เมื่อฝุ่นและเมฆหมอกปะทะกับเทือกเขาสุไลมาน

เรียบเรียงจาก https://earthobservatory.nasa.gov/images/152736/haze-meets-the-sulaiman-mountains นักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติถ่ายภาพเฉียงของเทือกเขาสุไลมานในเขตภาคกลางของปากีสถาน แนวเทือกเขานี้เป็นผลมาจากการปะทะกันแบบสโลว์โมชั่นของแผ่นเปลือกโลกอินเดียและยูเรเซียที่เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 60 ล้านปีก่อน ยอดเขาสูงจากระดับน้ําทะเลมากกว่า 3,000 เมตร (10,000 ฟุต) ทางตอนเหนือของเทือกเขา ดังแสดงในภาพถ่ายนี้ เทือกเขาสุไลมานเป็นแนวปราการธรรมชาติระหว่างที่ราบสูงทางทิศตะวันตกและหุบเขาแม่น้ําสินธุทางทิศตะวันออก ลมที่พัดมาจากมหาสมุทรอินเดียและที่ราบน้ําท่วมถึงของลุ่มแม่น้ำสินธุนําความชื้นและละอองลอยเข้าไปในแผ่นดิน ทําให้เกิดฝุ่น หมอก และเมฆรวมกันในส่วนที่เป็นกระแสลมของเทือกเขา เมฆและฝุ่นไม่อาจเคลื่อนตัวผ่านผ่านภูมิประเทศที่มีความสูงในเขตเทือกเขา ดังนั้นจึงเคลื่อนตัวไปตามลักษณะภูมิประเทศ(Terrain-forced flow) ตามช่องว่างของเทือกเขา อย่างไรก็ตาม มีการเคลฃื่อนตัวของกระแสไอน้ําขนาดเล็กผ่านช่องเขาใกล้เมือง Dhana Sar คุณลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของการถ่ายภาพนักบินอวกาศของโลกคือความสามารถของลูกเรือบนสถานีอวกาศในการเน้นถึงภูมิทัศน์โดยการถ่ายภาพจากมุมมองอื่นที่ไม่ใช่แบบตรงลงมา (nadir) ภาพนี้ใช้ประโยชน์จากมุมมองเฉียงเพื่อเน้นถึงความสลับซับซ้อนของแนวเทือกเขาสุไลมาน Astronaut photograph ISS070-E-42565 was acquired on December 17, 2023, with a Nikon D5 digital camera using a focal length of 460 millimeters. It is provided by […]

5 ปัจจัยทำไมโลกร้อนเป็นประวัติการณ์ในปี 2566

NASA ประกาศว่าปี 2566 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ตามการวิเคราะห์อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกประจําปีโดยสถาบัน Goddard Institute for Space Studies นักวิทยาศาสตร์ที่เก็บบันทึกอุณหภูมิซึ่งเริ่มต้นในปี 2423 คํานวณความผิดปกติของอุณหภูมิโลกในแต่ละปีเพื่อกําหนดว่าอุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับอุณหภูมิระหว่างปี 2494–2523 ทุกเดือนตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงธันวาคม 2566 เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ กรกฎาคมได้รับการจัดอันดับให้เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดที่เคยบันทึกไว้ แต่อะไรทําให้ปี 2566 โดยเฉพาะครึ่งหลังของปีร้อนขนาดนี้? นักวิทยาศาสตร์ถามตัวเองด้วยคําถามเดียวกันนี้ นี่คือรายละเอียดของปัจจัยหลักที่นักวิทยาศาสตร์ใช้พิจารณาเพื่ออธิบายอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นซึ่งทําลายสถิติ การเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกในระยะยาวเป็นปัจจัยหลัก เป็นเวลากว่า 100 ปีแล้วที่มนุษย์เผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน ก๊าซ และน้ํามัน เพื่อขับเคลื่อนทุกอย่างตั้งแต่หลอดไฟและรถยนต์ไปจนถึงโรงงานและเมืองต่างๆ กิจกรรมเหล่านี้ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน ทําให้ก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้น ก๊าซเรือนกระจกทําหน้าที่เหมือนผ้าห่มดักจับความร้อนรอบโลก ยิ่งมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากเท่าไหร่ ผ้าห่มก็จะยิ่งหนาขึ้นเท่านั้น ทําให้โลกร้อนขึ้นอีก ในเดือนพฤษภาคม 2566 ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศสูงสุดที่ 424 ส่วนต่อล้านส่วนที่หอดูดาว Mauna Loa ของ NOAA ฮาวาย จุดสูงสุดประจําปีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มการวัดในปี 2501 (โครงการวัดคาร์บอนทั่วโลกอื่นๆ แสดงตัวเลขที่สูงในทํานองเดียวกัน) ขยายสถิติกลับไปอีกขั้นด้วยแกนน้ําแข็ง ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์สูงที่สุดในรอบอย่างน้อย […]

การคาดการณ์ละอองลอย(Aerosols)ในอาเซียนตอนบน

แม้เราสูดอากาศเข้าไปเต็มปอดในวันที่อากาศดูแจ่มใส เกือบแน่นอนว่าเราหายใจเอาอนุภาคของแข็งและละอองของเหลวเข้าไปด้วย สสารที่มีอยู่ทั่วไปนี้คือ “ละอองลอย(aerosols) ซึ่งพบได้ทุกหนทุกแห่งในอากาศเหนือผิวมหาสมุทร ทะเลทราย เขตเทือกเขา ผืนป่า ทุ่งน้ำแข็งและระบบนิเวศทุกๆ แห่ง หากเราเคยเห็นฝุ่นควันที่กระจายปกคลุมจากไฟป่า เถ้าจากการระเบิดของภูเขาไฟ และฝุ่นละอองในสายลม ที่เราเห็นนั่นแหละคือละอองลอย เครื่องมือวัดบนดาวเทียมหลายดวง รวมถึงในโครงการ Copernicus สามารถบันทึกละอองลอยเหล่านี้ด้วย โดยเป็นมุมมองที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงสูงจากพื้นผิวโลกนับร้อยกิโลเมตร ทำให้เราได้ภาพที่ครอบคลุมของละอองลอยที่กระจายไปทั่วชั้นบรรยากาศโลก แผนที่ด้านบนแสดงการคาดการณ์ของแบบแผนการกระจายตัวของละอองลอยระว่างวันที่ 12-16 เมษายน 2566 จากข้อมูลการเก็บบันทึกโดย The Copernicus Atmosphere Monitoring Service (CAMS) ซึ่งดำเนินการโดย European Center for Medium-Range Weather Forecasts (ECMWF) ในนามของคณะกรรมาธิการยุโรป ECMWF เป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลที่เป็นอิสระ ได้รับการสนับสนุนจาก 35 รัฐ เป็นทั้งสถาบันวิจัยและบริการปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ผลิตและเผยแพร่การพยากรณ์อากาศเชิงตัวเลขไปยังประเทศสมาชิก การวัดละอองลอยด้วยเครื่องมือวัดบนดาวเทียมจะวัดจาก ความลึกเชิงแสงของละอองลอย (aerosol optical thickness หรือ […]

ฟ้าขมุกขมัวทั่วอเมริกาเหนือ

หมอกควันจากไฟป่าที่ยังคงลุกลามในทวีปอเมริหาเหนือตอนกลางและตะวันตก ได้แผ่กระจายปกคลุมเกือบทั่วทั้งทวีป ท้องฟ้าที่สดใสกลายเป็นฟ้าหม่น ในเมืองหลายแห่งตั้งแต่บอสตันไปจนถึงวอชิงตัน ดี.ซี. อันเนื่องมาจากหมอกควันจากไฟป่าในแคว้น Manitoba และ Ontario ของแคนาดาลอยปกคลุมพื้นที่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา แผนที่ด้านบนแสดงความเข้มข้นของอนุภาคที่เรียกว่า “เขม่าดำ(black carbon) ที่กระจายทั่วทั้งทวีปอเมริกาเหนือในวันที่ 21 กรกฏาคม 2564 โดยใช้ข้อมูลจากแบบจำลอง GEOS forward processing (GEOS-FP) ที่ประมวลจากเครื่องวัดบนดาวเทียม อากาศยานและระบบสังเกตการณ์ภาคพื้นดิน นักสร้างแบบจำลองยังใช้ข้อมูลละอองลอย(aerosols)และไฟ(fire)จากเครื่องมือวัดบนดาวเทียมด้วย แบบจำลอง GEOS-FP ยังใช้ข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา เช่น อุณหภูมิอากาศ ความชื้น และลมเพื่อจำลองพฤติกรรมของกลุ่มหมอกควันจากไฟป่าอีกด้วย เราสามารถเห็นกลุ่มเขม่าดำหนาแน่นที่ออกมาจากจุดเกิดไฟในรัฐบริติชโคลัมเบีย โอเรกอน วอชิงตัน และแคลิฟอร์เนีย อีกด้วย แปลเรียบเรียงจาก NASA Earth Observatory image by Joshua Stevens, using GEOS-5 data from the Global Modeling and Assimilation Office at NASA GSFC. Story by Adam Voiland. […]