Taragraphies — Header Component

นโยบายโลกร้อนของ Biden อาจนำมาซึ่งจุดพลิกผันที่ทำให้ความตกลงปารีส “บรรลุเป้าหมาย”

เรียบเรียงจาก https://climateactiontracker.org/press/bidens-election-could-bring-a-tipping-point-putting-paris-agreement-15-degree-limit-within-striking-distance/ ถ้าหาก(ว่าที่)ประธานาธิบดี Joe Biden ที่มาจากการเลือกตั้งเดินหน้าด้วยคำมั่นสัญญาสำหรับสหรัฐอเมริกาที่จะลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 ได้ จะช่วยลดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกลงได้ 0.1˚C ภายในปี 2643 ทั้งนี้จะต้องควบคู่ไปกับการที่สาธารณรัฐประชาชนจีนให้คำมั่นว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ก่อนปี 2603 และพันธะสัญญาของสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ที่จะบรรลุถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593 หากทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจริง เป้าหมายเพื่อรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นมากไปกว่า 1.5˚C ของความตกลงปารีสจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม [1] แผนนโยบายของ Biden ที่จะลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 และนโยบายที่เกี่ยวข้องจะส่งผลให้มีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมระหว่างปี 2563 ถึง 2593 ที่ประมาณ 75 Gt CO2eq การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้จะนำไปสู่การลดลงของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกในช่วงปลายศตวรรษนี้ราว 0.1 °C ก่อนหน้านี้ Climate Action Tracker ได้ประเมินผลของเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ของจีนซึ่งจะนำไปสู่การลดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกราว 0.2-0.3 °C ในช่วงปลายศตวรรษ(ปี 2643) Niklas Höhneจาก New Climate Institute ซึ่งเป็นองค์กรพันธมิตรของ Climate Action […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings