ภาคประชาสังคมไทยและองค์กรไม่แสวงหากำไรในประเทศไทยควรจะไปให้พ้นจาก “การยึดกุมโดยรัฐอำนาจนิยม(State Capture) และบรรษัท (Corporate Capture)” หรือไม่ อย่างไร (1) ?
กัลยาณมิตรท่านหนึ่งได้ทักทายผมถึงกรณีการวิพากษ์ถึงนักกิจกรรมทางสังคมรุ่นเดอะที่แสดงบทบาทกลายเป็นเครื่องมือฟอกเขียวของกลุ่มทุน บอกว่าสิ่งที่ผมเขียนเผยแพร่ผ่าน social media ในเรื่องดังกล่าวมีความคลุมเครือ จะวิพากษ์ก็ไม่วิพากษ์ จะชี้นำก็ไม่ชี้นำ ไม่รู้ว่าต้องการจะบอกอะไร ซึ่งผมก็น้อมรับข้อบกพร่องด้วยใจจริง ผมถือโอกาสแก้ตัวไปว่า ด้วยความที่สถานะของผมก็เปลี่ยนแปลง เพิ่งก้าวลงจากความเป็น activist ขององค์กรที่ผมและผองเพื่อนร่วมกันก่อร่างขึ้นมาเมื่อ 25-26 ปีก่อน มาเป็น freelancer จึงขอสร้างความคลุมเครือในเรื่องนี้ไปก่อนจนกว่าจะตั้งหลักได้ ประสบการณ์ทำงานบริหารองค์กรรณรงค์อิสระที่มีจุดยืนชัดเจนว่าไม่รับเงินจากรัฐหรือบรรษัทและต้องยึดถือ code of conduct และกำกับดูแลนโยบายภายในต่างๆ ตั้งแต่เรื่องการหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน(Avoiding conflict of interest) การหลีกเลี่ยงการทุจริตและคอร์รัปชัน(Avoiding Fraud and Corruption) ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม(Environmental Responsibility) ความโปร่งใสตรวจสอบได้ทางการเงิน(Financial Responsibility) ไปจนถึงการป้องกันการเลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิด รวมถึงการล่วงละเมิดทางเพศ(Preventing Discrimination and Harassment, including sexual harassment) ฯลฯ รวมถึงหลักการ JEDIS – Jutisce (ความยุติธรรม) Equity (ความเสมอภาค) Diversity (ความหลากหลาย) Inclusion […]