การพยากรณ์ย้อนหลังเพื่อยุโรปที่ยั่งยืน
สถาบันวัปเปอร์ทัลในเยอรมนีมอบหมายให้ Friend of the Earth(FoE) ในยุโรปศึกษาขนาดของผลกระทบที่เกิดจากการบริโภคของชาวยุโรปที่มีต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศของตน รวมถึงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อประเทศกำลังพัฒนา จากการทำรอยพิมพ์ทางนิเวศ FoE หาขนาดของการบริโภคต่อหัวของคนในยุโรปแล้วนำไปเปรียบเทียบกับมาตรฐานสำหรับการบริโภคทั่วโลกอย่างเท่าเทียม จากผลการศึกษา มีการกำหนดให้ลดระดับของการบริโภคภายในปี พ.ศ.2553 และปี พ.ศ.2583 มีการเสนอแนะแนวทางเพื่อไปสู่การลดการบริโภคลง วิธีพยากรณ์ย้อนหลังช่วยเสริมให้เกิดการอภิปรายว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร และควรลงมือเร็วเพียงใด การวิจัยนี้ทำขึ้นเพื่อริเริ่มการแสดงความคิดเห็นทั้งในระดับชาติและทั่วทวีปยุโรป และเพื่อเชื่อมโยงปัญหาเรื่องการบริโภคเข้ากับการรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อม ต่อไปนี้คือบทคัดย่อว่าด้วยข้อเสนอแนะเรื่องการลดการบริโภคทรัพยากร จากรายงาน ยุโรปที่ยั่งยืน ของกลุ่ม Friend of The Earth พลังงาน ภายในปี พ.ศ.2548 ควรลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงร้อยละ 20-30 ของปริมาณก๊าซที่ปล่อยออกมาในปี พ.ศ.2530 และลดลงเป็นร้อยละ 50 ภายในปี พ.ศ.2563 และลดให้ได้ถึงร้อยละ 80 ภายในปี พ.ศ.2593 ความสำเร็จนี้จะเกิดขึ้นได้โดยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการใช้พลังงาน ใช้แหล่งพลังงานทดแทนใหม่ได้ให้มากขึ้น เปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนต่ำลง และควบคุมความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นของภาคบริการที่ใช้พลังงานมหาศาล วัตถุดิบที่ทดแทนใหม่ไม่ได้ ในปัจจุบัน ประชากรโลกร้อยละ 20 บริโภคทรัพยากรมากถึงร้อยละ 80 เมื่อคำนวณการใช้ทรัพยากรโดยยึดหลักความเท่าเทียมกันพบว่า ยุโรปต้องลดปริมาณการใช้ทรัพยากรลงในสัดส่วนที่สูงกว่าทวีปอื่น […]
ผลิตภัณฑ์กระดาษที่ควรหลีกเลี่ยง
กระดาษกรองเครื่องต้มกาแฟ เครื่องต้มกาแฟของคุณควรใช้กรวยกรองทองเหลืองหรือใช้กรวยกรองชนิดที่ไม่ต้องทิ้งแทนที่จะใช้กระดาษกรอง ถุงกรองที่ทำด้วยผ้าฝ้ายที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ก็มีเช่นกัน ทางเลือกอีกประการหนึ่งคือ ใช้เครื่องทำกาแฟแบบ Plunger กระดาษม้วนใช้ในครัว ไม่ควรใช้กระดาษม้วนในครัวแม้ว่าจะผลิตด้วยเยื่อกระดาษไม่ฟอกขาว ควรเลือกใช้ผ้าแทน ถ้วยและจานกระดาษ ผลิตภัณฑ์กระดาษเหล่านี้เคลือบด้วยไขหรือพลาสติกเพื่อป้องกันการซึมน้ำและไม่อาจย่อยสลายได้ด้วยชีววิธี ทั้งยังสร้างปัญหาขยะเช่นเดียวกับถ้วยและจานโฟมชนิดปลอดซีเอฟซี (Chlorofluorocarbon – CFC) ทางแก้ปัญหาคือใช้ภาชนะกระเบื้อง โลหะเคลือบ สังกะสี หรือภาชนะพลาสติกชนิดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ กระดาษรองจาน อย่าใช้กระดาษรองจาน และต่อว่าร้านอาหารเมื่อเห็นมันบนโต๊ะอาหาร ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้เป็นขยะที่ไม่จำเป็นและไม่อาจนำไปรีไซเคิลได้ ถุงกระดาษแก้ว ผลิตภัณฑ์จำพวกนี้ผลิตขึ้นจากเส้นใยเซลลูโลส แต่ไม่มีกระบวนผลิตเซลลูโลสบริสุทธิ์ซึ่งจำเป็นต่อการผลิตกระดาษแก้วใดๆ ในปัจจุบันที่ไม่ต้องใช้คลอรีนจำนวนมหาศาล ถุงกระดาษแก้วฉีกขาดง่ายและนำมาใช้ใหม่ได้ไม่กี่ครั้ง ซองจดหมาย/เอกสาร ไม่ใช้ซองจดหมายแบบเจาะช่องหน้าต่างติดพลาสติก นอกจากคุณมั่นใจว่าช่องหน้าต่างใสนั้นผลิตจากแป้งข้าวโพดหรือวัสดุธรรมชาติอื่นๆ ที่ย่อยสลายได้ด้วยชีววิธี และไม่ใช้ซองจดหมายที่มีส่วนประกอบของกาวสังเคราะห์ เช่น ซองจดหมายแบบมีกาวในตัว พลาสติกและกาวสงเคราะห์รบกวนกระบวนการรีไซเคิล กางเกงในและถุงน่องชนิดใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง เป็นผลิตภัณฑ์กระดาษที่ใช้แล้วทิ้งชนิดที่แย่มาก อย่าซื้อเด็ดขาด! กระดาษรองโถห้องน้ำ ผลิตภัณฑ์ไร้สาระที่ไม่จำเป็นอีกชนิดหนึ่งของสังคมที่ถูกครอบงำด้วยสุขอนามัยเกินขนาด กระดาษชำระ ผ้าเช็ดหน้าเป็นทางเลือกที่ดีกว่า กระดาษห่อของขวัญ กระดาษที่มีสีสันแพรวพราวมากเท่าใดก็ยิ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากเท่านั้น ซื้อกระดาษห่อของขวัญที่เรียบง่าย ไม่ฟอกขาว และไม่เคลือบสารพิเศษ และนำกระดาษของขวัญมาใช้ใหม่มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หรือหลีกเลี่ยงการใช้กระดาษห่อของขวัญไปเลย การรีไซเคิลกระดาษ สิ่งที่ดีที่สุดในสำนักงานคือ ควรแยกกระดาษถ่ายเอกสารและกระดาษติดต่อภายในสำนักงานออกจากกระดาษชนิดอื่นๆ เพราะสามารถนำไปใช้ผลิตกระดาษรีไซเคิลคุณภาพสูงได้ เช่น […]
สารเติมแต่ง(Additives) การพึ่งพาสารพิษของพีวีซี
นอกจากประกอบด้วยคลอรีนแล้ว พีวีซีต่างจากพลาสติกชนิดอื่นตรงที่จะใช้งานไม่ได้เลยหากไม่มีการเติมสารเคมีบางอย่างเข้าไปในกระบวนการผลิต เรียกว่าสารเติมแต่ง เพราะตัวมันเองไม่คงตัว โดยธรรมชาติแล้วพีวีซีจะแข็งและเปราะ จึงต้องพึ่งสารเติมแต่ง เพื่อให้มันมีคุณสมบัติที่จะใช้งานได้เช่น นุ่ม ยืดหยุ่น มีสี ทนไฟ กันราและแบคทีเรีย บางครั้งก็มีการเติมสารต้านไฟฟ้าสถิต สารเพิ่มความสว่าง สารลดผลกระทบ หรือสารต้านปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (antioxidants) ในบรรดาสารเติมแต่งหลายพันชนิด มีประมาณ 150 ชนิดที่สำคัญและมีการใช้งานมาก สารเติมแต่ง เหล่านี้ใส่ไปเพื่อเป้าหมายด้านการใช้งานและการตลาดเป็นสำคัญ ทำให้พีวีซีที่เคยเป็นของแถมจากของเหลือจากกระบวนการผลิตมาเป็นวัสดุที่ใช้ผลิตสินค้ามากกว่า 60 เปอร์เซ็นในท้องตลาด ในทางปฏิบัติ มีโอกาสสูงที่สารเติมแต่ง เหล่านี้จะหลุดออกไปปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมทั่วโลก อาจเกิดจากการชะล้าง การระเหยออกสู่อากาศ ผ่านการถูกจุลชีพกิน(พีวีซีบางชนิดมีการเติมสารอินทรีย์ Biostabiliser) หรือถูกขนย้ายออกไปโดยตรง ในยุโรปตะวันตกมีการใช้สาร Plasticisers มากถึง 1 ล้านตันในแต่ละปี ซึ่งราวร้อยละ 77 ใช้ผลิตพีวีซี และสาร Plasticisers ที่สำคัญคือ De-2-ethylhexylphthalate (DEHP) เรียกย่อ ๆ ว่า “พทาเลท” ในปี 2530 มีการผลิต “พทาเลท” […]
เรื่องของพีวีซี(PVC) : คู่หูอันตราย
เมื่อคลอรีนรวมตัวกับเอธิลีน จะเกิดเป็นสารอันตรายชื่อ เอธิลีนไดคลอไรด์ (Ethylene Dichloride หรือ EDC) ซึ่งมีความเป็นพิษสูงและสามารถซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ง่าย เอธิลีนไดคลอไรด์เป็นสารก่อมะเร็ง และมีผลต่อทารก สามารถทำลายตับ ไตและอวัยวะภายในอื่นๆ อีกทั้งทำให้เกิดเลือดตกภายในและเลือดอุดตัน เป็นสารติดไฟง่าย เมื่อระเหยเป็นก๊าซสามารถระเบิดให้สารไฮโดรเจนคลอไรด์และฟอสจีน (Hydrogen Chloride and Phosgene) ซึ่งทั้งคู่เป็นก๊าซที่มีความเป็นพิษสูง เป็นก๊าซชนิดเดียวกับที่ก่อให้เกิดอุบัติภัยเคมีรุนแรงที่เมืองโภปาลในอินเดียรวมถึงอุบัติภัยหลายครั้งที่มาบตาพุด ระยอง และเป็นสารตั้งต้นที่ใช้ผลิตไวนิลคลอไรด์โมโนเมอร์ (Vinyl Chloride Monomer หรือ VCM) ในกระบวนการผลิตพีวีซีมีการปล่อยกากและของเสียออกมา เช่นเดียวกับการผลิตสารประกอบอินทรีย์คลอรีนอื่น ๆ ในกรณีพีวีซี กากที่ออกมาเรียกว่า ทาร์ (Tars) ปกติจะถูกนำไปกำจัดในทะเล