Taragraphies — Header Component

องค์กรสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ 80 องค์กรเรียกร้องให้สหภาพยุโรปยกเลิกโครงการชดเชยคาร์บอนภาคสมัครใจ

องค์กรสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ 80 องค์กร รวมถึง Protect the Forest เรียกร้องให้สหภาพยุโรปยกเลิกโครงการชดเชยคาร์บอนภาคสมัครใจ มีประมาณ 1 ใน 5 ของบรรดาบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของโลกที่ให้คำมั่นสัญญาเพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งหมายความว่า พวกเขาจะต้องลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน หรือไม่ก็จ่ายเงินเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอน การชดเชยคาร์บอนที่ได้รับความนิยมคือการจ่ายเงินเพื่ออนุรักษ์ป่าไม้และปลูกป่า แต่ข้อมูลเชิงประจักษ์พบว่า โครงการชดเชยคาร์บอนภาคสมัครใจนี้มีข้อบกพร่อง คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปมีข้อเสนอให้ออกใบรับรองบริษัทที่ดำเนินกิจกรรมดูดซับคาร์บอนจากชั้นบรรยากาศ (carbon removal) แต่งานวิจัยเชิงสืบสวนสอบสวนโดยสื่อมวลชน และการศึกษาต่างๆ แสดงให้เห็นว่า จนถึงขณะนี้ พบว่า มากกว่า 90% ไม่ว่าจะเป็นการออกใบรับรองและโครงการชดเชยคาร์บอน ไม่ก่อประโยชน์อันใดต่อการปกป้องสภาพภูมิอากาศ ในจดหมายเปิดผนึก องค์กรด้านสิ่งแวดล้อม 80 กลุ่มเรียกร้องให้สหภาพยุโรปยุติโครงการชดเชยคาร์บอนภาคสมัครใจ โครงการชดเชยคาร์บอนไม่นำไปสู่การลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้จริง ในบรรดาโครงการชดเชยคาร์บอนทั้งหมดที่มีอยู่ทั่วโลก มีร้อยละ 70 รับรองโดยบริษัท Verra ซึ่งเป็นตัวกลางในการขายคาร์บอนเครดิตให้กับบริษัทขนาดใหญ่ Die Zeit หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ของเยอรมนี และ British Guardian โดยได้รับการสนับสนุนจาก SourceMaterial องค์กรไม่แสวงผลกำไร ทำการสืบสวนกรณีบริษัท Verra ในเรื่องคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรองเกือบ 100 […]

แบตเตอรี่ “โซเดียม” อาจเป็นทางเลือกจาก “ลิเธียม” ที่มีปัญหา

เรียบเรียงจาก Sodium batteries offer an alternative to tricky lithium https://www.economist.com/leaders/2023/10/26/sodium-batteries-offer-an-alternative-to-tricky-lithiumfrom The Economist ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ราชนาวีของสหราชอาณาจักรดัดแปลงเรือรบของตนให้ใช้น้ํามันแทนถ่านหิน แต่ในขณะที่ถ่านหินผลิตในประเทศ แต่น้ํามันต้องนำเข้า จึงกลายเป็นความว้าวุ่น : จะเกิดอะไรขึ้นถ้าการนําเข้าเชื้อเพลิงเหล่านั้นถูกตัดขาดในวันหนึ่ง? วินสตัน เชอร์ชิลล์ ซึ่งดูแลกองทัพเรือในขณะนั้น แย้งว่า การป้องกันที่ดีที่สุดคือความหลากหลายของอุปทาน ขณะที่เขาบอกกับรัฐสภาที่กำลังตระหนก : “ความปลอดภัยและความแน่นอนในน้ํามันอยู่ที่ความหลากหลาย และความหลากหลายเพียงอย่างเดียว” ทุกวันนี้ นักการเมืองในกลุ่มประเทศร่ำรวยพบว่าตัวเองถูกผูกมัดที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พวกเขาจําเป็นต้องเปลี่ยนไม่ใช่เพียงกองทัพเรือ แต่คือระบบเศรษฐกิจทั้งหมดจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นการผลิตไฟฟ้าที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่เป็นหายนะจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ แต่พวกเขากังวลว่าการทําเช่นนั้นจะยิ่งสุ่มเสี่ยงในทางภูมิรัฐศาสตร์ พวกเขากังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับแบตเตอรี่ การเปลี่ยนผ่านที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม(green transition) จะต้องพึ่งพาสิ่งเหล่านี้อย่างมาก : สําหรับรถยนต์ รถบรรทุก และบ้าน และเพื่อสร้างสมดุลระบบสายส่งของประเทศเมื่อพวกเขาพึ่งพาไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์และลม แม้ว่าจะมีแบตเตอรี่หลายประเภท แต่เทคโนโลยีที่โดดเด่นคือแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (lithium-ion) ซึ่งมีข้อดีระหว่างการบํารุงรักษาที่ต่ำและการมีความหนาแน่นของพลังงานสูง แต่ลิเธียมซึ่งเป็นส่วนประกอบสําคัญนั้นหายาก และการผลิตส่วนใหญ่มาจากจีน ประเทศตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรปที่ใช้เวลาสองปีที่ผ่านมาในการพยายามลดการพึ่งพาก๊าซฟอสซิลของรัสเซีย ระมัดระวังที่จะประนีประนอมความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคตของพวกเขา ในทํานองเดียวกัน ความกลัวดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎีเท่านั้น เมื่อวันที่ […]

