เปิดเผยข้อจำกัดของโรงบำบัดน้ำเสียรวม-An Expose of the Limitation of Common Effluent Treatment Plans)

ช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา หน่วยงานของรัฐซึ่งถูกชี้นำโดยสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เช่นธนาคารโลก ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย เป็นต้น ได้ผลักดันให้โรงบำบัดน้ำเสียรวมเป็นคำตอบมหัศจรรย์ในการแก้ปัญหามลพิษที่เกิดจากอุตสาหกรรมและ/หรือชุมชน โดยสามัญสำนึกผนวกกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ พิสูจน์ให้เห็นว่า โรงบำบัดน้ำเสียรวมไม่ใช่ทั้งสิ่งมหัศจรรย์หรือทางออกของปัญหา โรงบำบัดน้ำเสียรวมไม่สามารถขจัดมลพิษให้หมดไปได้ ความเป็นจริงคือทุกพื้นที่ที่มีโรงบำบัดน้ำเสียรวมดำเนินการอยู่เป็นพียงสถานที่รวบรวมมลพิษจากแหล่งกำเนิดประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมและปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม แม้จะรับรู้ถึงข้อจำกัดของเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียรวม รัฐบาลยังคงสนับสนุนโครงการก่อสร้างระบบบำบัด    น้ำเสียรวมในฐานะเป็นคำตอบทั้งหมดเพื่อตอบรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนต่อปัญหาที่เพิ่มมากขึ้นของ  มลพิษในดินและน้ำจากอุตสาหกรรมสกปรกทั้งหลาย   ในที่นี้จะชี้ให้เห็นว่าทำไมโรงบำบัดน้ำเสียรวมจึงล้มเหลว เสนอเหตุผลเพื่อยุติการลงทุนที่จะมีขึ้นต่อไปกับเทคโนโลยีที่ไร้ประสิทธิภาพนี้ และมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาที่แท้จริงซึ่งนำเราไปสู่เส้นทางของการผลิตที่สะอาด โครงการบำบัดน้ำเสียรวมสมุทรปราการ กรมควบคุมมลพิษและธนาคารพัฒนาเอเชียอ้างว่า   โครงการจัดการน้ำเสียสมุทรปราการซึ่งประกอบด้วยโครงข่ายท่อรวบรวมน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียรวมเป็นทางเลือกที่เป็นจริงทางเลือกเดียวที่จะช่วยฟื้นฟู   คุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและในอ่าวไทย รวมทั้งลดปริมาณสารมลพิษและโลหะหนักต่างๆ ที่ไปตกตะกอนสะสมอยู่ก้นอ่าว โดยการดักน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม บ้านเรือนและสถานประกอบการต่าง ๆ ผ่านท่อลอดใต้ดินและส่งไปยังโรงบำบัดน้ำเสียส่วนกลางที่ตำบลคลองด่าน หลังจากผ่านกระบวนการบำบัดต่าง ๆ เช่น การบำบัดขั้นต้นโดยการกรอง การตกตะกอน การบำบัดทางชีวภาพโดยการเติมอากาศและตกตะกอนจุลินทรีย์เป็นต้น น้ำเสียจากโรงบำบัดพร้อมที่จะปล่อยออกสู่ทะเลทางท่อระบายน้ำทิ้ง โรงบำบัดน้ำเสียรวมทำอะไร เมื่อพิจารณาว่าน้ำเสียจากอุตสาหกรรม (หรือจากบ้านเรือน) มีคุณลักษณะที่คล้ายคลึงกัน น้ำเสียก็สามารถเข้ากับพารามิเตอร์พื้นฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ปริมาณของแข็งละลายทั้งหมด (TDS), ปริมาณของแข็งแขวนลอยทั้งหมด(TSS), ความต้องการออกซิเจนทาง  ชีวเคมี(BOD), ความต้องการออกซิเจนเชิงเคมี(COD) และความเป็นกรดด่าง(pH)เพื่อเป็นไปตามค่ามาตราฐานน้ำทิ้งสำหรับพารามิเตอร์ดังกล่าว น้ำทิ้งที่บำบัดแล้วจากโรงบำบัดน้ำเสียรวมมีความสะอาดและไร้มลสารพิษปนเปื้อนหรือไม่ ไม่เลย แม้ว่ามาตรฐานสำหรับพารามิเตอร์พื้นฐานจะเป็นตามที่กำหนดไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่าน้ำทิ้งจากโรงบำบัดรวมจะปลอดภัยหรือไร้มลพิษ น้ำเสียอุตสาหกรรม(แม้ว่าจะถูกนำมาบำบัดรวมกับน้ำเสียจากบ้านเรือนในกรณีของโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียที่คลองด่าน) มีอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากมีสารมลพิษตกค้างยาวนานที่คุกคามต่อชีวิต สารอินทรีย์ระเหย และโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว แคดเมียม อาร์เซนิก โครเมียม และปรอท เป็นต้น โรงบำบัดน้ำเสียมักไม่ได้ชี้ให้เห็นปัญหาเหล่านั้น หรือไม่ได้ถูกเรียกร้องให้มีการติดตามตรวจสอบหรือบำบัดมลพิษเหล่านั้น โรงบำบัดน้ำเสียรวมไม่สามารถกำจัดสารมลพิษตกค้างยาวนานที่มีอยู่หลายชนิด ไม่สามารถกำจัดโลหะหนัก และไม่พูดถึงแม้กระทั่งสารประกอบอินทรีย์ระเหย ทำไมโรงบำบัดน้ำเสียไม่ใช่ทางออกของปัญหา ในทางทฤษฎี โรงบำบัดน้ำเสียรวมก็ยังไม่ใช่คำตอบของการบำบัดน้ำเสียอุตสาหกรรมจากแหล่งอุตสาหกรรมที่หลากหลาย น้ำเสียจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ มีสารพิษที่หลากหลายในระดับที่แตกต่างกันไม่เพียงแต่เท่านั้น บ่อยครั้งน้ำเสียอุตสาหกรรมที่มีส่วนผสมอันสลับซับซ้อนของสารพิษซึ่งต้องการวิธีการที่แตกต่างกันในการบำบัดหรือทำลาย ส่วน การนำน้ำเสียจากบ้านเรือนมาบำบัดรวมกับน้ำเสียอุตสาหกรรมในโครงการบำบัดน้ำเสียที่คลองด่าน สมุทรปราการ เป็นเพียงการเจือจางสารมลพิษ และแพร่กระจายมลพิษจากตัวกลางสิ่งแวดล้อมหนึ่งไปสู่    สิ่งแวดล้อมอีกอันหนึ่งเท่านั้น ปัญหาเหล่านี้จะมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นด้วยความจริงที่ว่าโรงบำบัดน้ำเสียต้องทำงานให้เต็มประสิทธิภาพสูงสุด น้ำเสียที่เข้ามาจำเป็นต้องถูกควบคุมและมีความคงที่สม่ำเสมอ และคุณลักษณะของน้ำทิ้งจำเป็นต้องสอดคล้องต้องกันเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งในทางปฏิบัติสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น แทนที่จะกำจัดมลพิษ โรงบำบัดน้ำเสียรวมจะทำการกระจายมลพิษจากของเหลวไปสู่รูปของกากตะกอนซึ่งลดการปนเปื้อนมลพิษในน้ำผิวดิน แต่ทำให้เกิดกากของเสียเป็นพิษเพิ่มขึ้น ซึ่งต้องมีการจัดการอีกต่อไป โดยมุ่งความสนใจไปที่ของเสียที่เป็นของเหลว โรงบำบัดน้ำเสียรวมมีแนวโน้มที่จะหลีกเลี่ยงความจริงที่ว่า ไม่เพียงแต่สร้างของเสียที่เป็นกากตะกอนจำนวนมหาศาล  แต่ยังก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศจากมลสารระเหยออกสู่     สิ่งแวดล้อมใน พ.ศ. 2542 กรีนพีซทำการวิเคราะห์คุณภาพ น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วจากโรงบำบัดน้ำเสียรวมหลายแห่งในรัฐกุจราช ประเทศอินเดีย ตัวอย่างเช่น โรงบำบัดน้ำเสียที่วาปี น้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดแล้วมีมลสารอินทรีย์ที่มีคลอรีนเป็นองค์ประกอบหลายชนิด เช่น เฮกซาคลอโรเบนซีนและโพลีคลอริเนเตดไบฟีนีลซึ่งมีความเป็นพิษสูง น้ำเสียที่บำบัดแล้วยังมีแคดเมียมในระดับสูง โครเมียม คอปเปอร์ ตะกั่ว แมงกานีส ปรอท นิเกิล และสังกะสีในระดับที่สามารถวัดได้ [1] มีการอ้างถึงความสำเร็จของ Werribee Treatment Complex ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นต้นแบบที่นำมาใช้กับโครงการบำบัดน้ำเสียรวมที่คลองด่านโรงบำบัดน้ำเสีย Werribee มีพื้นที่มากกว่า1 ล้านเฮกแตร์ รับน้ำเสียประมาณ 40 % จากชุมชน และอีกราว 70-80 % เป็นน้ำเสียอุตสาหกรรม เนื่องจากขนาดที่ใหญ่โตของระบบบำบัด จึงไม่มีการพูดถึงผลกระทบจากของเสียอุตสาหกรรมมากนัก เมื่อเทียบกับระบบบำบัดน้ำเสียอื่น ๆ ที่มีขนาดเล็กกว่า อย่างไรก็ตาม เป็นที่ชัดเจนว่าสารพิษตกค้างจะไม่ถูกทำลายในกระบวนการนี้ แต่จะสะสมอยู่ในกากตะกอนของเสียการศึกษาในปี พ.ศ. 2536 โดยภาควิชาเคมีประยุกต์ที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเมลเบอร์น พบว่ากากตะกอนของโรงบำบัดน้ำเสียที่ Werribeeมีโลหะหนักจำพวกโครเมียม ทองแดง สังกะสีแคดเมียม นิเกิล ตะกั่ว ดีบุก ปรอท อาร์เซนิก ปนเปื้อนอยู่ในระดับที่สูงกว่า 10 เท่า ของข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่ระบุไว้ … More

Rate this: