โรงเผาขยะเป็นการจัดการขยะที่แพงที่สุด

ต้นทุนของการจัดการขยะอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่เลือกใช้ ลักษณะของวัสดุที่ต้องการกำจัด ที่ดิน แรงงาน และต้นทุนพลังงาน และต้นทุนการเงิน แม้กระนั้นโรงเผาขยะมักเป็นทางเลือกที่แพงกว่าทางเลือกอื่น เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ซับซ้อน ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล และทำให้เกิดต้นทุนการดำเนินงานสูง ยิ่งไปกว่านั้น โครงการโรงเผาขยะในประเทศกำลังพัฒนาต้องใช้เงินตราสกุลต่างชาติเป็นจำนวนมหาศาล

ตามรายงานธนาคารโลกปี 2000 ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการเดินเครื่องสำหรับโรงเผาขยะมีจำนวนอย่างน้อยสองเท่าของต้นทุนที่ใช้ในการกลบฝังขยะ รายงานระบุว่า ต้นทุนสุทธิของการเผาขยะต่อตันจะตกอยู่ที่ 25-100 เหรียญสหรัฐ (ในปี 1998) หรือเฉลี่ยประมาณ 50 เหรียญสหรัฐ ส่วนต้นทุนสุทธิของการกลบฝังขยะจะอยู่ประมาณ 10-40 เหรียญสหรัฐ ขึ้นอยู่กับการออกแบบ (เช่น จำนวนของชั้นเมมเบรนและระดับของการกรองเพื่อบำบัด (leachate treatment))

ต้นทุนสุทธิของการบำบัดขยะคำนวณจากต้นทุนต่อปีบวกค่าใช้จ่ายในการเดินเครื่องลบด้วยรายได้จากพลังงาน สำหรับโรงเผาขยะ ต้นทุนของเงินที่ต้องชำระ(ดอกเบี้ย) เพื่อใช้คืนเงินลงทุนเบื้องต้นในแต่ละปี อาจมีจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของต้นทุนการบำบัดสุทธิทีเดียว

รายงานของธนาคารโลกสรุปว่า “…ต้นทุนการบำบัดสุทธิต่อตันของโรงเผาขยะมักมีจำนวนมากกว่าอย่างน้อยสองเท่าของต้นทุนสุทธิของการกลบฝังอย่างมีระบบ ในขณะเดียวกัน โครงการโรงเผาขยะมักทำให้เกิดความเสี่ยงด้านความล้มเหลวทางเศรษฐกิจสูง…”

เงินลงทุนเบื้องต้นของโรงเผาขยะ

เงินลงทุนเบื้องต้นของโรงเผาขยะอาจมีมากเป็นหลายล้านเหรียญ เงินลงทุนเบื้องต้นของโรงเผาขยะเทศบาลขนาดใหญ่ในประเทศกำลังพัฒนาด้านอุตสาหกรรม อาจมีจำนวนมากถึง 50-280  ล้านเหรียญสหรัฐ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการกำจัดขยะของโรงงาน ซึ่งเมื่อคิดแจกแจงจะเห็นว่าเป็นต้นทุนมากถึง 136,000-270,000 เหรียญสหรัฐต่อความสามารถในการกำจัดขยะหนึ่งตันต่อวัน

ข้อมูลจากข้อเสนอโครงการโรงเผาขยะในที่อื่นอาจมีต้นทุนที่สูงกว่าตัวเลขที่ธนาคารโลกเสนอไว้มากนัก ตาราง 4 ชี้ให้เห็นต้นทุนที่สูงของโรงเผาขยะบางแห่งที่ดำเนินการและมีการเสนอให้สร้างทั่วโลก เงินลงทุนเบื้องต้นอาจมีจำนวนมากถึง 1.75 ล้านเหรียญสหรัฐต่อความสามารถในการกำจัดขยะหนึ่งตันต่อวัน แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายสูงลิบลิ่วเช่นนั้น แต่โรงเผาขยะที่เสนอให้สร้างหรือเดินเครื่องอยู่ในประเทศโลกฝ่ายใต้ส่วนใหญ่ มักไม่ได้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นในสหรัฐอเมริกาหรือยุโรปตะวันตก ต้นทุนของโรงเผาขยะหลายแหล่งอาจเพิ่มเป็นสองเท่า หากมีการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อควบคุมมลพิษที่ทันสมัย

ในประเทศญี่ปุ่น ต้นทุนของโครงการโรงเผาขยะแห่งใหม่ในปีงบประมาณ 2000 คิดรวมกันทั้งหมดเป็นจำนวน 8 แสนล้านเยน (ประมาณ 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ) ต้นทุนเหล่านี้รวมไปถึงค่าใช้จ่ายของการก่อสร้างสาธารณูปการใหม่ ๆ และการปรับปรุงอุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมการปล่อยก๊าซซึ่งมีอยู่เดิม

ระบบการจัดการขยะที่ต้องใช้เงินลงทุนเบื้องต้นสูง มีความยืดหยุ่นน้อยกว่าระบบซึ่งมีเงินลงทุนเบื้องต้นต่ำกว่า เงินลงทุนเบื้องต้นเป็นต้นทุนจม เราไม่อาจลดต้นทุนจมเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพหรือการออกแบบ เหมือนที่เราทำกับโครงการลดขยะโครงการใช้วัสดุใหม่ โครงการรีไซเคิล และโครงการหมักปุ๋ยได้

เงินลงทุนเบื้องต้นของโครงการโรงเผาขยะบางแห่งทั่วโลก

ที่ตั้ง

สถานภาพ กำลังการเผาขยะ (ตันต่อวัน) เงินลงทุนเบื้องต้น เงินลงทุนเบื้องต้น (เหรียญสหรัฐ)

เงินลงทุนเบื้องต้น / กำลังการเผาขยะต่อตันต่อวัน (เหรียญสหรัฐ)

ตงกวน จีน ไม่ชัดเจน 900 50 ล้านเหรียญสหรัฐ 50 ล้าน 55,600
เสินเจิ้น จีน เดินเครื่อง 300 1.2 พันล้านหยวน 145 ล้าน 483,300
เซี่ยงไฮ้ จีน อนุมัติ 1,500 86 ล้านเหรียญสหรัฐ 86 ล้าน 57,300
เชนไน อินเดีย อนุมัติ 600 2 พันล้านรูปี 41 ล้าน 68,100
Ringaskiddy ไอร์แลนด์ กำลังนำเสนอ 100 75 ล้านปอนด์ไอร์แลนด์ 86.8 ล้าน 868,000
โตเกียว ญี่ปุ่น เดินเครื่อง 400 700 ล้านเหรียญสหรัฐ 700 ล้าน 1,750,000
อิบารากิ ญี่ปุ่น เดินเครื่อง 180 1.8 หมื่นล้านเยน 149.1 ล้าน 828,300
ลูบลิน โปแลนด์ กำลังนำเสนอ ~375 30 ล้านเหรียญสหรัฐ 30 ล้าน 80,000
อีโซโป อัฟริกาใต้ เดินเครื่อง 10 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ 60,000 6,000
กวางจู เกาหลีใต้ ยังไม่เดินเครื่อง 400 6 หมื่นล้านวอน 46.8 ล้าน 117,000
ซังจีดอง เกาหลีใต้ เดินเครื่อง 800 8 หมื่นล้านวอน 62.5 ล้าน 78,100
ปูซาน เกาหลีใต้ กำลังนำเสนอ 200 8.5 หมื่นล้านวอน 66.4 ล้าน 332,000
ซูวอน เกาหลีใต้

จุงลี่ ไต้หวัน

เดินเครื่อง

อนุมัติ

600

1,350

9 หมื่นล้านวอน

4.6 พันล้านเหรียญไต้หวัน

70.3 ล้าน

133 ล้าน

117,200

98,500

เกาเสียง ไต้หวัน ดำเนินการ 1,800 6.9 พันล้านเหรียญไต้หวัน 199.5 ล้าน 110,800
เกาเสียง ไต้หวัน ดำเนินการ 900 3-4 พันล้านเหรียญไต้หวัน 101.2 ล้าน 112,400
ไถ้หนานตะวันตก ไต้หวัน ดำเนินการ 900 3.8 พันล้านเหรียญไต้หวัน 109.9 ล้าน 122,100
เกาะภูเก็ต ไทย เดินเครื่อง 250 780 ล้านบาท 17.65 ล้าน 70,600
เกาะกวม สหรัฐอเมริกา กำลังนำเสนอ ~15 13.2 ล้านเหรียญสหรัฐ 13.2 ล้าน 880,000

หมายเหตุ ต้นทุนแปลงจากเงินสกุลสหรัฐโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อเดือนสิงหาคม 2001 ที่ Universal Currency Converter http://www.xe.com/ucc ที่มา GAIA’s Waste Incineration Database maintained by Pawel Gluszynski, Waste Prevention Association, Krakow, Poland ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อ info@no-burn.org

เงินลงทุนเบื้องต้นของโรงเผาขยะกับการรีไซเคิลและการหมักปุ๋ย

  ลักษณะโครงการ เงินลงทุนเบื้องต้นต่อขยะที่นำมาจัดการ 1 ตัน (เหรียญสหรัฐ)
การรีไซเคิลและการหมักปุ๋ยในประเทศพัฒนาด้านอุตสาหกรรม
โรงงานรีไซเคิลต้นฉบับในสหรัฐอเมริกา คัดแยกวัสดุรีไซเคิล 30,000
โรงงานรีไซเคิลที่ใช้เทคโนโลยีน้อยในสหรัฐอเมริกา คัดแยกวัสดุรีไซเคิล 4,000-20,000
โรงหมักปุ๋ยขนาดเล็ก  ใช้เทคโนโลยีน้อยในสหรัฐอเมริกา การหมักปุ๋ยในพื้นที่สวนหลังบ้าน 5,000-13,000
การหมักปุ๋ยขนาดใหญ่   5,600-90,000
การรีไซเคิลและการหมักปุ๋ยในประเทศพัฒนาด้านอุตสาหกรรมน้อยกว่า
ซัน แวลลีย์ ฟิลิปปินส์ การรีไซเคิล/การเก็บวัสดุอินทรีย์ + การหมักปุ๋ย 1800
โครงการของ Exnora ในอินเดีย การรีไซเคิล/การเก็บวัสดุอินทรีย์ + การหมักปุ๋ย 1650
โมกัตตัม (ไคโร) อิยิปต์ กิจการรีไซเคิลขนาดเล็ก 450
ริโอเดอจาเนโร บราซิล สหกรณ์รีไซเคิล 14 แห่ง 5,300
การหมักปุ๋ยขนาดเล็ก ใช้เทคโนโลยีน้อย พื้นที่หลังบ้านหรือในชุมชน แทบไม่มีต้นทุน
การเผาขยะ   136,000-270,000

ที่มา : Institute for Local Self-Reliance, Washington, DC, 2004. เงินลงทุนเบื้องต้นของการเผาขยะมาจาก T. Rand, J. Haukohl, U. Marxen, Municipal Solid Waste Incineration: Requirements for a Successful Project, World Bank Technical Paper Number 462, The World Bank, Washington, D.C.,June 2000. เงินลงทุนเบื้องต้นของการหมักปุ๋ยขนาดใหญ่ใช้ข้อมูลใน Argonne National Laboratory, “Energy and Environmental Systems Analysis:Technology Summary I.1: Landfills: Reducing Landfilling Of Waste,” 1993.

 

เปรียบเทียบเงินลงทุนเบื้องต้นของโรงเผาขยะกับการรีไซเคิลและการหมักปุ๋ย

โรงงานรีไซเคิลและหมักปุ๋ยมีต้นทุนถูกกว่าโรงเผาขยะมากมาย ไม่ว่าระบบนั้นจะใช้เทคโนโลยีสูงหรือต่ำเพียงใดก็ตาม ไม่ว่าจะใช้เครื่องจักรกลหรือใช้แรงงาน

ในสหรัฐอเมริกา เงินลงทุนเบื้องต้นของโรงงานรีไซเคิลเฉลี่ยประมาณ 30,000 เหรียญสหรัฐต่อความสามารถในการกำจัดขยะต่อตันต่อวัน และขึ้นอยู่กับระดับของเทคโนโลยีอัตโนมัติที่ใช้ โรงงานรีไซเคิลที่ใช้เทคโนโลยีต่ำจะใช้เครื่องมือพื้นฐาน อย่างเช่น สายพาน รถยก เครื่องมัด (baler) เครื่องอัดพลาสติก เครื่องขูดพลาสติกและ/หรือเครื่องบดกระป๋อง การศึกษาชิ้นหนึ่งชี้ว่า โรงงานในชุมชนบางแห่งของสหรัฐอเมริกาที่ใช้เทคโนโลยีต่ำมีต้นทุนการแปรรูปขยะระหว่าง 4,000-20,000 เหรียญสหรัฐต่อตันต่อวัน

ชุมชนหลายแห่งเหล่านี้ยังลดต้นทุนไปได้อีกด้วยการใช้เครื่องจักรมือสอง

ในประเทศกำลังพัฒนาด้านอุตสาหกรรม โรงงานรีไซเคิลมักใช้เครื่องจักรกลน้อยและใช้แรงงานมาก ซึ่งทำให้เงินลงทุนน่าจะต่ำกว่า 30,000 เหรียญสหรัฐต่อตันต่อวัน ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยเงินลงทุนของโรงงานแบบเดียวกันในสหรัฐอเมริกามาก ยกตัวอย่างเช่น กรณีของเมืองรีโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล เอลิเลเนอ บริโต ผู้จัดการสหกรณ์ผู้เร่เก็บของเก่าขายและผู้ประสานงานโครงการรีไซเคิลของแผนกรักษาความสะอาดของเทศบาลเมืองรีโอเดอจาเนโรบอกว่า “แม้จะมีข้อมูลในพื้นที่ไม่มากนัก แต่จากข้อมูลที่มีอยู่ชี้ว่าอุตสาหกรรมรีไซเคิลได้ช่วยสร้างงานและใช้เงินลงทุนน้อย เมื่อเทียบกับภาคเศรษฐกิจส่วนอื่น  ในกรุงรีโอต้นทุนโรงแยกขยะแต่ละแห่งคิดเฉลี่ยที่ 25,000 เหรียญสหรัฐ และจ้างงานได้ประมาณ 20 คน ปัจจุบันเรามีสหกรณ์ 14 แห่งที่ผลิตวัสดุรีไซเคิลจำนวน 2,000 ตันต่อเดือนและจ้างงาน 414 คน”

เมื่อถัวเฉลี่ยมูลค่าอุปกรณ์ของโรงงานรีไซเคิลในบราซิลต่อปริมาณขยะหนึ่งตันต่อวัน เราพบว่ามีต้นทุนประมาณ 5,300 เหรียญสหรัฐ ซึ่งถูกกว่าต้นทุนเฉลี่ยของโรงเผาขยะอย่างน้อย 26 เท่า

โครงการรีไซเคิลหลายแห่งในประเทศอียิปต์เน้นการใช้แรงงานและลงทุนน้อย และเป็นตัวอย่างโรงงานรีไซเคิลในประเทศกำลังพัฒนาด้านอุตสาหกรรม โดยมีการจ้างคนงานเฉลี่ยประมาณ 89 คนต่อการคัดขยะ 10,000 ตันต่อปี

ในสหรัฐอเมริกา สำหรับปริมาณขยะเท่านี้พวกเขาจ้างคนงานเพียง 11 คน

ที่กรุงไคโร แรงงานนอกระบบเร่เก็บขยะจากบ้านเรือนต่าง ๆ ในเมืองถึงหนึ่งในสามหรือประมาณ 988,400 ตันต่อปี ร้อยละ 80 ของขยะเหล่านี้มีการนำกลับมาใช้ใหม่ เขตโมกัตตัมซึ่งอยู่ชานกรุงไคโรเป็นที่ตั้งของโรงงาน 928 แห่งที่เก็บและคัดขยะเป็น 16 ประเภทโดยไม่ใช้เครื่องจักรกลใด ๆ เลย ยกเว้นรถบรรทุกขยะ พวกเขาขายวัสดุที่คัดแยกเหล่านี้ให้กับพ่อค้าคนกลางและโรงงานรีไซเคิล อุตสาหกรรมรีไซเคิลขนาดเล็ก 228 แห่งในเขตโมกัตตัมใช้เงินลงทุน 1,805,350 LE (426,000 เหรียญสหรัฐ) หรือคิดเป็นมูลค่าเครื่องจักรโดยเฉลี่ย 1,900 LE (~450 เหรียญสหรัฐ) ต่อขยะหนึ่งตันต่อวัน

เทศบาลกรุงไคโรไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เลยสำหรับการนำขยะ 791,100 ตันต่อปีมาใช้ใหม่ ภาคเศรษฐกิจนอกระบบเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด

โรงงานหมักปุ๋ยตามธรรมชาติหรือโรงหมักปุ๋ยอินทรีย์ อาจมีต้นทุนน้อยกว่าโรงงานรีไซเคิลเสียอีก โรงงานแบบนี้สามารถทำได้ในขนาดเล็กและใช้เทคโนโลยีต่ำ สามารถทำที่หลังบ้านหรือในระดับชุมชนขนาดเล็กได้ แม้แต่โรงงานขนาดใหญ่ก็ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีระดับสูง เพียงแต่อาจต้องใช้รถยกเพื่อนำขยะอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้มากองไว้ โรงบำบัดขยะแบบย่อยสลายอาจต้องใช้ระบบภาชนะปิด (In-vessel) ซึ่งเป็นระบบปิดและมีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้น ในสหรัฐอเมริกา การบำบัดขยะด้วยการหมักปุ๋ยซึ่งใช้เทคโนโลยีต่ำมีต้นทุน 5,000-13,000 เหรียญสหรัฐต่อปริมาณปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตได้หนึ่งตันต่อวัน

ต้นทุนของโรงงานเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับขนาดและเครื่องจักรกลที่ใช้ โรงงานบางแห่งอาจใช้แค่เครื่องตัดขยะเป็นชิ้น ๆ และรถยกขยะไปกอง บางโรงอาจจะมีอ่างสำหรับบดขยะ (tub grinder) และ/หรือเครื่องหั่นขยะ โรงบำบัดขยะด้วยการหมักปุ๋ยซึ่งใช้เทคโนโลยีต่ำมักมีขนาดเล็ก และบำบัดขยะได้น้อยกว่า 10,000 ตันต่อปี

การหมักปุ๋ยที่ทำกันหลังบ้านเป็นเทคนิคการหมักปุ๋ยที่ใช้เทคโนโลยีต่ำและมีขนาดเล็กสุดเท่าที่มีอยู่ ต้นทุนของการบำบัดขยะหลังบ้านแบบนี้ ไม่มีอะไรมากไปกว่าการทำอ่างสำหรับหมักขยะให้เป็นปุ๋ยตามบ้านเรือนทั่วไป

“โรงงานหมักปุ๋ยที่ใช้เทคโนโลยีต่ำในประเทศกำลังพัฒนา ใช้เงินลงทุนด้านอุปกรณ์น้อยกว่าโรงเผาขยะถึง 75 เท่า”

การหมักปุ๋ยอินทรียวัตถุยังสามารถทำในขนาดใหญ่ได้ การศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า โรงงานหมักปุ๋ยขนาดใหญ่ (270-500 ตันต่อวัน) อาจใช้เงินลงทุนระหว่าง 1.5 ล้านถึง 45 ล้านเหรียญสหรัฐขึ้นอยู่กับความสามารถในการหมักปุ๋ยและความซับซ้อนของระบบ ซึ่งโรงงานเหล่านี้มีต้นทุนค่าลงทุนเฉลี่ยวันละ 5,600-90,000 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งยังน้อยกว่าเงินลงทุนเบื้องต้นของโรงเผาขยะในเขตเทศบาลมากมายนัก

ในประเทศกำลังพัฒนา มีหลายตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นความสำเร็จของโครงการหมักปุ๋ยขนาดเล็กซึ่งทำกันที่บ้านและชุมชน ในประเทศอินเดียโครงการหมักปุ๋ยและรีไซเคิลระดับชุมชนขององค์การ Exnora International ซึ่งมีขนาดเล็กใช้เงินลงทุนด้านอุปกรณ์เพียง 1,650 เหรียญสหรัฐต่อขยะที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้หนึ่งตันต่อวัน ประมาณร้อยละ 90 ของขยะจากบ้านเรือนถูกนำมาบำบัดภายใต้โครงการนี้

โครงการหมักปุ๋ยอินทรียวัตถุในลักษณะเดียวกันมีอยู่ที่บารังไกซันวัลเลย์ ในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีต้นทุนการหมักปุ๋ย 1,800 เหรียญสหรัฐต่อตันต่อวัน  ซึ่งน้อยกว่าเงินลงทุนในโรงเผาขยะถึง 75 เท่า ชุมชนหลายแห่งในประเทศโลกฝ่ายใต้อาจเริ่มต้นโครงการหมักปุ๋ยโดยไม่มีเงินลงทุนหรือเครื่องจักรกลในเบื้องต้นเลยก็ได้ ในอินเดีย โครงการหลายแห่งประสบความสำเร็จจากแค่การขุดร่องสำหรับให้ไส้เดือนลงไปช่วยหมักปุ๋ยอินทรีย์ ชาวบ้านมักขุดร่องเหล่านี้ที่หลังบ้านและในที่ว่าง ค่าใช้จ่ายที่มีอาจเป็นการซื้อถังพลาสติกเพื่อให้แต่ละครัวเรือนเก็บรวบรวมขยะอินทรีย์เท่านั้น

โรงเผาขยะมีต้นทุนดำเนินการสูงสุด

โครงการหมักปุ๋ยและรีไซเคิลขยะมักมีต้นทุนดำเนินการต่อปริมาณขยะที่ต่ำกว่าโรงเผาขยะเป็นจำนวนมากเสมอ นอกจากนั้น ยิ่งมีการรีไซเคิลและการหมักปุ๋ยมากเท่าไร โครงการเหล่านั้นก็จะมีความคุ้มทุนมากยิ่งขึ้น

ประเด็นหนึ่งที่เรามักมองข้ามไปเวลาเปรียบเทียบต้นทุนของการรีไซเคิลและการหมักปุ๋ยกับการเผาขยะคือในการคำนวณต้นทุนของการรีไซเคิลและหมักปุ๋ยจะรวมเอาต้นทุนการจัดเก็บขยะไว้ในตัวอยู่แล้ว โดยทั่วไปต้นทุนของโครงการรีไซเคิลและหมักปุ๋ยประกอบด้วยต้นทุนการจัดเก็บ การคัดแยกขยะ และการสร้างระบบหมักขยะ ในทางตรงข้าม โรงเผาขยะนอกจากจะมีมีต้นทุนดำเนินการแล้วยังต้องจ่ายต้นทุนการจัดเก็บขยะอีกต่างหากด้วย ในประเทศกำลังพัฒนาด้านอุตสาหกรรมซึ่งมีระบบรีไซเคิลและหมักปุ๋ยขนาดเล็ก ซึ่งคนงานเก็บขยะจะใช้จักรยานถีบหรือเกวียนเพื่อเก็บขยะ เทศบาลต่าง ๆ สามารถประหยัดต้นทุนการจัดเก็บขยะได้เพราะไม่ต้องใช้รถออกไปเก็บขยะ การใช้รถบรรทุกเก็บขยะมักเป็นต้นทุนการดำเนินการสำหรับการจัดการขยะที่แพงที่สุด และเป็นต้นทุนที่จำเป็นสำหรับโรงเผาขยะ ค่าน้ำมันรถ ค่าแรงคนขับและค่าประสานงานรถขนขยะ ค่าเสื่อมราคา เงินเดือนของคนขับรถล้วนแต่เป็นต้นทุนทั้งสิ้น

โครงการรีไซเคิลและหมักปุ๋ยขนาดเล็กของ Exnora International ในอินเดียเป็นตัวอย่างที่ดีในกรณีนี้ คนงานจะเก็บขยะอินทรีย์และขยะรีไซเคิลรวม ๆ กันในรถสามล้อถีบ และเอาไปคัดแยกที่โรงงาน “ของเสียเหลือศูนย์” ซึ่งกระจายอยู่ทั่วไป โครงการแต่ละแห่งให้บริการได้ 200 ครัวเรือน มีต้นทุนสำหรับค่าแรงและการบำรุงรักษารถสามล้อและศูนย์บำบัดขยะเพียงประมาณ 50 เหรียญสหรัฐต่อเดือน ในทางตรงข้าม ในการให้บริการ 200 ครัวเรือนเท่ากัน เทศบาลต้องใช้เงิน 400 เหรียญสหรัฐต่อเดือนเพื่อจัดเก็บ ขนส่ง และนำขยะไปบำบัด ในขณะที่โรงเผาขยะจะใช้ต้นทุนสูงกว่านี้มากมายนัก

 

ผลิตภัณฑ์กระดาษที่ควรหลีกเลี่ยง

กระดาษกรองเครื่องต้มกาแฟ

เครื่องต้มกาแฟของคุณควรใช้กรวยกรองทองเหลืองหรือใช้กรวยกรองชนิดที่ไม่ต้องทิ้งแทนที่จะใช้กระดาษกรอง  ถุงกรองที่ทำด้วยผ้าฝ้ายที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ก็มีเช่นกัน  ทางเลือกอีกประการหนึ่งคือ ใช้เครื่องทำกาแฟแบบ Plunger

กระดาษม้วนใช้ในครัว

ไม่ควรใช้กระดาษม้วนในครัวแม้ว่าจะผลิตด้วยเยื่อกระดาษไม่ฟอกขาว  ควรเลือกใช้ผ้าแทน

ถ้วยและจานกระดาษ

ผลิตภัณฑ์กระดาษเหล่านี้เคลือบด้วยไขหรือพลาสติกเพื่อป้องกันการซึมน้ำและไม่อาจย่อยสลายได้ด้วยชีววิธี  ทั้งยังสร้างปัญหาขยะเช่นเดียวกับถ้วยและจานโฟมชนิดปลอดซีเอฟซี (Chlorofluorocarbon – CFC)   ทางแก้ปัญหาคือใช้ภาชนะกระเบื้อง โลหะเคลือบ สังกะสี หรือภาชนะพลาสติกชนิดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้

กระดาษรองจาน

อย่าใช้กระดาษรองจาน และต่อว่าร้านอาหารเมื่อเห็นมันบนโต๊ะอาหาร  ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้เป็นขยะที่ไม่จำเป็นและไม่อาจนำไปรีไซเคิลได้

ถุงกระดาษแก้ว

ผลิตภัณฑ์จำพวกนี้ผลิตขึ้นจากเส้นใยเซลลูโลส  แต่ไม่มีกระบวนผลิตเซลลูโลสบริสุทธิ์ซึ่งจำเป็นต่อการผลิตกระดาษแก้วใดๆ ในปัจจุบันที่ไม่ต้องใช้คลอรีนจำนวนมหาศาล   ถุงกระดาษแก้วฉีกขาดง่ายและนำมาใช้ใหม่ได้ไม่กี่ครั้ง

ซองจดหมาย/เอกสาร

ไม่ใช้ซองจดหมายแบบเจาะช่องหน้าต่างติดพลาสติก  นอกจากคุณมั่นใจว่าช่องหน้าต่างใสนั้นผลิตจากแป้งข้าวโพดหรือวัสดุธรรมชาติอื่นๆ ที่ย่อยสลายได้ด้วยชีววิธี และไม่ใช้ซองจดหมายที่มีส่วนประกอบของกาวสังเคราะห์  เช่น ซองจดหมายแบบมีกาวในตัว  พลาสติกและกาวสงเคราะห์รบกวนกระบวนการรีไซเคิล

กางเกงในและถุงน่องชนิดใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง

เป็นผลิตภัณฑ์กระดาษที่ใช้แล้วทิ้งชนิดที่แย่มาก  อย่าซื้อเด็ดขาด!

กระดาษรองโถห้องน้ำ

ผลิตภัณฑ์ไร้สาระที่ไม่จำเป็นอีกชนิดหนึ่งของสังคมที่ถูกครอบงำด้วยสุขอนามัยเกินขนาด

กระดาษชำระ

ผ้าเช็ดหน้าเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

กระดาษห่อของขวัญ

กระดาษที่มีสีสันแพรวพราวมากเท่าใดก็ยิ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากเท่านั้น  ซื้อกระดาษห่อของขวัญที่เรียบง่าย ไม่ฟอกขาว และไม่เคลือบสารพิเศษ  และนำกระดาษของขวัญมาใช้ใหม่มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  หรือหลีกเลี่ยงการใช้กระดาษห่อของขวัญไปเลย

การรีไซเคิลกระดาษ

สิ่งที่ดีที่สุดในสำนักงานคือ ควรแยกกระดาษถ่ายเอกสารและกระดาษติดต่อภายในสำนักงานออกจากกระดาษชนิดอื่นๆ เพราะสามารถนำไปใช้ผลิตกระดาษรีไซเคิลคุณภาพสูงได้ เช่น กระดาษถ่ายเอกสาร  การทิ้งกระดาษชนิดอื่น ปะปนกับกระดาษาถ่ายเอกสารและกระดาษติดต่อภายในสำนักงานจะเป็นอุปสรรคต่อการรีไซเคิลกระดาษอย่างยิ่ง

ควรแยกเก็บกระดาษแข็งและกระดาษพิมพ์ไว้ต่างหาก เพราะนำไปรีไซเคิลได้ง่ายกว่า

ถ้าคุณมีข้อสงสัยว่ากระดาษที่คุณส่งไปรีไซเคิลเคลือบด้วยไขหรือพลาสติกหรือไม่  อย่าเก็บรวมกับกล่องกระดาษหมุนเวียน และหลีกเลี่ยงการซื้อในครั้งต่อไป และควรเก็บกระดาษหนังสือพิมพ์แยกจากกระดาษชนิดอื่นๆ ด้วย

ประหยัดกระดาษในสำนักงาน

วิธีประหยัดกระดาษทำได้หลายทาง ตัวอย่างเช่น ใช้กระดาษทั้งสองหน้าบันทึกแทนการใช้กระดาษเพียงด้านเดียว  พยายามถ่ายเอกสารแบบสองหน้า และอย่าถ่ายเอกสารเกินกว่าความจำเป็นใช้จดหมายเวียนเพื่อแจ้งบันทึกที่ไม่เร่งด่วน หรือติดประกาศที่ป้ายประกาศแทนการถ่ายเอกสารให้ทุกคนที่เกี่ยวข้อง

เป็นความคิดที่ดีที่จะซื้อถาดเฉพาะไว้ใส่กระดาษที่ใช้ด้านหนึ่งแล้วจากเครื่องพิมพ์และเครื่องถ่ายเอกสาร (ปกติแล้วกระดาษดังกล่าวจะถูกทิ้ง)  กระดาษอีกด้านหนึ่งอาจใช้ถ่ายเอกสารหรือบันทึกภายใน

…และที่บ้าน

หลีกเลี่ยงการซื้อผลิตภัณฑ์ที่ใช้บรรจุภัณฑ์เกินความจำเป็น  และหลีกเลี่ยงการซื้อเครื่องดื่มบรรจุกล่อง  จำไว้ว่าครึ่งหนึ่งของกระดาษทั้งหมดในสหรัฐอเมริกาใช้เพื่อการบรรจุหีบห่อและตกแต่งผลิตภัณฑ์

ความคิดที่เข้าทีประการหนึ่งคือ ตรวจสอบสิ่งของที่จะทิ้ง โดยการแยกกระดาษทั้งหมดออกจากถังขยะในครัวเรือนหรือสำนักงานเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์หรือหนึ่งเดือนแล้วเก็บรวมรวมต่างหาก (เช่นเดียวกับแก้ว กระป๋อง และพลาสติก) หลังจากหนึ่งสัปดาห์หรือหนึ่งเดือนผ่านไป คุณจะมีจิตสำนึกมากขึ้นเกี่ยวกับขยะที่คุณสร้างขึ้น  ประเมินปริมาณขยะที่คุณทำให้เกิดได้  และคุณจะหลีกเลี่ยงการสร้างขยะได้โดยเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยในการบริโภค


“ปูพรม” : การผลิตที่สะอาด(5)

บริษัทอินเตอร์เฟส (Interface, Inc.)  – บริการปูพรมแต่ไม่ขายพรม

ในปี พ.ศ.2537 บริษัทอินเตอร์เฟส ซึ่งเป็นบริษัทผลิตพรมและเครื่องตกแต่งภายในชั้นนำของประเทศได้เปลี่ยนภาพของบริษัทมูลค่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ให้เป็น “บริษัทนิเวศอุตสาหกรรมและการค้ารายแรกของโลก”

แทนที่จะขายพรมชิ้นทั้งห้องบริษัทได้คิดออกแบบพรมที่เป็นแผ่นๆ มาประกอบกันและสามารถเปลี่ยนที่ละชิ้นได้เมื่อชำรุด บริษัททำสัญญากับผู้ซื้อว่าให้บริการพรมคุณภาพสูงและรับเปลี่ยนพรมที่ชำรุดให้ บริษัทยังคงเป็นเจ้าของพรมเหล่านี้และเป็นผู้รับผิดชอบดูแลรักษาซ่อมแซมและรีไซเคิลในที่สุด

การที่บริษัทรับผิดชอบสินค้าตลอดทั้งวงจรชีวิตจึงกล้ายืนยันเรื่องการรีไซเคิล และนำเอาวัตถุดิบมาใช้ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งหลีกเลี่ยงการฝังกลบ

ปัจจุบันบริษัทได้คิดค้นพรมที่เป็นปุ๋ยได้ พรมนี้ทำจากเส้นใยธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ ซึ่งบริษัทหวังว่าจะทำขยายการผลิตให้มากขึ้น  ปัจจุบันบริษัทสามารถประหยัดได้กว่า 20 ล้านจากนโยบายการเช่าซื้อและการใช้เทคโนโลยีที่สะอาดขึ้นในโรงงาน