Taragraphies — Header Component

ถ่านหินสะอาด เมื่อหมาบินได้ (1)

ถ่านหินจัดเป็นแหล่งเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดมลพิษสูง การเผาไหม้ถ่านหินจะปล่อยคาร์บอนต่อหน่วยพลังงานออกมามากกว่าการเผาไหม้น้ำมัน และ ก๊าซธรรมชาติ คาร์บอนไดออกไซด์เป็นก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญและเป็นตัวการใหญ่ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จากเหมืองขึ้นสู่ท้องฟ้า จากการขุดเจาะไปจนถึงการเผาไหม้ ถ่านหินก่อให้เกิดมลพิษในทุกขั้นตอนการผลิต ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่มักเกิดตามมาทำให้การใช้ถ่านหินเป็นต้องจ่ายด้วยราคาแสนแพงสำหรับประเทศกำลังพัฒนา  ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยน้ำเสียที่มีภาวะเป็นกรดจากโรงไฟฟ้าลงสู่แม่น้ำและลำธาร การปล่อยสารปรอทและสารพิษอื่นๆ ในกระบวนการเผาไหม้ รวมถึงก๊าซที่ทำลายสภาพภูมิอากาศและอนุภาคขนาดเล็กชนิดอื่นๆ ที่ทำลายสุขภาพมนุษย์ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ่านหินคือธุรกิจที่สกปรก

นิเวศวิทยาอุตสาหกรรม

นิเวศวิทยาอุตสาหกรรมเป็นแนวคิดที่เกิดจากสถาบันวิชาการ/ ภาคอุตสาหกรรมที่ว่า ของเสียที่เกิดจากบริษัทหนึ่งสามารถเป็นวัตถุดิบของอีกบริษัทหนึ่งได้ถ้าผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน ซึ่งถือว่าเป็นการนำแนวคิดเรื่องประสิทธิภาพเชิงนิเวศมาปฏิบัติโดยใช้พลังงานและวัตถุดิบให้เกิดประโยชน์ที่สุด   มีตัวอย่างการดำเนินการและบทความในเรื่องนี้มากมายเช่น ตัวอย่าง : เมือง Kalundborg ประเทศเดนมาร์ก เขตอุตสาหกรรมในเมือง Kalundborg ห่างจากกรุงโคเปนเฮเกนไปทางตะวันตก 80 ไมล์ เป็นตัวอย่างแรกของ “นิเวศวิทยาอุตสาหกรรม”  เขตอุตสาหกรรมนี้รวมอุตสาหกรรมหลายอย่างเข้าไว้ด้วยกัน ได้แก่ โรงกำเนิดไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน โรงงานด้านเทคโนโลยีชีวภาพ โรงงานทำแผ่นฝาผนัง ผู้ผลิตกรดกำมะถัน ผู้ผลิตซีเมนต์ การทำเกษตรกรรมและพืชสวนในท้องถิ่น และระบบทำความร้อนของเมือง  โดยโรงกำเนิดไฟฟ้าจะจ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังโรงงานผลิตยา โรงกลั่นน้ำมัน และระบบทำความร้อนของเมือง  Gyproc ซึ่งเป็นผู้ผลิตแผ่นฝาผนังจะซื้อก๊าซส่วนเกินและแร่ยิปซัมซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการขจัดกำมะถันเพื่อทำให้ก๊าซที่ปล่อยออกจากโรงกลั่นน้ำมันสะอาด  นอกจากนั้นขี้เถ้าลอยจากโรงงานผลิตไฟฟ้าก็ถูกนำมาทำซีเมนต์และสร้างถนน โรงงานผลิตไฟฟ้าใช้ความร้อนส่วนเกินในการทำให้น้ำในบ่อเลี้ยงปลาทะเลอุ่น  เกษตรกรแถบนั้นก็จะนำตะกอนดินจากบ่อเลี้ยงปลามาทำปุ๋ย อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้เป็นเพียงรูปแบบการรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพขึ้นเท่านั้น  แต่ไม่ได้ลดการใช้วัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ที่มีพิษ

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings