Taragraphies — Header Component

ไฟฟ้าดับในแคว้นอันดาลูเซีย สเปน

ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2025 ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนหลายสิบล้านคนทั่วคาบสมุทรไอบีเรีย รถไฟหยุดวิ่ง โรงพยาบาลต้องพึ่งเครื่องปั่นไฟ และการติดต่อสื่อสารทั้งทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตล้มเหลว ในประเทศสเปน มีรายงานข่าวว่าไฟฟ้ากว่าครึ่งที่ขาดหายไปในช่วงเที่ยงวันได้รับการฟื้นฟูภายในช่วงเย็นของวันเดียวกัน อย่างไรก็ตาม พื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศยังคงเผชิญกับความมืดมิดตลอดทั้งคืน แผนที่ด้านล่างแสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของไฟฟ้าดับในแคว้นอันดาลูเซีย ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองทางตอนใต้ของสเปน โดยเปรียบเทียบการปล่อยแสงในยามค่ำคืนก่อนเกิดเหตุไฟฟ้าดับ (ซ้าย) และระหว่างที่เกิดเหตุ (ขวา) ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 28 และ 29 เมษายนตามลำดับ แผนที่นี้มาจากผลิตภัณฑ์ “Black Marble” ขององค์การนาซา ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จาก Ranjay Shrestha และ Zhuosen Wang จากทีมวิจัยที่ศูนย์การบินอวกาศก็อดดาร์ดของนาซา โดยอิงจากข้อมูลที่รวบรวมโดยอุปกรณ์ VIIRS (Visible Infrared Imaging Radiometer Suite) บนดาวเทียม NOAA-20 ทีมงาน Black Marble ได้ปรับเทียบข้อมูลเพื่อชดเชยความแปรปรวนของภูมิประเทศ บรรยากาศ และระยะของดวงจันทร์ รวมถึงตัดแสงรบกวนจากแหล่งที่ไม่ใช่แสงไฟฟ้าออก ในวันที่ 29 เมษายน กลุ่มเมฆส่วนใหญ่อยู่เหนือมหาสมุทรและไม่บดบังแหล่งกำเนิดแสงบนพื้นดินมากนัก พื้นที่ที่ปรากฏเป็นสีเทาบนแผนที่ด้านล่างแสดงถึงบริเวณที่ไม่มีข้อมูลเนื่องจากมีเมฆปกคลุม […]

บทวิเคราะห์ : 48 ชั่วโมงหลังเหตุการณ์ไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ในคาบสมุทรไอบีเรีย(สเปน/โปรตุเกส) — ประเด็นการถกเถียงอยู่ที่ไหน?

เรียบเรียงจากบทความของโฆเซ่ หลุยส์ การ์เซีย หัวหน้างานรณรงค์ด้านภูมิอากาศและพลังงาน กรีนพีซ สเปน ใน https://es.greenpeace.org/es/noticias/analisis-48-horas-despues-del-apagon-donde-esta-el-debate/ หลังจากระบบพลังงานล่มไปเมื่อสองวันก่อน ยังมีคำถามอีกมากที่ไร้คำตอบ แม้ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่การคาดเดาต่างๆ ก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งในรายการโทรทัศน์และกลุ่ม WhatsApp อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ ความจริงแล้ว ไม่บ่อยนักที่ระบบพลังงาน—ซึ่งดูเป็นเรื่องห่างไกล ยุ่งยาก และเข้าใจยาก—จะกลายเป็นศูนย์กลางของวาระสาธารณะ ไม่ใช่เพราะเรื่องค่าไฟและค่าครองชีพ (ที่เคยเป็นประเด็นมาแล้วหลายครั้ง) แต่เพราะเป็นบริการที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตประจำวัน แม้จะเกิดขึ้นจากสถานการณ์เลวร้าย แต่ก็ถึงเวลาที่เราต้องพูดถึงประเด็นสำคัญที่กระทบเราทุกคน ไม่ใช่แค่เรื่องค่าไฟฟ้า เรากำลังห่วงใยสามประเด็นหลักต่อไปนี้สำหรับอนาคต: 1. พลังงานหมุนเวียน พลังงานหมุนเวียนคือกุญแจในการสร้างระบบพลังงานที่ปลอดภัย เข้าถึงได้และยั่งยืน พร้อมรับมือกับวิกฤตภูมิอากาศ กรีนพีซเคยแสดงให้เห็นมาแล้วเมื่อ 20 ปีก่อนว่า ระบบไฟฟ้าที่มาจากพลังงานหมุนเวียน 100% นั้นไม่เพียงจำเป็น แต่ยังเป็นไปได้จริงและให้ประโยชน์ต่อทุกคน แต่การบรรลุเป้าหมายนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มพลังงานหมุนเวียนจำนวนมากเข้าระบบเท่านั้น ยังต้องมีเครื่องมือเสริมเพื่อให้ระบบมีความยืดหยุ่นและฟื้นตัวได้ เช่น เครื่องกำเนิดพลังงานหมุนเวียนแบบจัดการได้ รวมถึงโซลาร์แบบเทอร์โมอิเล็กทริก ระบบกักเก็บพลังงานหลายรูปแบบ อินเวอร์เตอร์อัจฉริยะ ระบบผลิตและใช้ไฟเอง (autoconsumo) และไมโครกริดที่แยกตัวทำงานได้ ระบบตอบสนองต่อความต้องการใช้ไฟ (demand response) ฝ่ายตรงข้ามพลังงานหมุนเวียนกำลังฉวยโอกาสโจมตีว่า “สเปนเดินเร็วเกินไปกับพลังงานสะอาดหมุนเวียนที่สะอาด” และต้องการให้เรากลับไปพึ่งพาก๊าซและนิวเคลียร์แบบเดิม อย่าหลงกล […]

หายนะจากอุทกภัยที่บาเลนเซีย

ฝนตกหนักในภาคตะวันออกของสเปนทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันที่รุนแรงและสร้างความเสียหายในจังหวัดบาเลนเซีย เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2024 มีฝนตกมากกว่า 300 มิลลิเมตร (12 นิ้ว) ในบางพื้นที่ของจังหวัด ตามรายงานของสำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งสเปน (AEMET) ในเมืองชิวา ฝนตกเกือบ 500 มิลลิเมตร (20 นิ้ว) ภายในเวลา 8 ชั่วโมง OLI (Operational Land Imager) บนดาวเทียม Landsat 8 ได้บันทึกภาพนี้ (ด้านขวา) แสดงถึงน้ำท่วมกว้างขวางในพื้นที่เขตเมืองและเกษตรกรรมในและรอบ ๆ เมืองชายฝั่งบาเลนเซียเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม น้ำท่วมที่เต็มไปด้วยตะกอนยังเติมเต็มแม่น้ำ Turia ซึ่งไหลลงสู่ทะเลบาเลอาริก (ส่วนหนึ่งของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน) และพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง L’Albufera ทางตอนใต้ของเมือง เพื่อเปรียบเทียบ ภาพด้านซ้าย ซึ่งบันทึกโดย Landsat 8 แสดงพื้นที่เดียวกันในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2022 (ภาพใหม่กว่านี้ในภูมิภาคดังกล่าวถูกปกคลุมด้วยเมฆหรือไม่เหมาะสมสำหรับการเปรียบเทียบภาพ) ตามรายงานของ AEMET ฝนตกเกิดจากระบบความกดอากาศต่ำในระดับสูงที่แยกตัวออกจากกระแสลมเจ็ตสตรีม ระบบพายุประเภทนี้ในท้องถิ่นเรียกว่า […]

คลื่นความร้อนรุมเร้ายุโรป แอฟริกาและเอเชีย

เดือนมิถุนายนและกรกฎาคม 2565 คลื่นความร้อนจู่โจมยุโรป แอฟริกาเหนือ ตะวันออกกลางและเอเชีย โดยอุณหภูมิไต่ระดับขึ้นไปมากกว่า 40 องศาเซลเซียส(104 องศาฟาเรนไฮต์) ในหลายพื้นที่ และทุบสถิติอุณหภูมิสูงสุดเดิมที่เคยมีมายาวนาน แผนที่ด้านบนแสดงแบบจำลองอุณหภูมิอากาศในซีกโลกด้านตะวันออกเกือบทั้งหมดในวันที่ 13 กรกฎาคม 2565 เป็นข้อมูลจาก Goddard Earth Observing System Model, Version 5 (GEOS-5) ซึ่งเป็นแบบจำลองบรรยากาศระดับโลกที่ใช้สมการทางคณิตศาสตร์เพื่อวิเคราะห์กระบวนการทางกายภาพใกล้พื้นผิวโลกและในชั้นบรรยากาศ ในยุโรปตะวันตกซึ่งเผชิญกับภันแล้งรุนแรงอยู่ก่อนแล้ว คลื่นความร้อนได้เร่งให้ไฟขยายวงกว้างทั่วโปรตุเกส สเปนและบางส่วนของฝรั่งเศส ในโปรตุเกส อุณหภูมิทะลุไปถึง 45 องศาเซลเซียส(113 องศาฟาเรนไฮต์) ในวันที่ 13 กรกฎาคม ในเมือง Leiria มีไฟป่าไหม้ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 3,000 แฮกตาร์ (7,400 เอเคอร์) กว่าครึ่งประเทศตกอยู่ในสภาวะฉุกเฉิน ทีมดับไฟฟ่าต้องเข้าจัดการกับไฟป่า 14 พื้นที่ ภาพด้านบนแสดงจุดเกิดไฟในโปรตุเกสและสเปนซึ่งตรวจจับโดยเครื่องมือ Visible Infrared Imaging Radiometer Suite (VIIRS) บน ดาวเทียม Suomi NPP ในวันที่ 12 […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings