Taragraphies — Header Component

องค์กรสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ 80 องค์กรเรียกร้องให้สหภาพยุโรปยกเลิกโครงการชดเชยคาร์บอนภาคสมัครใจ

องค์กรสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ 80 องค์กร รวมถึง Protect the Forest เรียกร้องให้สหภาพยุโรปยกเลิกโครงการชดเชยคาร์บอนภาคสมัครใจ มีประมาณ 1 ใน 5 ของบรรดาบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของโลกที่ให้คำมั่นสัญญาเพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งหมายความว่า พวกเขาจะต้องลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน หรือไม่ก็จ่ายเงินเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอน การชดเชยคาร์บอนที่ได้รับความนิยมคือการจ่ายเงินเพื่ออนุรักษ์ป่าไม้และปลูกป่า แต่ข้อมูลเชิงประจักษ์พบว่า โครงการชดเชยคาร์บอนภาคสมัครใจนี้มีข้อบกพร่อง คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปมีข้อเสนอให้ออกใบรับรองบริษัทที่ดำเนินกิจกรรมดูดซับคาร์บอนจากชั้นบรรยากาศ (carbon removal) แต่งานวิจัยเชิงสืบสวนสอบสวนโดยสื่อมวลชน และการศึกษาต่างๆ แสดงให้เห็นว่า จนถึงขณะนี้ พบว่า มากกว่า 90% ไม่ว่าจะเป็นการออกใบรับรองและโครงการชดเชยคาร์บอน ไม่ก่อประโยชน์อันใดต่อการปกป้องสภาพภูมิอากาศ ในจดหมายเปิดผนึก องค์กรด้านสิ่งแวดล้อม 80 กลุ่มเรียกร้องให้สหภาพยุโรปยุติโครงการชดเชยคาร์บอนภาคสมัครใจ โครงการชดเชยคาร์บอนไม่นำไปสู่การลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้จริง ในบรรดาโครงการชดเชยคาร์บอนทั้งหมดที่มีอยู่ทั่วโลก มีร้อยละ 70 รับรองโดยบริษัท Verra ซึ่งเป็นตัวกลางในการขายคาร์บอนเครดิตให้กับบริษัทขนาดใหญ่ Die Zeit หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ของเยอรมนี และ British Guardian โดยได้รับการสนับสนุนจาก SourceMaterial องค์กรไม่แสวงผลกำไร ทำการสืบสวนกรณีบริษัท Verra ในเรื่องคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรองเกือบ 100 […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings