การผลิตที่สะอาดสนับสนุนการผลิตระดับท้องถิ่นและภูมิภาค

หลักสำคัญของการผลิตที่สะอาดคือการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและใช้วงจรหมุนเวียนวัสดุแบบปิดซึ่งมักจะทำได้สำเร็จในระดับท้องถิ่น  การผลิตที่สะอาดยังสนับสนุนความหลากหลายทางสังคมและวิธีการต่างๆ ที่จะนำชุมชนไปสู่การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน การผลิตที่สะอาดมักนำแนวคิดพื้นบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยวิธีการเชิงนิเวศ

ตัวอย่างเช่น อาหารจากเกษตรอินทรีย์เป็นผลิตภัณฑ์ที่สะอาดเพราะไม่ใช้สารพิษ และของเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตสามารถนำไปทำปุ๋ยได้  นับเป็นการหมุนเวียนวัสดุที่สะอาดและอยู่ในระบบปิด แต่ชนิดของอาหารจากเกษตรอินทรีย์และวิธีการผลิตอาหารประเภทนี้แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค  เช่นเดียวกับความแตกต่างของวิธีการในการขนส่ง การออกแบบโรงเรือน และวัสดุที่ใช้บรรจุหีบห่อ

ก้าวย่างแห่งธรรมชาติ (The Natural Step)

ก้าวย่างแห่งธรรมชาติในที่นี้เป็นชื่อกลุ่มองค์กรที่มีรากฐานอยู่บนชุดของหลักการทางนิเวศที่คิดขึ้นโดยแพทย์รักษาโรคมะเร็งชาวสวีเดน  องค์กรนี้ส่งแผ่นพับและเทปบันทึกเสียงที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างโรคภัยไข้เจ็บและมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม รวมถึงมุมมองใหม่เกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมไปยังทุกครัวเรือนทั่วประเทศสวีเดน

ก้าวย่างแห่งธรรมชาติ เสนอ “เงื่อนไขของระบบ” (system condition) 4 ข้อที่ต้องบรรลุเพื่อความยั่งยืน หลายบริษัททั่วโลกยอมรับหลักการดังกล่าว และถือเป็นความท้าทายของบริษัทที่จะปฏิบัติให้ได้

เงื่อนไขทั้ง 4 ข้อได้แก่

  1. ธรรมชาติไม่สามารถทนได้ต่อการสะสมของสิ่งต่างๆ ที่ถูกสกัดออกมาจากพื้นผิวพื้นโลก (แร่ น้ำมัน ฯลฯ)
  2. ธรรมชาติไม่สามารถทนทานต่อการสะสมของสารประกอบตกค้างยาวนานที่มนุษย์สร้างขึ้น (อาทิ พีซีบี และดีดีที)
  3. ธรรมชาติไม่สามารถสร้างทรัพยากรใหม่ขึ้นมาทดแทนได้ทันกับจำนวนที่ถูกใช้หมดไป เช่นการจับปลามากและเร็วกว่าที่พวกมันจะขยายพันธุ์ได้ทัน การเปลี่ยนพื้นที่อุดมสมบูรณ์ให้ทะเลทราย
  4. ดังนั้น  ถ้าเราต้องการให้ชีวิตดำรงอยู่ได้ต่อไป  เราต้อง ก)ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และ ข) ส่งเสริมความเป็นธรรม การละเลยปัญหาความยากจนจะผลักดันให้คนจนหันมาใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อความอยู่รอดเฉพาะหน้า ทั้งๆที่ทรัพยากรนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในระยะยาว (อาทิ ป่าฝนเขตร้อน)

ตัวอย่างของการปฏิบัติที่เกิดจากอิทธิพลทางความคิดของ ก้าวย่างแห่งธรรมชาติ ต่อเกษตรกร ประชาชน และนักธุรกิจต่างๆ เช่น

  • สหพันธ์เกษตรกรแห่งสวีเดนส่งเสริมให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกลดการใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง  ปัจจุบันเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์ (มีอยู่ราวสองพันคนและเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว) ถูกนับถือว่าเป็นสุดยอดทางด้านเกษตรกรรม  เกษตรกรที่ทำการผลิตแบบดั้งเดิมจะได้รับความช่วยเหลือจากสหพันธ์  ถ้าพวกเขาต้องการเปลี่ยนมาทำเกษตรอินทรีย์
  • แวดวงการค้าปลีกของสวีเดนเริ่มให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเมื่อสิบปีที่แล้วเป็นเรื่องยากที่จะคิดว่าจะเกิดสิ่งนี้ขึ้น  ปัจจุบันไม่มีการขายกระดาษที่ฟอกขาวด้วยคลอรีนอีกต่อไป
  • บริษัทอีเลคทรอลักซ์ ซึ่งผลิตตู้เย็นและเครื่องใช้ไฟฟ้านานาชนิดตัดสินใจไม่นำสารฟรีออนที่มีความเป็นพิษต่ำมาใช้แทนสารซีเอฟซี–ฟรีออน แม้จะว่าปลดปล่อยสารพิษน้อยกว่า เพราะถือว่าการเปลี่ยนแปลงแบบนี้ก็ยังขัดต่อเงื่อนไขของระบบข้อที่ 2 อยู่ดี  โดยบริษัทเลือกที่จะทำวิจัยเพื่อค้นหาสารที่ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต