Taragraphies — Header Component

เหตุผลที่ราคาแผงโซลาร์ลดลงร้อยละ 40 ในช่วงเวลาเพียง 2 ปี

มันกลายเป็นประเด็นใหญ่ที่การประชุมอนาคตพลังงานโลกที่อาบูดาบี เซลแสงอาทิตย์และเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น กังหันลม ไม่ได้แพงมากกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลในหลายๆ ส่วนของโลก และแท้ที่จริง มันถูกกว่าด้วยซ้ำ ยักษ์ใหญ่ในวงการอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรับรู้เรื่องนี้ ดร. Adaba Sultan Ahmed al Jabber รัฐมนตรีแห่งสหรัฐอาหรับอิมิเรต ได้กล่าวในพิธิเปิดการประชุมว่า ราคาของพลังงานแสงอาทิตย์แข่งขันกับแหล่งพลังงานแบบเดิม และจะไม่มีผลกระทบจากการลดลงของราคาน้ำมัน เขายังเห็นด้วยว่า นี่ถือเป็นโอกาสในการเรียกร้องให้มีการยกเลิกอุดหนุนเชื้อเพลิงฟอสซิลในด้านราคา ซึ่งเขาเห็นว่ามันคิดเป็น 5 ต่อ 1 เมื่อเทียบกับการอุดหนุนพลังงานหมุนเวียนในปี 2513 ถ้าเรามีความกล้าหาญและโอกาสที่จะพูดว่า ใช่เราต้องคิดต่าง ก็สามารถสร้างอนาคตที่ดีกว่าได้ นี่คือสิ่งที่มาจากประเทศที่ผลิตน้ำมันเป็นอันดับแปดและมีแหล่งสำรองก๊าซธรรมชาติมากเป็นอันดับเจ็ดของโลก หนึ่งวันก่อนหน้านี้ องค์การพลังงานหมุนเวียนนานาชาติ(IRENA)คาดการว่าต้นทุนพลังงานแสงอาทิตย์จะลดลงอย่างมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เน้นให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันกับพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล หากรัฐบาลและผู้กำหนดนโยบายไม่เข้าใจเรื่องนี้แล้วล่ะก็พวกเขาจะเสี่ยงต่อการตัดสินใจที่ผิดพลาดในเรื่องอนาคตด้านพลังงานของประเทศ สัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทพลังงานของซาอุดิอาระเบีย ACWE ซึ่งมีทรัพย์สินราว 24 พันล้านเหรียญสหรัฐ ได้สร้างสถิติโลกโดยได้ราคาเซลแสงอาทิตย์ที่ต่ำในการประมูลครั้งใหญ่ที่สุดของโลก นาย Paddy Padmanathan ผู้อำนวยการบริหารของ ACWE บอกว่าราคาของเซลแสงอาทิตย์จะลดลงอีกราวหนึ่งในสามในปีที่จะมาถึง เขาคาดว่ากำลังการผลิตติดตั้งกว่า 140,000 กิกะวัตต์ที่จะเกิดขึ้นในตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือและใต้ อย่างน้อยที่สุดจะมีครึ่งหนึ่งเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ในทศวรรษที่จะมาถึง การคาดการณ์นี้สอดคล้องกับการคาดการณ์โดย Deutsche […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings