เรื่องของกระดาษ : วิธีทำเยื่อเคมี

ปัจจุบัน การทำเยื่อเคมีแบ่งเป็น 2 กระบวนการหลักๆ และทั้งสองกระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับการใช้สารที่มีกำมะถันเป็นองค์ประกอบ โรงงานผลิตเยื่อเคมีจึงมักส่งกลิ่นก๊าซไข่เน่า การทำเยื่อเคมีจะให้เส้นใยที่บริสุทธิ์ กล่าวคือเส้นใยจะมีส่วนของลิกนินและสารอื่นๆ เหลือน้อยมาก เนื่องจากเนื้อไม้ร้อยละ 50 เท่านั้นที่มีเซลลูโลสเป็นส่วนประกอบ ดังนั้นเนื้อไม้ไม่ถึงครึ่งจึงแปรรูปเป็นกระดาษ ส่วนที่เหลือจะถูกเผาเป็นเชื้อเพลิง ให้พลังงานและไอน้ำสำหรับการใช้ในกระบวนการทำเยื่อต่อไป

เยื่อเคมีและเฉพาะอย่างยิ่งเยื่อคราฟท์ มีความแข็งแรงกว่าเยื่อเชิงกล จึงเหมาะสำหรับทำกระดาษแข็ง กระดาษลูกฟูก รวมทั้งกระดาษพิมพ์และกระดาษชำระลิกนินที่เจือปนอยู่ในเส้นใยมีผลให้เนื้อกระดาษมีสีเหลืองเวลาถูกแสง กระบวนการนี้เรียกว่าความขาวสว่างคืนตัว (Brightness reversion) กระดาษที่ผลิตด้วยเยื่อเคมีประกอบด้วยลิกนินปริมาณน้อยจึงไม่มีปัญหาในเรื่องสีเหลืองเวลาที่กระดาษถูกแสง เยื่อเคมียังสามารถทำให้บริสุทธิ์มากยิ่งขึ้นสำหรับใช้ผลิตสารเสริมแต่งอาหาร พลาสติกสำหรับห่อหุ้มอาหาร และใยสังเคราะห์จำพวกเรยอง

จากปาปีรัส(Papyrus) สู่กระดาษ(Paper)

วัสดุลักษณะคล้ายคลึงกับกระดาษ เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เก่าแก่ที่สุดจากยุคอารยธรรมอันเจริญรุ่งเรือง  กระดาษเป็นสื่อเครื่องมือยุคแรกในการบันทึกความรู้  ความคิด และถ่ายทอดส่งต่อระหว่างบุคคล  วัฒนธรรม จากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง

กระดาษและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระดาษแข็ง ผลิตจากส่วนประกอบเส้นใยเซลลูโลสของพืช  คำว่า “เปเปอร์“ ( Paper) มาจากภาษาอียิปต์โบราณว่า ปาปีรัส ( Papyrus) หมายถึง พืชน้ำจำพวกต้นอ้อ ต้นกก ซึ่งเคยใช้ทำกระดาษด้วยการแผ่ลำต้นออกแช่น้ำ เรียงสลับเป็นชั้นๆ รูปกากบาท  จากนั้นนำมาทุบเป็นแผ่นหยาบๆ แล้วตีแรงๆ เป็นแผ่นยาวจนสำเร็จจึงม้วนเก็บรวมไว้ด้วยกัน

ปาปีรัสและแผ่นหนังซึ่งทำอย่างปราณีตจากหนังสัตว์ (ลูกวัวหรือลูกแกะ) มีความเหนียวมากเป็นวัสดุสำหรับใช้เขียนเพียงชนิดเดียวในยุโรปตะวันตก  จวบจนถึงศตวรรษที่ 12  ชาว Moors ในสเปนนำวิธีการทำกระดาษของจีนเข้าสู่ยุโรปโดยใช้วัสดุจากพืชชนิดอื่น เช่น ไม้ไผ่  ป่าน  ฟางข้าว  และปอกระเจา

จากประดิษฐกรรมด้านข่าวสารการพิมพ์  และการเพิ่มขึ้นของการอ่านออกเขียนได้ในศตวรรษถัดมา  ส่งผลให้ความต้องการกระดาษเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่าการตอบสนองของลินินและเส้นใยจากหญ้า  และ “ภาวะกระดาษขาดแคลน”  เริ่มคุกคามการค้าการพาณิชย์เป็นระยะๆ

ช่วงกลางศตวรรษที่ 19  การคิดค้นกระบวนการทำกระดาษจากไม้  ไม่เพียงแก้ไขปัญหาการผลิตสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคได้เท่านั้น  แต่เป็นการสร้างตลาดใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไม้อีกด้วย

ปัจจุบันนี้ผลิตภัณฑ์กระดาษถูกมองว่าเป็นของธรรมดาสามัญประเภทหนึ่ง และยากที่จะจินตนาการชีวิตประจำวันของเราที่ปราศจากกระดาษได้   นอกจากการใช้กระดาษและเส้นใยเซลลูโลสเพื่อบันทึกถ้อยคำแล้ว   มีการใช้ผลิตภัณฑ์กระดาษอย่างกว้างขวางมากมาย  รวมทั้งผลิตภัณฑ์หีบห่อ  บรรจุภัณฑ์  วัสดุทำฉนวน กันกระแทก ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด  และแม้กระทั่งสารเสริมแต่งอาหาร  หากปราศจากกระดาษเสียแล้ว  รัฐบาล อุตสาหกรรมและระบบการศึกษาก็มิอาจปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

จากข้อเท็จจริงที่ว่า แผนภาพแสดงปริมาณกระดาษต่อประชากรมักจะถูกนำไปอ้างอิงชี้วัดมาตรฐานความเป็นอยู่ของประเทศ  จึงเป็นเรื่องที่สำคัญจำเป็นยิ่งยวดที่ต้องคิดค้นพัฒนาวิธีการที่สะอาดปลอดภัยและยั่งยืนสำหรับผลิตปัจจัยขั้นพื้นฐานดังกล่าวนี้