Taragraphies — Header Component

แสงไฟจากเรือประมง แสงไฟจากเมืองใหญ่

ภาพถ่ายแนวเฉียงนี้ถ่ายโดยนักบินอวกาศจากสถานีอวกาศนานาชาติ แสดงให้เห็นกรุงเทพมหานครที่สว่างไสวด้วยแสงไฟ ในฐานะเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กรุงเทพฯ มีประชากรมากกว่า 9 ล้านคน น่านน้ำของทะเลอันดามันและอ่าวไทยสว่างไสวด้วยไฟสีเขียวหลายร้อยดวงบนเรือประมง ชาวประมงใช้แสงไฟเพื่อดึงดูดแพลงก์ตอนและปลาซึ่งเป็นอาหารเหยื่อที่ปลาหมึกชอบกิน ขณะที่เหยื่อว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำ ปลาหมึกจะตามไปกินและถูกจับโดยชาวประมง เรือประมงไดหมึกนี้ยังใช้แถบนอกชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกของอเมริกาใต้ ในภาพ พรมแดนระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาทางทิศตะวันออกมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดในเรื่องจำนวนแสงไฟในเมือง กัมพูชามีพื้นที่เป็นเมืองน้อยกว่าและมีประชากรน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ประชากรส่วนใหญ่ของกัมพูชาอาศัยอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรมในชนบทซึ่งมีไฟฟ้าใช้น้อย พนมเปญเป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศกัมพูชา มีประชากรประมาณ 1.5 ล้านคน ภาพถ่ายของนักบินอวกาศ ISS053-E-451778 นี้บันทึกเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ด้วยกล้องดิจิตอล Nikon D5 โดยใช้เลนส์ 24 มิลลิเมตร ภาพนี้ถ่ายโดยลูกเรือ Expedition 53 รูปภาพได้รับการครอบตัดและปรับปรุงเพื่อปรับปรุงคอนทราสต์ และส่วนที่ผิดปกติของเลนส์ได้ถูกลบออกแล้ว โครงการสถานีอวกาศนานาชาติสนับสนุนปฏิบัติการนี้โดยเป็นส่วนหนึ่งของห้องปฏิบัติการแห่งชาติของ ISS เพื่อช่วยให้นักบินอวกาศถ่ายภาพโลกซึ่งมีคุณค่าสูงสุดสำหรับนักวิทยาศาสตร์และสาธารณะชน และเพื่อให้ภาพเหล่านั้นเผยแพร่ได้อย่างอิสระบนอินเทอร์เน็ต สามารถดูภาพเพิ่มเติมที่ถ่ายโดยนักบินอวกาศและนักบินอวกาศได้ที่ NASA/JSC Gateway to Astronaut Photography of Earth คำบรรยายโดย Andi Hollier, Hx5, สัญญา […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings