รายงานของ IPCC ชัดเจน: งบประมาณคาร์บอนที่เหลืออยู่กำลังหมดลงอย่างรวดเร็ว และการชดเชยคาร์บอนไม่สามารถเปลี่ยนความจริงข้อนี้ได้
แหล่งที่มา: CARLA / IPCC Sixth Assessment Report
งบประมาณคาร์บอนคือ ปริมาณสูงสุดของ CO₂ ที่โลกสามารถปล่อยออกมาได้ โดยยังคงรักษาอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกินขีดจำกัดที่กำหนด
แต่โลกปล่อย CO₂ ประมาณ ~40 Gt ต่อปี นั่นหมายความว่างบประมาณจะหมดลงใน ไม่ถึง 13 ปี หากการปล่อยยังคงอยู่ในระดับปัจจุบัน
ด้วยการปล่อยก๊าซ ~40 กิกะตันต่อปี งบประมาณ 500 กิกะตันที่เหลืออยู่จะถูกใช้หมดภายในปี 2035
"งบประมาณคาร์บอนที่เหลืออยู่จะหมดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบัน และโครงสร้างพื้นฐานด้านเชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีอยู่และที่วางแผนไว้"
— ร่างรายงาน IPCC SYR, 2022การชดเชยคาร์บอนถูกออกแบบมาให้หน่วยงานหนึ่งยังคงปล่อยก๊าซต่อไป ขณะจ่ายเงินให้อีกหน่วยงานทำกิจกรรมที่ดูเหมือนจะช่วยสภาพภูมิอากาศ แต่ความจริงคือ: การปล่อยก๊าซยังคงเกิดขึ้น
ไม่ว่าผู้ก่อมลพิษจะซื้อการชดเชยที่ได้รับการรับรองอย่างดีที่สุด หรือเรียกตัวเองว่า "มีความซื่อตรงสูง" หากใช้เพื่อสร้างความชอบธรรมในการปล่อยต่อเนื่อง มันจะยิ่งทำให้ปัญหาโลกร้อนเลวร้ายลง
แม้แต่โครงการที่สัญญาว่าจะดึง CO₂ ออกจากชั้นบรรยากาศ ก็ยังมีข้อจำกัดที่ IPCC ระบุไว้อย่างชัดเจน
"การกำจัด CO₂ ไม่สามารถทดแทนการลดการปล่อยก๊าซในระดับลึกได้..."
— IPCC Working Group III, Sixth Assessment Reportเทคโนโลยีอย่าง BECCS (พลังงานชีวภาพ + การดักจับคาร์บอน) และ DACCS (การดักจับโดยตรงจากอากาศ) ยังคงเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ และอาจไม่สามารถดำเนินการในระดับใหญ่ได้
นักวิทยาศาสตร์บางคนเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า "ยูนิคอร์นคาร์บอน" — สิ่งที่ถูกจินตนาการขึ้นเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการปล่อยก๊าซที่ยังคงดำเนินต่อไป
วิทยาศาสตร์ชัดเจน: ไม่มีที่ว่างสำหรับการชดเชยการปล่อยก๊าซ ในโลกที่ต้องรักษาอุณหภูมิไม่เกิน 1.5°C
"เราอยู่ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่สร้างความเสียหายให้กับโลก ตั้งแต่วานูอาตูถึงแลปแลนด์ จากปาตาโกเนียถึงกินชาซา"
| Cookie name | Active |
|---|
สถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ)
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก
รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา
รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่ www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf