Taragraphies — Header Component

ควันไฟที่โอเรกอน

สภาพที่ร้อน แล้งและมีกระแสลมแรงทางตอนกลางและใต้ของรัฐโอเรกอน ยังคงดำเนินสืบเนื่องและช่วยทำให้การเกิดไฟที่ Bootleg (Bootleg fire) ซึ่งขณะนี้เป็นการเกิดไฟที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ขยายออกไปขยายวงกว้างออกไป ควันจากการเกิดไฟดังกล่าวสามารถมองเห็นได้ในภาพด้านบน ซึ่งได้มาจากเครื่องมือ MODIS (Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer) บนดาวเทียม Aqua ของนาซาในวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 แนวควันไฟที่ขยายออกไปทำให้คุณภาพอากาศในชุมชนทางตอนเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออกของจุดเกิดไฟนั้นเลวร้ายลง เจ้าหน้าที่พยากรณ์อากาศได้แจ้งให้พื้นที่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้และตะวันตกเฉียงใต้ว่าคุณภาพอากาศอาจจะแย่ลงเมื่อทิศทางมีการเปลี่ยนแปลงในชั่วข้ามคืนของวันที่ 19 กรกฎาคม 2564 ที่มา : NASA Earth Observatory image by Lauren Dauphin, using MODIS data from NASA EOSDIS LANCE and GIBS/Worldview. Text by Kathryn Hansen. ข้อมูลอ้างอิง InciWeb (2021, July 18) Bootleg Fire. Accessed July 19, 2021. […]

กำแพงหมอกควันไฟป่าตามแนวชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ

ไฟป่ายังคงเกิดขึ้นทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 9 กันยายน 2563 เครื่องมือ Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS) บนดาวเทียม Terra ของนาซาบันทึกภาพสีธรรมชาติของกลุ่มควันหนาทึบจากไฟป่าที่เกิดขึ้นในรัฐโอเรกอนและแคลิฟอร์เนีย ประชาชนในพื้นที่ต่างเผชิญกับคุณภาพอากาศที่แย่และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ กลุ่มควันไฟป่ามีความหนาทึบและกระจายในวงกว้างซึ่งสามารถสังเกตได้ชัดเจนในระยะทาง 1.5 ล้านกิโลเมตรจากอวกาศ เมื่อเครื่องมือ Earth Polychromatic Imaging Camera (EPIC) บนดาวเทียม NOAA’s DSCOVR บันทึกภาพด้านล่างนี้ไว้ได้ จะสังเกตเห็นว่า ส่วนใหญ่รัฐโอเรกอน แคลิฟอร์เนียและทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกนั้นถูกปกคลุมไปด้วยควันไฟป่า ที่มา : NASA Earth Observatory images by Lauren Dauphin, using MODIS data from NASA EOSDIS/LANCE and GIBS/Worldview and data from DSCOVR EPIC. Caption by […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings