ดัชนีความเสี่ยงของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (Research Reactor)

เทคโนโลยีนิวเคลียร์ : ความจำเป็นและความพร้อมของไทย คำถามนี้เป็นคำถามต่อทิศทางการพัฒนาประเทศที่สะท้อนอยู่ในนโยบายและแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศ (2560-2569) ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติในวันที่ 30 สิงหาคม 2559 และได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชาเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2560 นโยบายและแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศ (2560-2569) มีความพยายามจะยกระดับความพร้อมเชิงโครงสร้างและองค์กรที่แยกกันระหว่างการกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนิวเคลียร์ การปรับเปลี่ยนกฏหมายที่มีอยู่เดิมไม่ทันสมัยและไม่ครอบคลุมบริบทการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในปัจจุบันอย่างเพียงพอ เช่น การมีพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2559 และการมีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) (สทน.) เพื่อทำหน้าที่วิจัยพัฒนาด้านเทคโนโลยีและการใช้ประโยชน์และบริการทางเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ในปี 2549 นำไปสู่การปรับเปลี่ยนสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติให้เป็น Regulator ที่มีหน้าที่เสนอแนะนโยบายและแผนยุทธศาสตร์และประสานงานการกำกับดูแลความปลอดภัยที่เป็นสากลมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีและเป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศดำเนินความร่วมมือระหว่างประเทศทางด้านนิวเคลียร์และรังสี รวมถึงการลงนามเป็นสมาชิกก่อตั้งทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency : IAEA) ก็ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยจะมีความพร้อมในการดำเนินการไม่ว่าจะเป็นโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ภายใต้แผนพัฒนาผลิตไฟฟ้า หรือเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย ภาคีและองค์การระหว่างประเทศดำเนินความร่วมมือระหว่างประเทศทางด้านนิวเคลียร์และรังสีที่ประเทศไทยเข้าร่วม ได้แก่ สนธิสัญญาการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Non-Proliferation Treaty: NPT) ความตกลงพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และพิธีสารเพิ่มเติมแนบท้ายความตกลงพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (Comprehensive Safeguards Agreement and Additional Protocol) อนุสัญญาว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือในกรณีเกิดอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์หรือเหตุฉุกเฉินทางรังสี(Convention […]