มาตรการปิดยุโรปจาก COVID-19 ทำให้มลพิษทางอากาศลดลง

ภาพถ่ายดาวเทียมขององค์การอวกาศแห่งยุโรปแสดงการลดลงของมลพิษทางอากาศ(ไนโตรเจนไดออกไซด์)อันเป็นมาจากมาตรการปิดเมืองที่เกิดขึ้นในยุโรป (ที่มา : ESA)

การปิดเมืองทางตอนเหนือของอิตาลีเพื่อรับมือกับโคโรนาไวรัสนำไปสู่การลดลงของมลพิษไนโตรเจนไดออกไซด์ตามที่แสดงในการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม

ดาวเทียมขององค์การอวกาศแห่งยุโรปตรวจจับการลดลงของไนโตรเจนไดออกไซด์อันเป็นมลพิษทาอากาศที่มีแหล่งกำเนิดมาจากยานยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลและกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ในทางตอนเหนือของอิตาลี

โครงการ Copernicus Atmosphere Monitoring Service ขององค์การอวกาศแห่งยุโรปรายงานในวันอังคารที่ผ่านมา(17 มีนาคม 2563) ว่า จากการเปลี่ยนแปลงอย่างทันทีทันใดของกิจกรรมต่างๆ ในทางตอนเหนือของอิตาลี ได้มีการติดตามถึงแนวโน้มการลดลงของไนโตรเจนไดออกไซด์(NO2)ในช่วง 4-5 สัปดาห์ที่ผ่านมา

จนถึงขณะนี้ อิตาลีเป็นประเทศที่ประสบผลกระทบมากที่สุดในยุโรปจากการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส(โควิด-19) รัฐบาลอิตาลีใช้มาตรการปิดประเทศ ประกาศให้ประชาชน 62 ล้านคนอยู่ในที่พำนัก หากไม่มีความจำเป็นอย่างถึงที่สุดไม่ควรออกจากบ้าน

การลดลงของมลพิษทางอากาศยังตรวจพบในจีนหลังจากรัฐบาลดำเนินมาตรการปิดเมืองเพื่อชะลอการแพร่ระบาดของโควิด-19

ไนโตรเจนไดออกไซด์(NO2) เป็นมลพิษที่มีอายุสั้น โดยทั่วไปอยู่ในชั้นบรรยากาศได้ไม่เกิน 1 วันก่อนที่ตกลงสะสมหรือทำปฏิกิริยากับก๊าซตัวอื่นๆ ในบรรยากาศ นั่นหมายถึงว่า มลพิษไนโตรเจนไดอกไซด์นี้จะยังคงลอยตัวอยู่ ณ จุดที่เป็นแหล่งกำเนิด

แหล่งกำเนิดของไนโตรเจนไดออกไซด์ส่วนใหญ่มาจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การจราจร การผลิตไฟฟ้า การทำความร้อนในบ้านเรือนและกิจการอุตสาหกรรม

Vincent-Henri Peuch ผู้อำนวยการ Copernicus Atmosphere Monitoring Service กล่าว่า “มันน่าตื่นตาตื่นใจมากที่เราสามารถติดตามตรวจสอบตัวชี้วัดของระดับกิจกรรมที่ลดลงของสังคมมนุษย์ได้

เป็นการแสดงให้เห็นถึงขอบเขตของมาตรการที่เกิดขึ้นในอิตาลี

SOURCE : AAP – SBS

มลพิษทางอากาศลดลงหลังจากทางตอนเหนือของอิตาลีถูกปิดจากมาตรการสู้ไวรัสโควิด-19

ข้อมูลใหม่จากภาพถ่ายดาวเทียมระบุว่า มลพิษทางอากาศมีระดับลดลงทางตอนเหนือของอิตาลีหลังจากมาตรการปิดเมืองอันเนื่องมาจากโคโรนาไวรัส

ระดับไนโตรเจนไดออกไซด์จะเป็นสีส้มเข้ม ระดับความเข้มข้นลดลงไปตามลำดับจากรูปภาพด้านบน ภาพถ่ายดาวเทียมมาจากเครื่องมือที่บันทึกบนดาวเทียม Sentinel 5 ขององค์การอวกาศแห่งยุโรป

การติดตามตรวจสอบความเข้มข้นของมลพิษทางอากาศในยุโรปดำเนินการในช่วงสามสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 24 กุมภาพันธ์ 4 มีนาคม และ 8 มีนาคม พ.ศ.2563

ภาพถ่ายเหล่านี้อัพโหลดขึ้น Twitter โดย Santiago Gassò – นักวิจัยที่มหาวิทยาลัย Washington และที่นาซา ในวันเดียวกับองค์การอนามัยโลกประกาศให้โคโรนาไวรัสเป็นโรคระบาด(pandemic)

Santiago Gassò เขียนลงไปใน social media ของเขาว่า “ผลการวิเคราะห์จากภาพถ่ายดาวเทียม เพียง 1 เดือน มีการลดลงของมลพิษไนโตรเจนไดออกไซด์อย่างชัดเจนในทางตอนเหนือของอิตาลี”

มลพิษทางอากาศในจีนไม่ได้ลดลงจากมาตรการควบคุมการระบาดของโคโรนาไวรัสเท่านั้น

การแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสหรือโควิด-19 เป็นประเด็นพูดคุยบนโลกออนโลน์อีกครั้งหลังจากที่ดาวเทียมตรวจสอบมลพิษของนาซาหรือองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (The National Aeronautics and Space Administration:NASA) และอีซาหรือองค์การอวกาศแห่งยุโรป(European Space Agency:ESA) ตรวจพบการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์เหนือจีนแผ่นดินใหญ่ ในภาพรวมอย่างน้อยที่สุดร้อยละ 36

นอกจากการลดลงของมลพิษไนโตรเจนไดออกไซด์ที่เป็นคู่หูของฝุ่นพิษ PM2.5 แล้ว การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในจีนก็ลดลงด้วย ศูนย์วิจัยด้านพลังงานและอากาศสะอาด ออกมาระบุว่า มาตรการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส ทำให้ผลิตผล(Output)ทางอุตสาหกรรมทั้งหมดของจีนลดลงร้อยละ 15-40 รวมถึงการใช้ถ่านหินในโรงไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน(โดยเฉพาะในมณฑลกวางตุ้งที่มีอัตราการผลิตต่ำสุด) การผลิตเหล็กและการเดินทางโดยสารเครื่องบินภายในประเทศ

ผลผลิตทางอุตสาหกรรมที่ลดลงทำให้การใช้ไฟฟ้าลดลงผลคือปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของจีนหายไปมากกว่า 1 ใน  4 ในช่วง 2 สัปดาห์ที่มีการควบคุมการระบาดของไวรัสในจีน

กราฟแสดงแนวโน้มของการใช้ถ่านหินรายวันในโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เป็นของบริษัทใหญ่ 6 แห่งในจีนเทียบก่อนและหลังจากเทศกาลตรุษจีน ระหว่างปี พ.ศ.2557-2563 เส้นสีแดงแสดงถึงแนวโน้มการใช้ที่ลดลงหลังเทศกาลตรุษจีนอันเนื่องมาจากมาตรการปิดเมืองเพื่อควบคุมการระบาดของโคโรนาไวรัส

แต่มลพิษทางอากาศยังเพิ่มสูงที่กรุงปักกิ่งในช่วงเวลาเดียวกัน

แม้คุณภาพอากาศหลายพื้นที่ในจีนแผ่นดินใหญ่ดีขึ้น แต่ไม่ใช่ที่ปักกิ่ง แหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศที่มีผลต่อคุณภาพอากาศของปักกิ่งคืออุตสาหกรรมเหล็กและการทำความร้อนในบ้านเรือน โรงถลุงเหล็กรอบๆ ปักกิ่งยังคงทำการผลิตอยู่อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีวัตถุดิบรอป้อนเข้าสู่การผลิตสะสมมากขึ้นทุบสถิติ นอกจากนี้ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ยังเป็นช่วยทำให้มีการไหลเวียนของกระแสลมจากแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศรอบๆ เข้ามาในตัวเมือง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว ลองจินตนาการดูว่า หากไม่มีมาตรการควบคุมการระบาดของโคโรนาไวรัส มลพิษทางอากาศของปักกิ่งจะเลวร้ายยิ่งกว่าที่เป็นอยู่

รู้จักไนโตรเจนไดออกไซด์

ไนโตรเจนไดออกไซด์คือสารมลพิษทางอากาศหลัก(creteria pollutants) ที่ประเทศทั่วโลกทำการติดตามตรวจสอบ เป็นหนึ่งในสารตั้งต้น(precursor)ของ PM2.5 โดยเป็นก๊าซสีน้ำตาลแดงที่เกิดจากกระบวนการสันดาปของเครื่องยนต์ รวมถึงกระบวนการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลสารประกอบหลัก 2 ชนิดที่ปล่อยออกจากกระบวนการดังกล่าวคือ ไนโตรเจนไดออกไซด์(NO2) และไนตริกออกไซด์(NO) โดยทั่วไป สารมลพิษสองชนิดนี้เรียกรวมกันว่า ออกไซด์ของไนโตรเจน(NOx)

กรีนพีซใช้ข้อมูลจากเครื่องมือวัด TROPOMI บนดาวเทียม Sentinel 5P ขององค์การอวกาศแห่งยุโรป(The European Space Agency) เพื่อระบุจุดที่มีการปล่อยก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ข้อมูลที่เที่ยงตรงและมีรายละเอียดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนของระดับก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ในบรรยากาศนี้ ทำให้เราเห็นภาพตัวการสำคัญที่ทำให้คุณภาพอากาศเลวร้ายและทำลายสุขภาพประชาชน

ผลกระทบสุขภาพ

ไนโตรเจนไดออกไซด์(NO2) และออกไซด์ของไนโตรเจน(NOx) เป็นสาเหตุของโรคทางเดินหายใจและความเสียหายต่อปอดหากรับเข้าไปแบบเฉียบพลัน และเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคเรื้อรังหากรับเข้าไปในระยะยาว

การรับเอาก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ในระยะยาว(Long-term exposure) สัมพันธ์กับอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรที่เกิดขึ้นทั่วโลก ในสหภาพยุโรป การรับเอา NO2 เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร 75,000 คนต่อปี ในจีน มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นโดยระบุว่า ผลจากการสัมผัส NO2 นำไปสู่การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของการเสียชีวิตจากโรคทางเดินหายใจและโรคหัวใจ

ทางออกจากวิกฤตรอบด้าน

แม้ว่าการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ในกรณีของจีนเป็นผลมาจากเศรษฐกิจชะลอตัวจากมาตรการควบคุมการระบาดของโคโรนาไวรัส ก็ไม่ได้หมายความว่า เราควรละเลยแนวทางป้องกันมลพิษทางอากาศที่แหล่งกำเนิด  การศึกษาพบว่า ความเข้มข้นของไนโตรเจนไดออกไซด์ในภาพรวมในปี พ.ศ.2563 นั้นต่ำกว่าความเข้มข้นในปี พ.ศ.2562 อันเนื่องมาจากกฎหมายสิ่งแวดล้อมใหม่ในจีนที่นำมาบังคับใช้ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา

จุดที่เป็นแหล่งกำเนิดก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ซึ่งส่งผลให้คุณภาพอากาศเลวร้ายลงและส่งผลกระทบต่อสุขภาพนั้นเกี่ยวข้องกับการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล – โรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและโรงงานอุตสาหกรรมและระบบการคมนาคมที่ไม่ยั่งยืน แหล่งกำเนิด(ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์)อื่นๆ ยังรวมถึงระบบเกษตรกรรมและการจัดการป่าไม้ที่ไม่ยั่งยืน ผลกระทบด้านสุขภาพที่เกิดขึ้นจากการปล่อยมลพิษทางอากาศออกมาจากแหล่งกำเนิดดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นต้องมี “การเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน(energy transition)” เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลนั่นคือ การผลิตไฟฟ้าจากระบบพลังงานหมุนเวียน ประสิทธิภาพพลังงาน ระบบการเดินทางและการคมนาคมที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการพึ่งพายานยนต์ส่วนตัวและสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียน

กฏเกณฑ์ที่หย่อนยานในการควบคุมและลดการปล่อยมลพิษที่แหล่งกำเนิดสำหรับโรงไฟฟ้านั้นเป็นเหตุผลหลักประการสำคัญของการปล่อยมลพิษทางอากาศในจุดต่างๆ ที่เป็นแหล่งกำเนิด นอกเหนือจากการที่สาธารณะชนต้องเข้าถึงรายงานการวัดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ที่ปลายปล่องแล้ว มีความจำเป็นเร่งด่วนในการทำให้มาตรฐานการปล่อยมลพิษเข้มงวดมากขึ้น

ยานยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล(Diesel Engines) จะปล่อยก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์มากกว่ายานยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซีน(Gasoline vehicles) อย่างไรก็ตาม เครื่องยนต์ดีเซลเป็นส่วนหนึ่งของประเด็นที่ใหญ่กว่านั่นคือ เครื่องยนต์สันดาปภายใน(the internal combustion engine) ยานยนต์ส่วนตัวที่ใช้น้ำมันเป็นปัจจัยหลักของสาเหตุมลพิษทางอากาศ ดังนั้น เราจำเป็นต้องมีแผนการจัดการลดการพึ่งพายานยนต์แบบสันดาปภายใน ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวลง เน้นระบบขนส่งมวลชนหรือระบบร่วมเดินทางที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียนที่ยั่งยืน

มลพิษไนโตรเจนไดออกไซด์ลดลงเหนือจีนแผ่นดินใหญ่

แผนที่แสดงความเข้มข้นของก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ที่เกิดจากยานยนต์ โรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรม แผนที่แสดงค่าทั้งจีนแผ่นดินใหญ่ระหว่างวันที่ 1-20 มกราคม 2563 (ก่อนการปิดเมือง) และวันที่ 10-25 กุมภาพันธ์ 2563 (ระหว่างการปิดเมือง) ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมได้มาจากเครื่องมือ the Tropospheric Monitoring Instrument (TROPOMI) บนดาวเทียม Sentinel-5 ขององค์การอวกาศแห่งสหภาพยุโรป(ESA) รวมถึงเซ็นเซอร์ Ozone Monitoring Instrument (OMI) บนดาวเทียม Aura ขององค์การนาซา

ดาวเทียมตรวจสอบมลพิษขององค์การนาซาและองค์การอวกาศแห่งยุโรป(European Space Agency-ESA) ตรวจพบการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์เหนือจีนแผ่นดินใหญ่ มีหลักฐานว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจชะลอตัวอันเนื่องมาจากการระบาดของโคโรนาไวรัส

ปลายปี พ.ศ.2562 ทีมแพทย์ในเมืองอู่ฮั่น จีน ทำการรักษาผู้ป่วยโรคนิวมอเนียที่ไม่รู้สาเหตุที่มา นักวิจัยยืนยันถึงสาเหตุว่ามาจากโคโรนาไวรัสใหม่(new coronavirus (COVID-19) ต่อมาในวันที่ 23 มกราคม 2563 ทางการจีนทำการปิดเมืองอู่ฮั่นทั้งการคมนาคมเข้าออกและธุรกิจในพื้นที่เพื่อลดการแพร่ระบาด ถือเป็นการกักกันครั้งแรกของมาตรการกักกันต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมาทั้งในจีนและทั่วโลก

แผนที่ด้านบนแสดงความเข้มข้นของก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ที่เกิดจากยานยนต์ โรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรม แผนที่แสดงค่าทั้งจีนแผ่นดินใหญ่ระหว่างวันที่ 1-20 มกราคม 2563 (ก่อนการปิดเมือง) และวันที่ 10-25 กุมภาพันธ์ 2563 (ระหว่างการปิดเมือง) ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมได้มาจากเครื่องมือ the Tropospheric Monitoring Instrument (TROPOMI) บนดาวเทียม Sentinel-5 ขององค์การอวกาศแห่งสหภาพยุโรป(ESA) รวมถึงเซ็นเซอร์ Ozone Monitoring Instrument (OMI) บนดาวเทียม Aura ขององค์การนาซา

นักวิทยาศาสตร์ที่นาซาบอกว่า การลดลงของไนโตรเจนไดออกไซด์เห็นชัดเจนครั้งแรกใกล้เมืองอู่ฮั่น ต่อมามีการลดลงขยายไปทั่วปประเทศ คนนับล้านถูกกักกันในปฏิบัติการครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563, 2020 โคโรนาไวรัสตรวจพบใน 56 ประเทศเป็นอย่างน้อยที่สุด

Fei Liu นักวิจัยคุณภาพอากาศที่ NASA’s Goddard Space Flight Center กล่าวว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นการลดลงอย่างชัดเจนในพื้นที่ขนาดใหญ่สำหรับเหตุการณ์เฉพาะแบบนี้ Liu ระลึกถึง การลดลงของก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ในประเทศต่างๆ ในช่วงการถดถอยทางเศรษฐกิจที่เริ่มในปี พ.ศ.2551 แต่ลดลงแบบค่อยเป็นค่อยไป นักวิทยาศาสตร์ยังสังเกตุการลดลงอย่างมากของมลพิษทางอากาศรอบกรุงปักกิ่งในช่วง กีฬาโอลิมปิกปี ..2551 แต่ผลที่เกิดขึ้นนั้นอยู่รอบๆกรุงปักกิ่ง และมลพิษทางอากาศเพิ่มสูงอีกครั้งเมื่อจบมหกรรมกีฬา

แผนที่แสดงค่าก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์สามช่วงเวลาในปี พ.ศ.2563 วันที่ 1-20 มกราคม(ก่อนเทศกาลตรุษจีน) 28 มกราคม-9 กุมภาพันธ์ (ช่วงฉลองตรุษจีน) 10-25 กุมภาพันธ์(หลังเทศกาล) ค่าในปี พ.ศ.2563 จะเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันในปี พ.ศ. 2562 Lefer ตั้งข้อสังเกตว่า ค่าโดยรวมในปี พ.ศ.2563 นั้นต่ำกว่าค่าในปี พ.ศ.2562 อันเนื่องมาจากกฎหมายสิ่งแวดล้อมใหม่ในจีนที่นำมาบังคับใช้ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา

การลดลงของมลพิษไนโตรเจนไดออกไซด์ในปี พ.ศ. 2563 เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนในจีนและส่วนใหญ่ของเอเชีย โดยทั่วไป ธุรกิจและโรงงานปิดทำการช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคมจนถึงต้นเดือนกุมภาพันธุ์ การสังเกตการณ์ที่ผ่านมา มลพิษทางอากาศจะลดลงในช่วงเทศกาลตรุษจีนและเพิ่มขึ้นอีกครั้งเมือจบเทศกาล

Barry Lefer นักวิทยาศาสตร์ด้านคุณภาพอากาศที่ NASA กล่าวว่า “มลพิษทางอากาศจะลดลงในช่วงเวลานี้ ข้อมูล OMI ที่เก็บในระยะยาวทำให้เราเห็นถึงความผิดปกติและเหตุผลเบื้องหลัง OMI เปิดตัวในปี พ.ศ.2557 โดยทำการจัดเก็บข้อมูลไนโตรเจนไดออกไซด์และมลพิษทางอากาศอื่นๆ ทั่วโลกมาเป็นเวลากว่า 15 ปี

แผนที่ด้านบนแสดงค่าก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์สามช่วงเวลาในปี พ.ศ.2563 วันที่ 1-20 มกราคม(ก่อนเทศกาลตรุษจีน) 28 มกราคม-9 กุมภาพันธ์ (ช่วงฉลองตรุษจีน) 10-25 กุมภาพันธ์(หลังเทศกาล) ค่าในปี พ.ศ.2563 จะเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันในปี พ.ศ. 2562 Lefer ตั้งข้อสังเกตว่า ค่าโดยรวมในปี พ.ศ.2563 นั้นต่ำกว่าค่าในปี พ.ศ.2562 อันเนื่องมาจากกฎหมายสิ่งแวดล้อมใหม่ในจีนที่นำมาบังคับใช้ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา

ในขณะที่เทศกาลตรุษจีนมีบทบาทสำคัญในการลดลงของมลพิษทางอากาศ นักวิจัยเชื่อว่า การลดลงที่เกิดขึ้นนั้นมีมากกว่าผลจากวันหยุดยาวหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ในการวิเคราะห์เบื้องต้น นักวิจัยที่นาซาเปรียบเทียบค่าไนโตรเจนไดออกไซด์ ที่ตรวจวัดโดยระบบ OMI ในปี พ.ศ.2563 กับค่าที่ตรวจวัดในช่วงเวลาเดียวกันระหว่างปี พ.ศ. 2548-2562 ในปี พ.ศ.2563 ค่าไนโตรเจนไดออกไซด์ในจีนตอนกลางและตะวันออกนั้นมีระดับที่ต่ำกว่าราวร้อยละ 10-30

นอกจากนี้ Liu และเพื่อนร่วมงานไม่เห็นการกลับมาของมลพิษทางอากาศหลังจากวันหยุดยาว “ปีนี้ อัตราการลดลงของมลพิษทางอากาศมีนัยะสำคัญมากกว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมาและอยู่ยาว ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะว่าหลายเมืองของจีนแผ่นดินใหญ่มีมาตรการลดการระบาดของไวรัส

ที่มา : NASA Earth Observatory images by Joshua Stevens, using modified Copernicus Sentinel 5P data processed by the European Space Agency. Story by Kasha Patel with assistance from NASA Aura and NASA SPoRT science teams.

ข้อมูลอ้างอิง