Taragraphies — Header Component

ข้อตกลงซื้อขายวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลก

ความสิ้นหวังที่จะบรรเทาการแพร่ระบาดของโรคที่เลวร้ายที่สุดในรอบศตวรรษ ประเทศต่างๆ ได้ทำข้อตกลงเพื่อให้เข้าถึงวัคซีน ข้อมูลจากสำนักข่าว Bloomberg มีการจัดสรรวัคซีน 8,250 ล้านโดสไว้แล้ว วัคซีนในปริมาณขนาดนั้นเพียงพอสำหรับประชากรมากกว่าครึ่งโลก (วัคซีนส่วนใหญ่ใช้สองโดส) หากมีการกระจายวัคซีนอย่างเท่าเทียมกัน แต่นั่นยังไม่เกิดขึ้น ประเทศร่ำรวยสะสมข้อตกลงในการจัดหาวัคซีนไว้มากเกิน และความต้องการห้องเย็นพิเศษ ทำให้วัคซีนบางชนิดส่งไปยังสถานที่ห่างไกลได้ยาก บางประเทศอาจต้องรอจนถึงปี 2565 หรือหลังจากนั้น AstraZeneca เป็นผู้นำอันดับต้น ๆ โดยมีข้อตกลงก่อนการซื้อที่จะใช้กับประชากร 1,460 ล้านคนซึ่งมากกว่าคู่แข่งรายอื่นถึงสองเท่า โดยรวมแล้ว ข้อมูลจาก Bloomberg พบว่ามีข้อตกลงมากกว่า 90 ข้อตกลงด้วยกัน วัคซีนบางชนิดไม่สามารถใช้ได้ผล ข้อมูลจาก Bloomberg วัคซีน 51 ล้านโดสที่ออสเตรเลียสงวนไว้สำหรับวัคซีนพื้นบ้านนั้นประสบความล้มเหลวในการทดลองทางคลินิกเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2563 หนึ่งวันต่อมา Sanofi และ GlaxoSmithKline Plc ประกาศชะลอการทดลองทางคลินิกของพวกเขาหลังจากประสบความล้มเหลว กลยุทธ์ในการได้มาซึ่งวัคซีนมีหลากหลาย สหรัฐฯ ทำข้อตกลงฝ่ายเดียวสำหรับแหล่งวัคซีนทั้งหมด หลายประเทศจะได้รับวัคซีนผ่านทาง Covax ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลกเพื่อรับประกันว่าวัคซีนจะกระจายอย่างเท่าเทียมกัน ข้อตกลงผ่านนายหน้า Carlos Slim ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีชาวเม็กซิกันนั้นจะส่งมอบวัคซีนราคาถูกไปทั่วละตินอเมริกาส่วนใหญ่ […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings