทของ Sylvia Earle นักชีววิทยาทางทะเลและนักกิจกรรมปกป้องมหาสมุทร ดอกเตอร์ Sylvia Earle ทุ่มเทชีวิตของเธอให้กับการสร้างจิตสำนึกปกป้องมหาสมุทรและเจรจาต่อรองเพื่อให้เกิดมาตรการอนุรักษ์ หนังสารคดียังนำเสนอเรื่องราวของขบวนการเคลื่อนไหวปกป้องมหาสมุทรและแรงบันดาลใจของบทบาทสตรีในงานด้านวิทยาศาสตร์

13-Mission-Blue-film-poster-from-mission-blue.org_-600x337

#14 การสื่อสารเรื่องมหาสมุทรก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เราได้สร้างพลังเพื่อการสื่อสารในเรื่องนี้ ประเด็นซับซ้อนถูกย่อยให้ง่ายเพื่อให้ผู้คนเข้าถึงและมีส่วนร่วม ขอบคุณเป็นพิเศษแก่ความพยายามอย่างไม่ย่อท้อของกลุ่ม Upwell, Smithsonian Ocean Portal, บล๊อกของ National Geographic Ocean Views การวิจัยและการศึกษาทะเล(Marine Affairs Research and Education) โครงการ One World One Ocean และ โครงการ TerraMar ที่ช่วยกระจายข่าวสารเรื่องมหาสมุทรออกไป และจับตาการทำงานด้านการอนุรักษ์มหาสมุทรจาก #OceanOptimism….

14-Groups-doing-great-ocean-communication-work-via-organization-websites-600x600

ใช่แล้ว ปี 2557 เป็นปีที่มหาสมุทรเผชิญกับการประมงผิดกฎหมาย สัตว์ทะเลที่ใกล้จะสูญพันธุ์ไม่ได้รับการปกป้อง พลาสติกจำนวนมากขึ้นๆ ถูกทิ้งลงทะเล ชายฝั่งทะเลถูกรุกรานด้วยจากการพัฒนา มหาสมุทรอุ่นขึ้นและมีความเป็นกรดมากขึ้นในทุกนาทีที่เราละเลยไม่สนใจกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

แต่ ณ ที่นี้แหละ เราต้องมองโลกในแง่ดี หวังว่าเรื่องราวเหล่านี้จะช่วยจุดประกาย เป็นกระแส เราต้องมุ่งเน้นทางออกต่อไปในปี 2558 ดีไม่ดี ปี 2558 อาจเป็นเป็นปีแห่งปลานกแก้วก็ได้นะ!

15-queen-parrotfish-eating-algae-off-the-reef-in-Curaçao-photo-by-Stan-Bysshe-600x400