Taragraphies — Header Component

ไม่มีพื้นที่สำหรับการชดเชยคาร์บอนใดๆ ในงบประมาณคาร์บอนที่เหลือตามรายงานของ IPCC

เรียบเรียงจาก : “No space for ANY offsets in IPCC’s remaining carbon budget” – Climate Land Ambition and Rights Alliance(CARLA) โลกไม่สามารถชดเชยคาร์บอนเพื่อจำกัดอุณหภูมิที่ 1.5 °C ได้ ในขณะที่วิกฤตสภาพภูมิอากาศเลวร้ายลงทั่วโลก คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change หรือ IPCC) กำลังดำเนินการสรุปรายงานสังเคราะห์ (Synthesis Report หรือ SYR) สำหรับรอบการประเมินครั้งที่หก จากการวิจัยพื้นฐานในกลุ่มทำงานที่ 1 เราทราบแล้วว่าโอกาสที่จะจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิที่ 1.5 °C กำลังหายไปอย่างรวดเร็ว ในร่างรายงาน SYR ที่เผยแพร่ให้รัฐบาลในปลายปี 2022 IPCC ได้ระบุปัญหาสำคัญของวิกฤตสภาพภูมิอากาศในทศวรรษนี้ว่า: “งบประมาณคาร์บอนที่เหลืออยู่จะหมดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบัน และโครงสร้างพื้นฐานด้านเชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีอยู่และที่วางแผนไว้” ในเอกสารนี้ เราประเมินเรื่องการชดเชยคาร์บอน […]

ทำไมจึงยากที่จะบอกว่านโยบายสภาพภูมิอากาศมันจะ work หรือไม่?

เรียบเรียงจาก Why it’s so hard to tell which climate policies actually work https://www.economist.com/science-and-technology/2024/10/02/why-its-so-hard-to-tell-which-climate-policies-actually-work from The Economist นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศในระดับชาตินั้นถือว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นค่อนข้างใหม่ เมื่อปี 1997 ตามข้อมูลจาก Grantham Institute ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยที่ London School of Economics มีนโยบายดังกล่าวเพียง 60 ฉบับ แต่ภายในปี 2022 ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 3,000 ฉบับ อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของนโยบายเหล่านี้กลับเป็นสิ่งที่วัดผลได้ยากมาก ในเดือนสิงหาคม กลุ่มนักวิจัยนานาชาติได้เผยแพร่การประเมินนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศในระดับโลกครั้งแรกในวารสาร Science การศึกษานี้ได้พิจารณานโยบายประมาณ 1,500 ฉบับที่ดำเนินการใน 41 ประเทศระหว่างปี 1998 ถึง 2022 พบว่ามีเพียง 63 ฉบับเท่านั้นที่เชื่อมโยงกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับที่มีนัยสำคัญ นโยบายที่ประสบความสำเร็จมีลักษณะร่วมบางประการ การใช้ภาษีมักจะได้ผลดี เช่นเดียวกับการผสมผสานมาตรการต่างๆ ตัวอย่างเช่น […]

แถลงการณ์ร่วม : เหตุใดการชดเชยคาร์บอนคือตัวบ่อนทําลายเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เราได้เห็นการผลักดันที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแถลงการณ์สาธารณะของคณะกรรมการโครงการริเริ่มเป้าหมายที่อิงหลักวิทยาศาสตร์ (Science Based Targets initiative) หรือ SBTi ที่ก่อตั้งเพื่อให้คำปรึกษาแก่บริษัทที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการรับมือวิกฤติภูมิอากาศ [1] เพื่อให้บริษัทและประเทศต่างๆ ใช้คาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อย GHG สิ่งนี้สะท้อนถึงแนวโน้มที่มากขึ้น [2] ของกฎการบัญชีคาร์บอนที่บิดเบี้ยวซึ่งเป็นตัวบ่อนทําลายการลดการปล่อย GHG ที่แท้จริง เป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศต้องมุ่งเน้นที่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในขอบเขตของบริษัทและประเทศเป็นหลัก รวมถึงการปลดระวางการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิล การขนส่ง การขาย และการใช้งาน จําเป็นต้องมีการสนับสนุนทางการเงินอย่างเร่งด่วนจากผู้เล่นทั้งภาครัฐและเอกชนสําหรับสิ่งนี้ แต่การอนุญาตให้บริษัทและประเทศต่างๆ ปฏิบัติตามคํามั่นสัญญาด้านสภาพภูมิอากาศด้วยคาร์บอนเครดิตนั้นมีแนวโน้มที่จะชะลอการลดการปล่อย GHG ทั่วโลก แต่ล้มเหลวในการจัดหาปัจจัยต่างๆ เช่น การเพิ่มเงินทุนที่จําเป็นในกลุ่มประเทศซีกโลกใต้ (Global South) และลดแรงกดดันในการพัฒนากลไกขนาดใหญ่ เช่น ค่าธรรมเนียม “ผู้ก่อมลพิษจ่าย” ในภาคส่วนที่มีการปล่อย GHG มาก เหตุผลที่เรากังวลเกี่ยวกับความพยายามใหม่ในการส่งเสริมการชดเชยคาร์บอน [3] รวมถึงสิ่งต่อไปนี้: ประการแรก จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจว่า การชดเชยคาร์บอนไม่ได้ลดความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ อย่างดีที่สุด เป็นเพียงการย้ายการลดการปล่อย GHG จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ตรรกะของการชดเชยเกิดขึ้นจากแนวคิดที่ว่ากลุ่ม/ หน่วย/องค์กรหนึ่งๆ ยังคงปล่อย GHG ออกมาได้[4] […]

พืดน้ำแข็งแอนตาร์กติกา เครื่องทำความเย็นตามธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ในวิกฤต

โลกต้องให้ความสําคัญกับขั้วโลกใต้มากขึ้น เรียบเรียงจาก : Antarctica, Earth’s largest refrigerator, is defrosting https://www.economist.com/interactive/science-and-technology/2024/03/27/antarctica-earths-largest-refrigerator-is-defrosting from The Economist พายุเฮอริเคนที่ร้ายแรงที่สุดที่เคยถล่มอเมริกาได้สร้างความเสียหายต่อเมืองกัลเวสตัน รัฐเท็กซัส ซึ่งเป็นเกาะกั้นในอ่าวเม็กซิโก เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2443 ชาวเมืองที่หวาดกลัวเฝ้าดูกําแพงน้ําสูง 4.5 เมตร เข้าใกล้ชายฝั่งและทะลายบ้านของพวกเขาพังราบคาบ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 8,000 คน ผลที่ตามมา กําแพงทะเลคอนกรีตขนาดใหญ่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกันคลื่นพายุในอนาคต วิศวกรคิดว่าการสร้างกำแพงให้สูง 5 เมตรก็เพียงพอแล้ว และนั่นเป็นเวลา 120 ปีมาแล้ว แต่ถึงแม้ในขณะที่มีการสร้างกําแพงขึ้น วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์ก็ชัดเจนขึ้น สะสมความร้อนและพลังงานใหม่เข้าสู่ระบบสภาพภูมิอากาศโลกซึ่งจะผลักดันให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นตามแนวชายฝั่งทั่วโลก วันนี้ หน่วยวิศวกรของกองทัพสหรัฐฯ มีแผนการมูลค่า 57 พันล้านดอลลาร์ในการสร้างกําแพงกั้นใหม่ขนานนามว่า “Ike Dike” เพื่อปกป้องกัลเวสตัน รวมถึงภูมิภาคฮูสตันและโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังเกาะจากคลื่นพายุที่ใหญ่และทรงพลังยิ่งขึ้น อาจเป็นโครงการวิศวกรรมโยธาที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา คำถามคือ มวลน้ำที่ทำให้มีการออกแบบกำแพงทะเลนี้มาจากไหน? คำตอบคือมวลน้ำส่วนใหญ่จะมาจากทวีปทางใต้สุดของโลกที่อยู่ห่างออกไปมากกว่า 10,000 กม. ซึ่งเป็นที่ตั้งของมวลน้ําแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก : […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings