แถลงการณ์หมายเลข 6 เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ยืนยันคืนต้นไม้สองข้างทางเขาใหญ่ทำได้ ตอกย้ำกรมทางหลวงให้ร่วมมือกับประชาชนฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างจริงจัง

10 สิงหาคม 2556

หลังจากแถลงการณ์ฉบับที่ 4 ของเครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ภายหลังมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 8 มิถุนายน 2553 ให้ยุติการขยายทางหลวงหมายเลข 2090 ที่เหลืออยู่และฟื้นฟูส่วนที่ขยายไปแล้ว ปรากฎมีข่าวและความเคลื่อนไหวที่ก่อให้เกิดข้อสงสัยเคลือบแคลงว่ากรมทางหลวงก็ดี กรมป่าไม้ก็ดี นักการเมืองทั้งหลายก็ตาม อาจจะไม่มีความจริงใจและจริงจังในการดำเนินการตามมติ ครม.อย่างเร่งด่วน เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่เห็นว่าเพื่อให้เกิดหลักประกันที่แท้จริงในการฟื้นฟูระบบนิเวศน์สองข้างถนนและการสร้างคุณค่าพร้อมอรรถประโยชน์ให้เกิดแก่ชุมชนสองข้างทาง  สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและเครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่จึงยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลปกครองในวันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2553

ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2556 ศาลปกครองกลางได้พิพากษาให้กรมทางหลวงนำต้นไม้ตามชนิดประเภทขนาดเดียวกันหรือใกล้เคียงกันและในจำนวนเท่ากันกับต้นไม้ที่ถูกตัดโค่นแล้วตามบัญชีที่ได้สำรวจบันทึกเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2552 ไปปลูกทดแทน ตามแนวเขตทางหลวงสาย 2090 โดยให้เริ่มดำเนินการภายใน 60 วัน เพื่อให้มีสภาพใกล้เคียงของเดิมให้มากที่สุด

หลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ได้ติดต่อประสานงานกับกรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคมและยื่นรายชื่อประชาชนกว่า 6,000 คน ที่รวมพลังผ่านเว็บไซต์ change.org เรียกร้องให้กรมทางหลวงคืนต้นไม้และฟื้นฟูระบบนิเวศสองข้างทางถนนธนะรัชต์ แต่หน่วยงานรัฐทั้งสองมิได้ให้ความสำคัญกับข้อเรียกร้องอย่างจริงจังแต่อย่างใดและขอใช้สิทธิ์อุทธรณ์ด้วยเหตุผลว่าไม่สามารถทำตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่แย้งกับข้อเท็จจริง

การที่กรมทางหลวงอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้แสดงให้สังคมไทยเห็นชัดว่า หน่วยงานแห่งนี้มิได้แสดงให้เห็นถึงการเป็นองค์กรรักษ์สิ่งแวดล้อมตามที่โฆษณาชวนชื่อและพยายามกล่าวอ้างมาโดยตลอด

ณ วันนี้ ริมผืนป่าเขาใหญ่ ริมถนนธนะรัชต์ เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ร่วมกันแสดงเจตจำนงในการปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่ซึ่งเคยเป็นร่มเงาอยู่ ณ พื้นที่นี้ก่อนที่กรมทางหลวงจะตัดทำลายไปเพื่อแสดงให้เห็นว่าต้นไม้ขนาดใหญ่ไม่ว่าต้นใดประเภทใดหรือชนิดใด ไม่ว่าจะใหญ่เล็กแค่ไหน ก็สามารถนำมาปลูกและยืนต้นได้ในพื้นที่ถนนสายนี้ซึ่งสอดคล้องกับคำพิพากษาของศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2556

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ขอตอกย้ำว่ากรมทางหลวงควรถอนอุทธรณ์ไปที่ศาลปกครองสูงสุดโดยคืนต้นไม้ 128 ต้นแก่แผ่นดิน ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ นอกจากกรมทางหลวงจะไม่ทำตามคำพิพากษา ยังขัดขวางประชาชนที่จะขอนำต้นไม้ 128 ต้นมาปลูกในวันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม เนื่องในวันแม่แห่งชาติ การขัดขวางของกรมทางหลวงทำโดยส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการปลูกต้นไม้ในพื้นที่เดียวกันกับที่เครือข่ายประชาชนเตรียมไว้ แต่ปลูกตัดหน้าในวันที่ 9 สิงหาคม โดยไม่แจ้งแก่เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ ทั้งๆ ที่เครือข่ายประชาชนฯ ได้ทำหนังสือขอปลูกต้นไม้สองข้างทางถนนธนะรัชต์ต่อกรมทางหลวงล่วงหน้าแล้ว

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่เห็นว่ากรมทางหลวงปากว่าตาขยิบ ถืออำนาจบาตรใหญ่กีดกันขัดขวางประชาชนที่ร่วมมือกันฟื้นฟูระบบนิเวศสองข้างทางถนนธนะรัชต์ กรมทางหลวงจึงเป็นหน่วยงานที่ขาดวิสัยวิทัศน์ สิ้นความคิดหรือสิ้นคิด สุดที่จะเยียวยาได้ในการทำให้เห็นความสำคัญของระบบนิเวศและคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ

ถนนธนะรัชต์คือถนนสายอนุรักษ์ที่แสดงให้เห็นว่าคนไทยทั้งประเทศสามารถร่วมมือกันในการปกป้องและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อมิให้หน่วยงานภาครัฐใช้อำนาจโดยพละการในการตัดสินใจทำลายต้นไม้และทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนโดยไม่เสียงประชาชน เฉกเช่นเดียวกันกับโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทซึ่งมีประชาชนจะได้รับผลกระทบจากโครงการนี้มากกว่า 65 จังหวัด

หากประชาชนทั้งประเทศไม่สามารถปกป้องถนนสายต่าง ๆ ที่กรมทางหลวงได้ดำเนินการปรับปรุงหรือขยายอันเป็นการทำลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมตลอดแนวเส้นทางได้ ก็ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าศาลปกครองจะอยู่เคียงข้างประชาชน

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่จะเดินหน้าเพื่อขัดขวางการทำลายต้นไม้และแนวคิดในการทำลายล้างผลาญทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นระบบสนับสนุนค้ำจุนชีวิตของคนรุ่นปัจจุบันและคนรุ่นอนาคตต่อไป

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ / มูลนิธิคุ้มครองผู้ประสบภัย / มูลนิธิเขาใหญ่ / สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน/เครือข่ายอาสาช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ/ThaiFlood ศูนย์ข้อมูลช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม/กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้/เว็บไซต์ Change.org

กรมทางหลวงคืนต้นไม้และฟื้นฟูภูมิทัศน์ธรรมชาติสองข้างถนนธนะรัชต์ร่วมกับภาคประชาชน

11 กรกฏาคม 2556

ตามที่เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ทำการรณรงค์รวบรวมรายชื่อประชาชนออนไลน์ผ่าน change.org ระหว่างเดือนมิถุนายน 2556 จนถึงปัจจุบัน (11 กรกฎาคม 2556) ได้จำนวนกว่า 6,000 รายชื่อ เพื่อผลักดันให้กรมทางหลวง “คืนต้นไม้” สองข้างทางขึ้นเขาใหญ่ตามคำสั่งศาลปกครองกลาง และต่อมากรมทางหลวงได้ยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุดไปแล้วนั้น เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ขอยืนยันในเจตนารมย์ที่ได้ตั้งไว้แต่เดิมโดยเห็นว่าเพื่อนำไปสู่การทำงานประสานร่วมมือเพื่อคืนต้นไม้และฟื้นฟูธรรมชาติอย่างจริงจังและสร้างสรรค์ แทนที่กรมทางหลวงจะผลักภาระรับผิดในการปรับปรุงฟื้นฟูสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นตลอดแนวถนนธนะรัชต์ เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่เห็นว่า กรมทางหลวงสามารถถอนอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุดได้และยอมรับคำตัดสินของศาลปกครองกลาง จากนั้นร่วมกันกำหนดแนวทางการทำงานร่วมมือกับภาคประชาชนเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติสองข้างทางขึ้นเขาใหญ่ให้กลับคืนมาอยู่คู่กับมรดกทางธรรมชาติสืบไป

แถลงการณ์หมายเลข 5 ยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุดเพื่อคุ้มครองฉุกเฉินต่อโครงการเพิ่ม ประสิทธิภาพของถนนหมายเลข 2090 (ถนนธนะรัชต์)

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่-28 กรกฎาคม 2553

สืบเนื่องจากโครงการขยายผิวจราจรถนนหมายเลข 2090 (ถนนธนะรัชต์ ) จาก 2 เลนเป็น 4 เลน เพื่อขึ้นสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ของกรมทางหลวง และได้รับการคัดค้านจากเครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่และประชาชนจำนวนมาก ส่งผลให้ ครม.มีมติยับยั้งการ ก่อสร้างไว้และให้ผู้ที่ได้รับมอบหมายพิจารณาจัดทำแผนฟื้นฟูระบบนิเวศน์สองข้างทางเพื่อ นำเสนอให้ ครม.พิจารณาเสียก่อน แต่การณ์ปรากฏว่า กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้ปล่อยปละละเลยให้เกิดทางต่างระดับของถนนที่ขยายค้างคาอยู่ และปราศจากการ ป้องกันอันตรายที่มากเพียงพอ โดยเฉพาะในยามค่ำคืน ส่งผลให้ประชาชนที่สัญจรไปมาทั้ง ในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวเกิดความเสี่ยงภัยจากอุบัติเหตุเนื่องจากการใช้ถนนเส้นนี้ ในที่สุด อุบัติเหตุและอันตรายก็เกิดขึ้นจริง มีประชาชนหลายรายได้ประสบอุบัติเหตุ รถ จักรยานยนต์ชนกันตกข้างถนนต่างระดับหรือชนกับรถบรรทุกเล็ก ฯลฯ บาดเจ็บสาหัสมาก น้อยตามๆ กัน

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่และพี่น้องในท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งจึงได้รวบรวมภาพถ่ายอุบัติเหตุและความเดือดร้อนทั้งมวลเพื่อนำฟ้อง ร้องขอความเมตตาจากศาลปกครองสูงสุดเพื่อให้ศาลได้พิจารณาวินิจฉัยและมีคำสั่งให้ “รัฐบาล กรมทางหลวงและผู้เกี่ยวข้อง ยุติการก่อสร้างถนนหมายเลข 2090 โดยทันทีและ ให้ มีการปรับระดับผิวจราจรของถนนที่ถูกขยายไปจนกลายเป็นถนนต่างระดับ และมีกองวัสดุต่างๆกองระเกะระกะอยู่ตามสองข้างทาง นั้น ให้กลับมามีระนาบของถนนอยู่ในระดับ เดียวกันโดยทันที พร้อมกับจัดการเก็บวัสดุทั้งหลายที่จะก่ออันตรายต่อการสัญจรไปมาของ ประชาชนรวมทั้งสตรีและเด็กให้เรียบร้อยจนเกิดความปลอดภัยอย่างแท้จริง”

นอกจากนี้ ณ เวลานี้ รัฐบาลยังไม่มีท่าทีว่าจะดำเนินการเรื่องแผนฟื้นฟูอย่างรีบด่วน ทั้งๆที่ ประชาชนเสี่ยงภัยต่อการได้รับอันตรายดังกล่าวข่างต้นมากว่าหนึ่งเดือนแล้ว จึงขอเรียกร้อง ให้ รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องชี้แจงแก่ประชาชนว่า รัฐบาลจะดำเนินการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ อย่างไรและทำให้ประชาชนเกิดความปลอดภัยอย่างไร รวมทั้งความล่าช้าของกรม ทางหลวงและผู้ที่เกี่ยวข้องที่จะดำเนินการตามประกาศิตของนายกรัฐมนตรีและมติของ ครม.

ในเรื่องนี้ อนึ่ง ในขณะที่ประเทศยังไม่พ้นจากวิกฤตการณ์ที่ผ่านมาและและวิกฤตการณ์เหล่า นั้นยังคงดำรงอยู่ นักการเมืองในซีกรัฐบาลก็ยังเดินหน้าผลักดัน โครงการที่อาจจะส่งผลกระ ทบรุนแรงต่อระบบนิเวศน์หลายโครงการ ทั้งโครงการเขื่อนแม่โสมงที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โครงการเหล็กต้นน้ำที่จันทบุรี โครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือโครงการสร้างถนนขึ้นสู่อุทยานลุ่มน้ำเข็ก เป็นต้น

พวกเราเครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ จึงขอประกาศเชิญชวนพี่น้อง ประชาชนที่ไม่ต้องการเห็นระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของประเทศถูกทำลายล้าง สร้างหายนะโลกร้อนอย่างต่อเนื่องอีกต่อไป ขอให้ประชาชนออกมาร่วมมือกันทั้ง ประเทศเพื่อทำการปกป้อง พิทักษ์รักษา ผืนป่า ต้นน้ำ ท้องทะเล ป่าชายเลน และอากาศ ให้สามารถตกทอดไปเป็นมรดกของลูกหลานไทยในอนาคตให้ได้

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่/มูลนิธิชุมชนโคราช/มูลนิธิเขาใหญ่/กองทุนวิจัยและอนุรักษ์ช้างไทย/มูลนิธิพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ กรีนพีช เอเซียตะวันออกเฉียงใต้/กลุ่มรักษ์กระทิงเขาใหญ่/กลุ่มรักษ์เขาแผงม้า/กลุ่มเรารักษ์ป่า/กลุ่มอนุรักษ์ผืนป่าทับลาน/ชมรมธุรกิจท่องเที่ยวเขาใหญ่ ปากช่อง/สมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด/สมัชชาประชาชนไทย-อเมริกาเหนือ/เครือข่ายประชาชนไทยโพ้นทะเลอนุรักษ์มรดกโลก/กลุ่มไม้ขีดไฟ/กลุ่มทันตแพทย์รักในหลวง ห่วงลูกหลาน สร้างสรรค์สังคมไทย/เครือข่ายเพื่อสังคมโคราช [ CSR Korat ] /มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ /โครงการผู้ หญิงเพื่อสันติภาพและความยุติธรรม/เครือข่ายเยาวชนเพื่อการเปลี่ยนแปลง (Youthnet)/เครือข่ายผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเอชไอวี/สมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย/สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยรามคำแหง/กลุ่มเยาวชนตะขบป่า/กลุ่มนิเวศประชาธรรม /เครือข่ายภาคีองค์กรงดเหล้า/ เครือข่ายรักษ์ไม่จางที่บางปะกง /เครือข่ายคุ้มครองสัตว์ป่าไทย /กลุ่มผู้จัดกระบวนการเรียนรู้เรือนเพาะชำ จังหวัดแพร่ /กลุ่ม Stop the road to Khao Yai /สมาคมต่อต้านโลกร้อน /สมาคมพิทักษ์ป่า-