Taragraphies — Header Component

นัยยะของแผนการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำในทะเลจีนใต้

เรียบเรียงจาก https://www.orfonline.org/expert-speak/implications-of-china-s-floating-nuclear-power-plants-in-the-south-china-sea#:~:text=Experts%20emphasise%20that%20FNPPs%20pose,marine%20life%20and%20regional%20stability. เขียนโดย Pratnashree Basu is an Associate Fellow, Indo-Pacific at Observer Research Foundation, Kolkata, with the Strategic Studies Programme and the Centre for New Economic Diplomacy. รายงานล่าสุดเกี่ยวกับโครงการ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ลอยน้ำของจีนได้กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการทำให้ทะเลจีนใต้ซึ่งเป็นพื้นที่ขัดแย้งอยู่แล้วมีลักษณะเป็นพื้นที่ทางทหารมากขึ้น โครงการนี้ถูกเปิดเผยครั้งแรกในปี 2016 โดยมีข่าวเกี่ยวกับสถานีไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำแห่งแรกของจีนที่เรียกว่า ACPR50S ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท China General Nuclear (CGN) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของจีน เดิมที เครื่องปฏิกรณ์ลอยน้ำนี้ถูกออกแบบมาเพื่อจอดเทียบบนเรือสำหรับใช้ในการสำรวจน้ำมันนอกชายฝั่งโดยให้พลังงานสำหรับปฏิบัติการในทะเลโป๋ไห่ (Bohai Sea) ไม่นานหลังจากนั้น ก็มีข่าวลือและรายงานกระจัดกระจายเกี่ยวกับแผนของจีนในการ สร้างกองเรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำ (FNPPs) สำหรับทะเลจีนใต้ อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่นั้นมา ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาและการติดตั้งเครื่องปฏิกรณ์เหล่านี้มีค่อนข้างจำกัดโดยมีรายงานในปี 2023 ที่บ่งชี้ว่า แผนอาจถูกระงับ […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings