Taragraphies — Header Component

ขยะกองโตจากปากแม่น้ำไข่มุกของจีนมาถึงชายหาดของเกาะฮ่องกงได้อย่างไร

เรียบเรียงจาก http://qz.com/725498/heres-how-huge-amounts-of-trash-from-the-pearl-river-delta-washed-up-on-hong-kongs-shores/ ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนในฮ่องกงต่างโมโหโกรธาต่อสถานการณ์เศษขยะจำนวนมากลอยมาขึ้นหาดต่างๆ ของฮ่องกง ในขณะที่ฮ่องกงเองก็ผลิตขยะออกมาในจำนวมากอยู่แล้ว นักกิจกรรมและชาวเมืองได้ข้อสังเกตว่า ขยะส่วนใหญ่ที่เห็นอยู่ตามหาดทรายนั้นมีป้ายสินค้าที่ใช้กันมากในจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่ใช่ฮ่องกง หน่วยงานป้องกันสิ่งแวดล้อมแห่งฮ่องกง(EPD)เชื่อว่าเรื่องนี้ต้องโทษจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย ปริมาณขยะที่ลอยอยู่ตามชายทะเลของฮ่องกงมีมากกว่า 6 ถึง 10 เท่า จากปริมาณปกติในช่วงของปี EPD บอกว่า ฝนที่ตกหนักและอุทกภัยนั้นคือสาเหตุ EPD ตั้งข้อสังเกตุว่าในช่วงกลางเดือนมิถุนายน มีฝนตกหนักและอุทกภัยเกิดขึ้นในหลายมณฑลรอบๆ พื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำไข่มุก(Pearl River Delta)เช่น กวางตุ้ง กวางสี หูหนาน และเจียงสี และมีรายงานด้วยว่ามณฑลกวางตุ้งและหลิวซูนั้นเจอกับอุทกภัยใหญ่ในคาบ 20 ปี และอุกภัยที่เกิดขึ้นนี้ได้พัดพาเอาขยะมาถึงเกาะฮ่องกงโดยลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และกระแสน้ำทะเล เคยมีเหตุการณ์คล้ายๆ กันนี้เกิดขึ้นในปี 2005 หลังจากเกิดอุทกภัยครั้งร้ายแรงในรอบ 100 ปี ในจีนแผ่นดินใหญ่ ขยะจากจีนมาถึงที่นี่ได้อย่างไร? ศาสตราจารย์ Yongqiang Zong แห่งภาควิชา Earth Sciences ของมหาวิทยาลัยฮ่องกง ตั้งข้อสังเกตว่า ขยะส่วนใหญ่น่าจะมาจากกวางตุ้งและกวางสี ไม่ใช่หูหนาน และเจียงสีที่อยู่ลึกตอนในเข้าไป ตลอดทั้งเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน กวางตุ้งและกวางสีต้องเผชิญกับฝนที่ตกหนักมาก น้ำหลากไหลผ่านเมืองกวางโจวและเสินเจิ้นซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านพาณิชยกรรมในเขตนั้น […]

แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนบนฐานการหมุนเวียนวัสดุเหลือใช้ในกรุงเทพมหานคร

บทนำ รายงานฉบับนี้เป็นรายงานการศึกษาเบื้องต้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิพากษ์วิธีการจัดการวัสดุเหลือใช้โดยการเผาและนำเสนอทางเลือกในการจัดการขยะมูลฝอยเทศบาลในเขตกรุงเทพมหานคร โดยการใช้เทคนิคขั้นพื้นฐานในการหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ การลดปริมาณของเสีย และการทำปุ๋ย รวมทั้งยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานที่เป็นประสบการณ์จากทั่วโลก ทางเลือกดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ มีความน่าสนใจทั้งในทางเศรษฐกิจและการปกป้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อมมากกว่า ในทางเศรษฐกิจ ทางเลือกนี้ทำให้เราใช้ทรัพยากรที่จะต้องขุดขึ้นมาจากพื้นโลกน้อยลง(Reduce) นำวัสดุต่าง ๆ มาใช้ซ้ำ (Reuse) และหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ยิ่งกว่านั้น  ทำให้วัสดุเหลือใช้ถูกนำไปฝังกลบน้อยลงอีกด้วย โดยการหลีกเลี่ยงวิธีการเผาขยะ ประชาชนในกรุงเทพมหานครจะไม่ต้องเผชิญกับมลพิษต่าง ๆ ที่ปล่อยออกจากปล่องควันของโรงงานเผาขยะ ในทางสิ่งแวดล้อม การหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่คุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจมากกว่าระบบการจัดการแบบเดิมอย่างมาก มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่น้อยกว่า และทำให้เกิดการก่อตั้งธุรกิจการหมุนเวียนวัสดุกลับมาใช้ใหม่และเพิ่มการจ้างงานอีกด้วย การจัดการของเสียของกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน พื้นที่ : 1,568.74 ตารางกิโลเมตร (980,463 ไร่) ประชากร : 8,557,100 คน ใน พ.ศ. 2542 (รวมประชากรทะเบียน 5.8 ล้านคน และการคาดประมาณประชากรแฝง ประชากรเข้ามาทำงาน/เรียน และนักท่องเที่ยว) ยุทธศาสตร์การจัดการของเสียของกรุงเทพมหานครในปัจจุบันเน้นการเก็บขนขยะมูลฝอยในปริมาณมากและระบบกำจัดขนาดใหญ่ ระบบดังกล่าวไม่ยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ในขณะที่การพัฒนาประเทศดำเนินไป ปริมาณของเสียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น กรุงเทพมหานคร ได้จัดหาแหล่งเงินทุนในการดำเนินโครงการการจัดการของเสียแบบผสมผสานซึ่งประกอบด้วยโรงงานแยกขยะ โรงงานทำปุ๋ย และโรงงานเผาขยะ ถึงเวลาของกรุงเทพมหานครในการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์การจัดการของเสียโดยเน้นไปที่ระบบการจัดการของเสียด้วยวิธีการที่หลากหลาย […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings