นิวเคลียร์ไป ถ่านหินมา : ความมืดบอดของชนชั้นนำผู้วางแผนพลังงานไทย

อ่านข่าวแล้วเศร้า หดหู่ใจ เมื่อกระทรวงพลังงานและชนชั้นนำผู้วางแผนพลังงานของประเทศไทยทั้งหลายบอกว่าจะเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินจากเดิม 4,400 เมกะวัตต์ ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าเป็น 10,000 เมกะวัตต์ และเป็นไปได้ที่จะถอดเอาการผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ออกไป

ที่ผมรู้สึกเศร้าใจก็เพราะตอบตัวเองไม่ได้ว่า ทำไมพวกเขาจึงคิดได้เพียงแค่นี้

พวกเขาในที่นี้ ผมหมายถึง คนใหญ่คนโตที่อยู่ใน กฟผ. สนพ. และกระทรวงพลังงาน ผู้ซึ่งเป็นผู้ยึดกุมการวางแผนพลังงานระดับชาติ

จินตนาการของพวกเขาหายไปไหน พวกเขาแกล้งโง่หรือว่าโง่จริงๆ

แน่นอนว่า การถอดนิวเคลียร์ออกจากแผนพีดีพี เป็นเรื่องที่ชมเชย แต่ต้องดูให้เห็นทั้งหมด

เพราะมันคือ “หนีเสือปะจระเข้”

ถ้าประเทศไทยจะผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินรวมกันเป็นจำนวน 10,000 เมกะวัตต์ เราต้องมีโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ราว 140 โรง ขึ้นเป็นดอกเห็ดทั่วประเทศ โดยอ้างว่าไม่มีปัญหาเพราะมันคือถ่านหินสะอาด และประเทศอื่นๆ ในเอเชียที่เจริญแล้วก็มีการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินในสัดส่วนที่สูง

นี่คือแผนที่สกปรกไม่ต่างจากถ่านหิน

แม้ว่าแผนสกปรกดังกล่าวนี้จะยังไม่ผ่านความเห็นชอบใดๆ แต่ก็พอเดาได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นลางๆ กับอนาคตพลังงานของไทย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนท้องถิ่นจำนวนมหาศาลที่จะตกอยู่ในเงื้อมเงาทะมึนของอุตสาหกรรมถ่านหิน

นี่คือชนชั้นนำผู้วางแผนนโยบายพลังงานแห่งชาติ พวกเขาสิ้นคิด ไร้ซึ่งจินตนาการ และช่างโง่เขลาและมืดบอดเสียนี่กระไร

ระดับกัมมันตรังสีในทะเลที่ฟูกูชิมาเพิ่มสูงขึ้น

รายงานข่าวจากกรุงโตเกียว ญี่ปุ่น จากการระบุของบริษัท TEPCO พบว่า น้ำทะเลรอบพื้นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมามีระดับของซีเซียม-134 และซีเซียม-137 เพิ่มขึ้นมากกว่าระดับที่กำหนดไว้(ตามฎหมาย) โดยอ่านค่าซีเซียม-134 ณ จุดที่ใกล้กับเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ได้ 830 เบคเคอเรลต่อลิตร เทียบกับข้อกำหนดตามกฎหมายที่ 90 เบคเคอเรลต่อลิตร ทั้งซีเซียม-134 และซีเซียม-137 เป็นอันตรายต่อมนุษย์

โฆษกของ TEPCO กล่าวว่า การเก็บตัวอย่างน้ำทะเลครั้งล่าสุดพบว่า น้ำทะเลปนเปื้อนสารตริเตียมและสตรอนเตียมในระดับสูง เขาบอกว่าไม่มีข้อมูลอะไรใหม่เกี่ยวกับสภาพของคนงานฟูกูชิมา 6 คน ได้สัมผัสน้ำที่ปนเปื้อนรังสีอันเป็นมาจากความผิดพลาดของมนุษย์