ปูติน หนูอุปมาอุปไมยของเขา และฉากทัศน์ที่สงครามในยูเครนอาจจะยุติลง

แปลเรียบเรียงจาก Andreas Kluth https://english.aawsat.com/home/article/3514051/andreas-kluth/putin-his-rat-and-six-ways-war-ukraine-could-end ไม่มีใครรู้ว่าสงครามรุกรานยูเครนของปูตินจะจบลงอย่างไร แต่ฉากทัศน์(scenario)ส่วนใหญ่มีตั้งแต่แย่มากไปถึงแย่ที่สุด เพื่อทำความเข้าใจ เราเริ่มจากสิ่งที่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นหนูที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก เป็นหนูที่วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งรัสเซียอ้างว่าช่วงที่เขาเป็นเด็ก (ในเมืองซึ่งตอนนั้นคือ เลนินกราด) ได้ไล่มันไปตามโถงทางเดิน เมื่อหนูจนมุม มันก็หันมาโจมตีเขา เหตุใดปูตินพยายามที่จะทำให้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยนี้ถูกเล่าซ้ำแล้วซ้ำอีกต่อชาวรัสเซียที่เป็นผู้ฟังทั่วโลก? เรื่องพื้นๆ ก็คือ เป็นคำขู่ของปูตินที่ปิดบังไว้ ฉันคือหนูตัวนั้น แต่ว่าฉันมีกรงเล็บนิวเคลียร์ ดังนั้น อย่าทำให้ฉันต้องจนมุม มาถึงจุดนี้ — อาจเรียกว่าเป็นมุมมองของหนู — เราต้องคำนึงถึงฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ทั้งหมด  ถ้าการวิเคราะห์เป็นเรื่องที่ว่าอะไรดีต่อรัสเซีย การรุกรานยูเครนจะไม่มีวันเริ่มต้นเลย และอาจสิ้นสุดลงทุกเวลาด้วยการเจรจาที่บรรลุข้อตกลง ท้ายที่สุดแล้ว การทำสงครามยิ่งกระทบกับผลประโยชน์แห่งชาติของรัสเซีย โดดเดี่ยวรัสเซียออกจากนานาชาติ และทำให้คนรัสเซียยิ่งยากจนข้นแค้นมากขึ้นไปอีก แต่รัสเซียในฐานะประชาชาติไม่เกี่ยวอะไรกับหนู จริงๆ แล้ว หนูที่เป็นอุปมาอุปไมยนี้คือ “เครมลิน” จากที่ปรากฏให้เห็นทั้งหมด ปูตินถูกโดดเดี่ยว เขาอยู่ในโลกทางจิตใจของเขาเอง ต่างจากผู้นำโซเวียตรุ่นก่อนๆ เขาไม่มีปูลิตบูโร (politburo) รอบตัวเขา ไม่มีการตรวจสอบและถ่วงดุลที่น่าเชื่อถือ  เขาตัดสินใจคนเดียว เช่นเดียวกับเหล่าทรราชทั้งในปัจจุบันและในอดีต เขามีเหตุผลที่จะต้องกังวลว่าความล้มเหลวทางการเมืองของเขาอาจไม่จบลงดีๆ ด้วยการเกษียณอายุที่น่าเบื่อแต่สงบสุข แต่ค่อนไปทางจุดจบที่รุนแรงและฉับพลันมากกว่า ดูจากมุมมองของหนูแล้วมีแต่ทางตัน […]

ทำไมรัสเซียถึงต้องการยูเครนมาก นี่คือสิ่งที่ภูมิศาสตร์การเมืองบอกเรา

นักวิเคราะห์กล่าวว่าปูตินต้องการสร้างจักรวรรดิรัสเซียและยูเครนเป็นส่วนสำคัญของแผนการ แปลเรียบเรียงจาก Abhijit Majumder February 20, 2022 ใน https://www.firstpost.com/world/why-does-russia-want-ukraine-so-badly-heres-what-a-geography-book-tells-us-10391451.html เราอาจกล่าวโทษความทะเยอทะยานที่น่าอับอายของวลาดิมีร์ ปูติน ต่อการเข้าโจมตียูเครน แต่เหตุผลที่แท้จริงอาจฟังดูหนักแน่นและน่าสนใจกว่านั้น คือ ภูมิศาสตร์ หนังสือ Prisoners of Geography ของ Tim Marshall ซึ่งตีพิมพ์จำหน่ายในปี 2559 นำเสนอมุมมองที่สดใหม่ว่าด้วยภูมิรัฐศาสตร์ โดยอธิบายว่า แม่น้ำ ทะเล ภูเขา ธารน้ำแข็ง ป่าไม้และที่ราบ กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของรัสเซีย จีน สหรัฐอเมริกา ประเทศในยุโรปตะวันตก แอฟริกา ตะวันออกกลาง เกาหลี ญี่ปุ่น และลาตินอเมริกา อย่างไร นอกจากนี้ ยังอธิบายถึงลักษณะทางภูมิศาสตร์ของอินเดียและปากีสถาน — ส่วนโค้งที่เป็นน้ำของมหาสมุทรอินเดีย ทะเลอาหรับ และอ่าวเบงกอล เทือกเขาฮินดูกุชทางตะวันตกเฉียงเหนือและเทือกเขาหิมาลัยทางตอนเหนือ ที่ราบสูงของทะเลทรายบาลูจิสถาน พรมแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือ ภูเขาและเทือกเขาคาราโครัมซึ่งเชื่อมต่อเทือกเขาหิมาลัย – คือลานนองเลือดของความขัดแย้งอันน่าสลดใจ สิ่งที่รับรู้กันทั่วไป (ซึ่งมีความจริงอยู่บ้าง) […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings