อุทกภัยแห่งศตวรรษในอินเดีย

india_mrg_2018230

สายฝนแห่งฤดูมรสุมถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วงอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลคือก่อให้เกิดอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในรัฐเคลาราของอินเดียนับตั้งแต่ปี ค.ศ.1924 (พ.ศ. 2467) เหตุเริ่มจากปริมาณฝนที่เทลงมาในวันที่ 8 สิงหาคม 2561 มีผู้คนนับล้านต้องอพยพ อีกหลายร้อยชีวิตต้องสูญเสีย บ้านเรือนเสียหายราว 50,000 หลัง ถือเป็นการตกของฝนที่มีปริมาณมากที่สุดของรัฐเคลาราในฤดูมรสุมนี้

ภาพบนแสดงปริมาณฝนตกสะสมระหว่างวันที่ 19 กรกฎาคมถึงวันที่ 18 สิงหาคม 2561 ปริมาณการตกสูงสุดในรัฐเคราลาเกิดขึ้นในวันที่ 20 กรกฎาคม และไปถึงระดับสูงผิดปกติระหว่างวันที่ 8 และ 16 สิงหาคม นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561 เป็นต้นมา พื้นที่แถบนี้รับการตกของฝนมากกว่าร้อยละ 42เทียบกับปริมาณการตกตามปกติในช่วงเวลาเดียวกัน ในช่วง 20 วันแรกของเดือนสิงหาคม รัฐเคราลามีฝนตกมากขึ้นร้อยละ 164 มากกว่าปริมาณการตกของฝนตามปกติ

ฝนยังตกแบบถล่มถลายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ภาคตะวันตกของเมียนมาร์เจอกับฝนที่กระหน่ำลงมาในช่วงกลางเดือนกรกฏาคมและเดือนสิงหาคม ก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ผู้คน 150,000 คน ต้องอพยพในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นอุทกภัยครั้งร้ายแรงในรอบ30 ปี ระดับน้ำในแม่น้ำ Bago และ Sittaung เพิ่มสูงที่สุดในรอบ 50 ปี แม่น้ำ Sittaung มีระดับสูง 7 ฟุต เกินระดับปลอดภัยของพื้นที่

ภาพเคลื่อนไหวด้านบนแสดงปริมาณฝนตกสะสมระหว่างวันที่ 19 กรกฎาคมถึงวันที่ 18 สิงหาคม 2561 ปริมาณการตกสูงสุดในเมียนมาเกิดขึ้นในวันที่ 29 กรกฎาคม

ข้อมูลข้างต้นมาจากเครื่องมือวัด Integrated Multi-Satellite Retrievals (IMERG) ภายใต้ภารกิจ Global Precipitation Measurement (GPM) ดาวเทียม GPM เป็นหัวใจสำคัญของการสังเกตการณ์การตกของฝนรวมถึงเครื่องมือวัดจาก Nasa องค์กรสำรวจอวกาศของญี่ปุ่นและองค์ระดับประเทศและสากลอีก 5 หน่วย การวัดปริมาณการตกของฝนภาคพื้นดินอาจมีระดับที่มากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

ที่มาข้อมูล : NASA Earth Observatory images by Joshua Stevens, using IMERG data from the Global Precipitation Mission (GPM) at NASA/GSFC. Story by Kasha Patel.

อุทกภัยในภาคใต้ของไทย

img_4832

 

ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายวันในเดือนมกราคม 2560 ส่งผลให้พื้นที่ภาคใต้ส่วนใหญ่จมอยู่ใต้น้ำ ในขณะที่น้ำท่วมในช่วงฤดูมรสุมนั้นเป็นปกติในภูมิภาคนี้ แต่ฤดูฝนนั้นจะหยุดลงในเดือนพฤศจิกายน

เครื่องมือ OLI บนดาวเทียม Landsat 8 จับภาพพื้นที่น้ำท่วมใกล้คลองปากกระในวันที่ 9 มกราคม 2560 ส่วนที่เป็นสีแทนและเหลืองในภาพคือพื้นที่น้ำท่วมที่มีตะกอนดิน ภาพถ่ายดาวเทียมที่สองเป็นภาพเปรียบเทียบพื้นที่เดียวกันในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เมื่อระดับน้ำต่ำกว่า

ข้อมูลจากหน่วยงานรัฐไทยระบุว่า ฝนตกที่เริ่มในวันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นปรากฎการณ์ฝนตกที่มีความรุนแรงมากที่สุดที่ส่งผลกระทบต่อไทยในรอบ 30 ปี มากกว่า 300,000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบ และสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานในวงกว้าง มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 36 คน

ในขณะที่สถานการณ์ฝนตกและน้ำท่วมคลี่คลายลงไปได้บ้างในหลายพื้นที่ นักพยากรณ์อากาศเตือนว่า อาจจะมีพายุฝนลูกใหม่เข้ามาสมทบอีกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ที่มา

Bangkok Post (2017, January 12) 36 dead, one missing in floods, many homeless. Accessed January 12, 2017.
Bangkok Post (2017, January 12) Bang Saphan Hospital reopens after flooded days. Accessed January 12, 2017.
Global Flood Observatory (2017, January 10) Thailand and Malaysia Flooding, January 10, 2017. Accessed January 12, 2017.
ReliefWeb (2017, January 9) Thailand Floods. Accessed January 12, 2017.
Reuters (2017, January 9) Thai floods kill 21 and hit rubber production. Accessed January 12, 2017.
The Weather Channel (2017, January 9) ‘Worst Rainfall in 30 Years’: Thailand Flooding Hits 700,000 People, Leaves 21 Dead. Accessed January 12, 2017.
NASA Earth Observatory images by Joshua Stevens, using Landsat data from the U.S. Geological Survey. Caption by Adam Voiland.

Instrument(s):
Landsat 8 – OLI

ภาวะโลกร้อนมีแต่เรื่องแย่เท่านั้นหรือ?

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเป็นเรื่องดีหรือร้ายนั้นขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองอย่างไร

บางภูมิภาค สัตว์และพืชบางชนิดพันธุ์อาจได้รับประโยชน์ แต่ส่วนใหญ่จะได้รับผลกระทบจากปัญหาและการเปลี่ยนแปลงอย่างทันทีทันใดซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ภัยแล้งและอุทกภัย พายุที่รุนแรง สัตว์ป่าและพรรณพืชที่ใกล้สูญพันธุ์ ล้วนเป็นข่าวร้ายไม่ว่าจะมองจากมุมใด

คำถามที่ตรงประเด็นมากกว่าคือ ผู้คนและสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะแบกภาระจากผลกระทบที่เกิดจากทางเลือกของตนหรือไม่ หรือจะให้ผู้อื่นรับภาระนี้ไป ทั้งนี้รวมถึงผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย อาจกล่าวได้ว่า ผู้คนที่อยู่ในส่วนที่ยากจนที่สุดของโลก เช่น ในเอเชียและแอฟริกา จะได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนมากที่สุด แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะเลวร้ายน้อยกว่าที่อื่นๆ