Taragraphies — Header Component

ส่องมาตรการของภาครัฐในวันที่ฝุ่น PM2.5 ถล่มเมือง (อีกครั้ง)

หลังจากฤดูกาลฝุ่นช่วงต้นปี 2562 ในหลายพื้นที่ของประเทศได้ผ่านพ้นไปท่ามกลางคำถามของสาธารณะชนต่อมาตรการรับมือของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ช่วงเดือนกันยายน 2562 ที่ผ่านมามลพิษทางอากาศจากหมอกควันข้ามพรมแดนในสุมาตราและกาลิมันตันของอินโดนีเซียส่งผลให้คุณภาพอากาศรวมถึง PM2.5 อยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพต่อประชาชนหลายจังหวัดทางภาคใต้ ลมตะวันออกได้พัดพามวลอากาศสะอาดจากอ่าวไทยเข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ ส่งผลให้ความเข้มข้น PM2.5 ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่อิทธิพลความกดอากาศสูงจากจีนก็ได้ส่งผลให้ความเข้มข้น PM2.5 ในหลายพื้นที่ของภาคกลางโดยเฉพาะกรุงเทพมหานครเพิ่มสูงขึ้นในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เราอาจจะได้รับคำอธิบายแบบเดิมๆ จากหน่วยงานรัฐว่า ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยา(อุณหภูมิ ความเร็ว/ทิศทางลม ความกดอากาศ ความชื้นสัมพัทธ์ ฯลฯ) มีอิทธิพลต่อคุณภาพอากาศและในที่สุดก็อาจใช้เป็นข้ออ้างว่า “เดี๋ยวคุณภาพอากาศก็น่าจะดีขึ้น” และความเป็นจริงที่ใช้เป็นข้ออ้างนี้เองที่ทำให้มาตรการต่างๆ และการควบคุมมลพิษทางอากาศและฝุ่น PM2.5 จากแหล่งกำเนิด อยู่แต่บนกระดาษและในห้องประชุม ในการส่องมาตรการของรัฐในวันที่ฝุ่น PM2.5 มาเยือนอีกครั้งหนึ่ง เราจะพิจารณาจาก “รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลและผลการดําเนินงานของกรมควบคุมมลพิษในปี พ.ศ.2562” การติดตามตรวจสอบปริมาณฝุ่น PM2.5 และการดำเนินงานของกรมควบคุมมลพิษ กรมควบคุมมลพิษได้เฝ้าระวัง ติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่มักพบเกินมาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรระหว่างเดือนธันวาคม – เมษายน ของทุกปี โดยมีสถานีตรวจวัด PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทั้งหมด […]

ควันไฟป่าพรุปกคลุมบอร์เนียว ก่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ มลพิษทางอากาศและผลกระทบสุขภาพ

หลังจากช่วงต้นฤดูกาลไฟอันเงียบงันในอินโดนีเซีย การขยายตัวของจุดเกิดไฟในกาลิมันตันและสุมาตราในช่วงเดือนกันยายน 2562 นี้ ก่อให้เกิดควันพิษหนาทึบจากการเผาไหม้ป่าพรุครอบคลุมไปทั่วทั้งภูมิภาค จากรายงานข่าว โรงเรียนหลายแห่งต้องปิดและหยุดการเรียน สานามบินหลายแห่งต้องยกเลิก เปลี่ยนเส้นทางและเลื่อนเที่ยวบินจากการที่หมอกควันไฟป่าขยายปกคลุมทั้งบอร์เนียวและสุมาตรา ภาพจากเครื่องมือ MODIS(The Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer) บนดาวเทียม Aqua ของนาซา จับภาพเกาะบอร์เนียวในวันที่ 15 กันยายน 2562 ควันไฟป่าทำให้คุณภาพอากาศเลวร้ายมากขึ้นจนต้องมีการประกาศเตือนประชาชนถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสุขภาพ จุดเกิดไฟจำนวนมากเกิดขึ้นในกาลิมันตันซึ่งมีพื้นที่มหาศาลเป็นดินป่าพรุ ดาวเทียม/ดูบันทึกภาพหลักฐานการเกิดไฟป่าพรุตลอดช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่จำนวนและความเข้มข้นของไฟป่าพรุขยายเพิ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกันยายน ฤดูกาลไฟในกาลิมันตันและสุมาตราเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนกันยายนและตุลาคมเนื่องจากมีการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและเศษเหลือจากการทำไม้เพื่อแผ้วถางพื้นที่เพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ ในกาลิมันตัน ส่วนใหญ่จะเป็นการเตรียมพื้นที่เพื่อปลูกปาล์มน้ำมันและไม้โตเร็วสำหรับเยื่อกระดาษ เครื่องมือ The Operational Land Imager (OLI) บนดาวเทียม Landsat 8 จับภาพด้านล่าง แสดงให้เห็นไฟที่กำลังไหม้ในพื้นที่อุตสาหกรรมปาล์มทางตอนใต้ของบอร์เนียว แผนที่ด้านล่างแสดงข้อมูลคาร์บอนอินทรีย์ในวันที่ 17 กันยายน 2652 ที่ทำขึ้นจากแบบจำลอง GEOS forward processing (GEOS-FP) ซึ่งประมวลผลจากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ภาพถ่ายทางอากาศและการสังเกตการณ์ภาคพื้นดิน ในการประมวลผลเพื่อหาคาร์บอนอินทรีย์ นักสร้างแบบจำลองใช้ข้อมูลละอองลอยและการเกิดไฟ แบบจำลอง GEOS […]

การขับเคลื่อนหลายระดับเพื่อพลิกวิกฤติมลพิษทางอากาศ

ธารา บัวคำศรี มลพิษทางอากาศ ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในยุคมนุษย์ครองโลก ถูกจัดให้เป็นวาระหลักภายใต้หัวข้อ Beat Air Pollution ของวันสิ่งแวดล้อมโลกในวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2562 นี้ ส่วนเจ้าภาพใหญ่คือ “สาธารณรัฐประชาชนจีน” ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก 1.39 พันล้านคน มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกและขยายตัวรวดเร็วเป็นอันดับต้นๆของโลก ในขณะที่มลพิษทางอากาศในกรุงปักกิ่งกลับมาอีกครั้งหลังจากอัตราการใช้ถ่านหินเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 มีการคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2593 อัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากมลพิษทางอากาศจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในมหานครที่มีประชากรเกิน 10 ล้านคน (megacities) และพึ่งพาระบบเชื้อเพลิงฟอสซิลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ วาระ Beat Air Pollution เน้นถึงเรื่องที่เราทุกคนสามารถทำได้ในชีวิตประจำวันเพื่อลดมลพิษทางอากาศ และผลกระทบต่อสุขภาพของตัวเราเอง ปฏิบัติการลดมลพิษทางอากาศยังช่วยชะลอวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เป็นอีกด้านของเหรียญเดียวกัน มลพิษทางอากาศกลางแจ้งเป็นสาเหตุอันดับ 4 ของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของประชากรโลก และคิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจในระดับโลกถึง 2.25 แสนล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ชุดข้อมูลมลพิษ PM2.5 ในรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศโลก พ.ศ.2561 ระบุว่าร้อยละ 64 ของเมืองกว่า 3,000 แห่งทั่วโลก มีความเข้มข้น PM2.5 […]

เรามีแผนรับมือและผู้เชี่ยวชาญ PM2.5 มากมาย เรายังขาดอะไร?

เมื่ออ่านรายงาน “โครงการศึกษาแหล่งกำเนิดและแนวทางการจัดการฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล” ที่จัดทำโดยกรมควบคุมมลพิษ https://bit.ly/2MLTDOO เราจะพบว่า เรามีแทบทุกอย่างที่พร้อมรับมือกับวิกฤตมลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้น( Note : ที่เรียกว่าวิกฤตนั้นดูจากวันที่เกินค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงในเดือนมกราคม 2562 ที่ผ่านมา https://bit.ly/2WDDm2U) รายงานดังกล่าวที่ตีพิมพ์ในเดือนสิงหาคม 2561 มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการรวม 60 คน จากกรมควบคุมมลพิษ กรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมการขนส่งทางบก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร สำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กองบังคับการตำรวจจราจร การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย มหาวิทยาลัย 6 แห่ง และสำนักกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ข้อเสนอจากรายงานแบ่งเป็น “…แนวทางระยะสั้นที่ต้องดำเนินการในขณะที่เกิดปัญหา และแนวทางระยะยาว เพื่อเตรียมการรับมือและลดความรุนแรงของสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่อาจเกิดขึ้นอีกในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 และปีต่อๆ ไป…” เรามีแผนรับมือและผู้เชี่ยวชาญมากมาย เรายังขาดอะไร? เครดิตภาพ: http://air4thai.pcd.go.th/webV2/history/ http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/825901

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings