เกาะฮีรอน ออสเตรเลีย

เกาะฮีรอน(Heron Island) ตั้งอยู่ตอนใต้ของเกรทแบร์รเออร์รีฟที่มีความยาวกว่า 2,050 กิโลเมตรของออสเตรเลีย พื้นที่เกาะล้อมรอบไปด้วยแนวปะการังและเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของปลามากกว่า 1,000 สายพันธุ์ เหล่านักประดาน้ำและนักวิทยาศาสตร์พากันมายังเกาะแห่งนี้ซึ่งเป็นทั้งรีสอร์ทท่องเที่ยวและสถานีวิจัย ภาพสีจริงด้านบนถ่ายโดยกล้องถ่ายภาพบนดาวเทียม Ikonos โดยมีความละเอียดภาพ 4 เมตรต่อพิกเซล ละเอียดเพียงพอที่จะเห็นเรือแต่ละลำผูกติดอยู่ที่ท่าเรือเล็ก ช่องแคบจากมารีนาที่ออกสู่มหาสมุทรนั้นมีการระเบิดและขุดลอกเมื่อหลายสิบปีก่อน ก่อนที่เกาะแห่งนี้จะกลายเป็นอุทยานแห่งชาติ จากนั้นมา รัฐบาลออสเตรเลียมีมาตรการด้านการอนุรักษ์ เช่น จำกัดนักท่องเที่ยว การรีไซเคิลแทนการเผาขยะทุกชนิด ข้อมูลรีโมทเซ็นซิ่งจากดาวเทียม Ikonos คือการติดตามตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมรวมถึงการวิจัยสถานะภาพของแนวปะการัง(coral reef health) ข้อมูลเพิ่มเติมของเกาะฮีรอนดูได้จาก Heron Island

ออสเตรเลียเจอคลื่นความร้อนเข้มข้นมากขึ้น

ปี 2557 กลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดของออสเตรเลียที่มีการบันทึกไว้ ปลายปี 2556 และต้นปี 2557 จบลงและเริ่มต้นด้วยคลื่นความร้อนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น คลื่นความร้อนขึ้นถึงจุดสูงสุดในวันที่ 27 ธันวาคม 2556 และ 4 มกราคม 2557 คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นนั้นสั้นกว่าที่เริ่มขึ้นในปี 2556 แต่มีความเข้มข้นรุนแรงมากกว่า ราวร้อยละ 9 ของเมืองในออสเตรเลียประสบกับอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นทะลุสถิติในช่วงวันที่ 1-4 ธันวาคม 2557 ความร้อนเป็นตัวอบผิวโลกทำให้อุณหภูมิพื้นผิวโลก (land surface temperatures,LSTs) เพิ่มขึ้นจากการวัดโดยเครื่อง Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS) บนดาวเทียม Terra  สีแดงเข้มที่เด่นชัดในภาพถ่ายดาวเทียมระบุว่าอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมากกว่าระดับการเพิ่มเฉลี่ยระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2556 และวันที่ 3 มกราคม 2557 โดยเฉพาะในรัฐควีนส์แลนด์และนิวเซาท์เวล ต้องเน้นในที่นี้ว่า การวัด LSTs สะท้อนถึงว่าพื้นที่ผิวโลกมีความร้อนขึ้นอย่างไร การวัดนี้เกี่ยวข้องกับและไม่เหมือนกับอุณหภูมิอากาศ ในวันที่ 3 มกราคม เป็นวันที่ร้อนที่สุดของคลื่นความร้อนในแทบทุกพื้นที่ โดยมีร้อยละ 10 […]

4 ปีมอนทารา และข้อเท็จจริงในสื่อต่างประเทศ

ที่มา http://thaipublica.org/2013/09/montara-oil-spill/ หลายๆ คนคงลืม เหตุการณ์น้ำมันรั่วนอกชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลียที่มอนทารา ไป แล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่งจะครบรอบ 4 ปี ไปเมื่อไม่นานมานี้ นายธารา บัวคำศรี จากกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Greenpeace Southeast Asia) ได้กล่าวในงานเวทีสาธารณะ “คำถามที่ ปตท. ต้องตอบก่อนที่ความจริงจะหายไปพร้อมกับคราบน้ำมัน” นายธาราได้นำเสนอเรื่องราวและข้อเท็จจริงที่เป็นผลงานระดับโลกของบริษัท ปตท.สผ. ออสตราเลเซีย (PTTEPAA) บริษัทลูกของ ปตท.สผ ในประเทศออสเตรเลีย โดยดูเหมือนทุกวันนี้เรื่องราวจะเงียบหายไปนานแล้ว และข้อเท็จจริงทั้งหมดกลับปรากฏในสื่อน้อยไทยน้อยมาก เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2552 เกิดเหตุการณ์การระเบิดของแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติขึ้นที่แหล่งขุด เจาะน้ำมันมอนทารา นอกชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือประเทศออสเตรเลียออกไป 250 กม. ในเขตน่านน้ำของเครือจักรภพออสเตรเลีย โดยเจ้าของแท่นขุดเจาะดังกล่าวเป็นของบริษัท ปตท.สผ. ออสตราเลเซีย (PTTEPAA) บริษัทลูกของ ปตท.สผ. ที่ไปดำเนินงานในต่างประเทศ เป็นเหตุให้มีน้ำมันดิบและก๊าซรั่วไหลออกมาในทะเลเป็นจำนวนมาก โดยร้อยละ 70 ของการผลิตน้ำมันดิบและคอนเดนเสท (Condensate) ของประเทศออสเตรเลียมาจากเขตมหาสมุทรแถบนี้ทั้งหมดซึ่งยังเป็นเขตทะเลที่ยัง อุดมสมบูรณ์ บริษัท PTTEPAA […]

ต้นทุนจริงของถ่านหิน : บัลลังก์ที่เปรอะเปื้อนของราชันย์ถ่านหิน

หากเปรียบถ่านหินเป็นเหมือนราชาในประเทศออสเตรเลีย เขตฮันเตอร์ วัลเลย์ (Hunter Valley) ในรัฐนิวเซาธ์เวลส์ (NSW) ก็เป็นเหมือนบัลลังก์ การทำเหมืองถ่านหินส่วนใหญ่ในออสเตรเลียจะเป็นเหมืองแบบเปิด ดังนั้นการเดินทางผ่านเขตฮันเตอร์วัลเลย์อาจมีคนเข้าใจผิดว่าเป็นการเดินทางไปเยือนดวงจันทร์เสียมากกว่าเพราะทัศนียภาพของเหมืองจำนวนมหึมาที่กระจัดกระจายอยู่สุดลูกหูลูกตาตรงหน้านั่นเอง เกือบหนึ่งในสามของการส่งออกถ่านหินทั่วโลกมาจากออสเตรเลีย เมืองนิวแคสเซิล ในรัฐนิวเซาธ์ เวลส์ เป็นท่าการขนส่งถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ท่านี้ขนส่งถ่านหินรวมแล้วมากกว่าสองเท่าของที่สหรัฐส่งออกในแต่ละปี ถ่านหินเหล่านี้ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาลออกมาเมื่อเกิดการเผาไหม้ แต่จากการที่การปล่อยก๊าซนี้เกิดขึ้นนอกประเทศออสเตรเลีย ปริมาณการปล่อยจึงไม่ได้นับรวมเข้าไปในโควตาการปล่อยคาร์บอนของออสเตรเลีย ดังนั้นออสเตรเลียจึงสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตถ่านหินขึ้นมาได้ นอกเหนือจากการเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของวิธีการสร้างความหายนะของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศแล้ว การทำเหมืองของออสเตรเลียก็ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายมากมายของสภาพแวดล้อมในพื้นที่ซึ่งตอนนี้หลายแห่งเริ่มควบคุมสถานการณ์ไม่ได้แล้ว ประสบการณ์ตรงของผลกระทบจากถ่านหิน: ฮันเตอร์ วัลเลย์ ฮันเตอร์ วัลเลย์เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงระดับโลกด้านการผลิตไวน์และฟาร์มพ่อพันธ์ุม้าแข่งพันธ์ดี แต่กระนั้นสภาพแวดล้อมที่ธุรกิจดังกล่าวต้องพึ่งพาอาศัยกลับตกอยู่ในความเสี่ยงจากการทำเหมือง มันมีอันตรายอยู่จริงว่าอุตสาหกรรมมูลค่าหลายพันล้านเหล่านี้ อาจถูกทำลายลงได้จากการขยายตัวของเหมืองถ่านหินในฮันเตอร์ วัลเลย์ ซึ่งหลายคนในพื้นที่ก็เห็นด้วย “แม้ว่าอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินจะอยากเชื่อว่าการทำเหมืองและธุรกิจท่องเที่ยวด้านไวน์จะสามารถอยู่ร่วมกันได้มากแค่ไหนก็ตามแต่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไวน์ไม่มีทางคิดเช่นนั้นแน่นอน” ปัญหาการขาดแคลนน้ำ การแข่งขันกันเพื่อให้ได้มาซึ่งแหล่งทรัพยากรที่มีจำกัดนั้นเป็นแค่ตัวบ่งชี้ตัวหนึ่งของผลกระทบที่เกิดขึ้นกับการทำเกษตรกรรมจากการทำเหมืองถ่านหิน ในฮันเตอร์ วัลเลย์นั้นขาดแคลนน้ำอย่างหนักและสถานการณ์ก็แย่ลงไปอีกด้วยภัยแล้งที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน เหมืองถ่านหินแบบเปิดในพื้นที่จะต้องใช้น้ำในการทำงานจำนวนมหาศาลซึ่งส่วนใหญ่เสียไปกับการชะล้างกลุ่มฝุ่นละอองอันตรายที่เกิดจากการขุดเจาะขนาดใหญ่ การต่อสู้เพื่อแย่งชิงน้ำที่มีจำนวนจำกัดนั้นผลเท่าที่ออกมาชาวไร่ชาวนานั้นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป ส่วนเหมืองถ่านหินและโรงงานไฟฟ้าซึ่งเป็นตัวซดน้ำดีๆ นี่เองได้สิทธิ์ในการเข้าถึงและใช้น้ำ จริงๆ แล้วเมื่อรัฐบาลของนิว เซาธ์ เวลส์ประกาศในปี 2550 ว่าหลายพื้นที่ของประเทศจะไม่ได้น้ำประปาใช้แต่เหมืองถ่านหินยังทำงานตามปกติยังคงสูบน้ำของประเทศไปใช้ต่อไป การตัดน้ำประปาเช่นนี้เป็นปัญหาอย่างร้ายแรงต่อการเงินของฟาร์มที่เปิดมานานหลายแห่งในพื้นที่ การทำลายล้างที่ยังดำเนินต่อไป: แอนวิล ฮิลล์ แม้จะมีความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนและรุนแรงอย่างยิ่งจากถ่านหินในฮันเตอร์ วัลเลย์ก็ตาม แต่แผนการที่จะเพิ่มศักยภาพการส่งออกของนิวแคสเซิลเป็นสองเท่าและมีการเสนอขอให้เหมืองถ่านหินเปิดใหม่อีกหลายแห่งผลิตถ่านหินเพิ่มขึ้นเพื่อการณ์นี้ด้วย หนึ่งในเหมืองที่เปิดใหม่นี้เสนอให้เปิด […]