Taragraphies — Header Component

เคล็ดลับและกลยุทธ์การแปลภาพถ่ายดาวเทียม

ภาพถ่ายดาวเทียมก็เหมือนกับแผนที่ เต็มไปด้วยข้อมูลที่มีประโยชน์และน่าสนใจ หากคุณมี “กุญแจ” สำหรับการอ่าน ภาพเหล่านี้สามารถบอกเราได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับเมืองมากแค่ไหน ผลผลิตทางการเกษตรเติบโตได้ดีเพียงใด ไฟกำลังลุกไหม้อยู่ที่ไหน หรือพายุใดกำลังจะมา เพื่อปลดล็อกข้อมูลอันมหาศาลในภาพถ่ายดาวเทียม คุณจำเป็นต้อง: เคล็ดลับข้างต้นมาจากทีมงาน Earth Observatory ซึ่งใช้แนวทางเหล่านี้ในการตีความภาพทุกวัน และจะช่วยให้คุณสามารถทำความเข้าใจและดึงข้อมูลที่มีคุณค่าออกมาจากภาพถ่ายดาวเทียมได้ มองหามาตราส่วน สิ่งแรก ๆ ที่ผู้คนมักทำเมื่อดูภาพถ่ายดาวเทียม คือพยายามระบุสถานที่ที่คุ้นเคยกับตนเอง เช่น บ้าน โรงเรียน ที่ทำงาน สวนสาธารณะที่ชื่นชอบ แหล่งท่องเที่ยว หรือภูมิประเทศตามธรรมชาติอย่างทะเลสาบ แม่น้ำ หรือแนวสันเขา ภาพถ่ายบางภาพจากดาวเทียมทางทหารหรือดาวเทียมเชิงพาณิชย์มีความละเอียดมากพอที่จะมองเห็นสิ่งเหล่านี้ได้ เนื่องจากดาวเทียมเหล่านี้ซูมเข้าไปในพื้นที่ขนาดเล็กเพื่อเก็บรายละเอียดที่ละเอียดถึงระดับบ้านแต่ละหลังหรือแม้แต่รถยนต์ อย่างไรก็ตาม การทำเช่นนี้มักแลกมาด้วยการสูญเสียภาพรวมของพื้นที่ทั้งหมด ดาวเทียมของ NASA ใช้วิธีที่ตรงกันข้าม นักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์โลกมักต้องการมุมมองแบบมุมกว้างเพื่อดูระบบนิเวศทั้งหมดหรือแนวหน้าของบรรยากาศ ผลลัพธ์คือภาพจาก NASA จะมีรายละเอียดน้อยกว่าแต่ครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่า ตั้งแต่ระดับภูมิประเทศ (กว้างประมาณ 185 กิโลเมตร) ไปจนถึงทั้งซีกโลก ระดับของรายละเอียดขึ้นอยู่กับ ความละเอียดเชิงพื้นที่ (spatial resolution) ของดาวเทียม เช่นเดียวกับภาพถ่ายดิจิทัล ภาพถ่ายดาวเทียมประกอบด้วยจุดเล็ก ๆ ที่เรียกว่า […]

เรือบรรทุกเม็ดพลาสติกและสารเคมีไฟใหม้นอกชายฝั่งทะเลศรีลังกาจากภาพถ่ายดาวเทียม

วันที่ 1 มิถุนายน 2564 เครื่องมือ Operational Land Imager (OLI) บนดาวเทียม Landsat 8 บันทึกภาพสีธรรมชาติของเรือเดินสมุทรที่มีควันไฟลอยพุ่งขึ้นมาบริเวณนอกชายฝั่งทะเลศรีลังกา จากการรายงานข่าว เรือเดินสมุทรบรรทุกสินค้าลำนี้เกิดไฟใหม้เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมช่วงที่เรือซึ่งกำลังบ่ายหน้าไปยังสิงคโปร์ทำการทอดสมอในทะเลบริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโคลัมโบเพื่อรอเทียบท่าเรือ ลูกเรือใช้เวลาราวสองสัปดาห์ในการดับเพลิงที่ลุกไหม้ หลังจากนั้นไม่นาน ผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้เรือพยายามให้เรือเคลื่อนย้ายออกไปในเขตทะเลที่มีน้ำลึกกว่า พวกเขาทำได้เพียงลากจูงเรือออกไปในระยะสั้นๆก่อนที่ส่วนท้ายของเรือจะจมลง เรือลำนี้บรรทุกคอนเทนเนอร์กว่า 1,400 อัน มีบางคอนเทนเนอร์ได้หลุดตกลงในทะเลไปแล้ว เม็ดพลาสติกขนาดเล็กที่เรียกว่า nurdle จำนวนมหาศาลกระจายออกไปตกค้างอยู่ตามชายหาด ยังมีความกังวลเรื่องการรั่วไหลของกรดไนตริก และน้ำมัน รวมถึงวัสดุอื่นๆ ที่อาจจะกระทบกับระบบนิเวศวิทยาทางทะเล หน่วยงานระหว่างประเทศและสหรัฐอเมริกามีบทบาทในการรับมือเฉพาะหน้ากับหายนะครั้งนี้ NASA เองก็มีบทบาทในการช่วยสังเกตติดตามและวิเคราะห์ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา NASA ได้พัฒนาขีดความสามารถอย่างแข็งขันเพื่อแบ่งปันข้อมูล Earth observations เพื่อยกระดับการคาดการณ์ การเตรียมความพร้อม การรับมือ และการฟื้นฟูจากหายนะภัยทางธรรมชาติและเทคโนโลยี NASA และ กรมสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) ตอบรับการร้องขอข้อมูลและภาพถ่ายที่รวบรวมจาก International Charter for Space and Major Disasters ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระดับโลกของหน่วยงานด้านอวกาศต่างๆ […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings